โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ครม.ไฟเขียวร่าง “พ.ร.บ.โลกร้อน” หนุนไทยสู่ Net Zero 2050

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.06 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ธ.ค.68) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อให้ประเทศไทยรับมือภาวะโลกร้อนได้อย่างจริงจัง และเดินหน้าเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ Net Zero ในระยะยาว

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้แก่ การจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เพื่อกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแผนลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงแผนปรับตัวของประเทศ

จัดตั้ง กองทุนภูมิอากาศ ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินกลางสนับสนุนภาคธุรกิจและภาคส่วนต่าง ๆ ในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยแหล่งเงินของกองทุนมาจากหลายช่องทาง เช่น ระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซ กลไกปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน ค่าธรรมเนียมคาร์บอนเครดิต และแหล่งอื่น ๆ

มีระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้าบางประเภท เพื่อให้ผู้ปล่อยต้องรับผิดชอบต้นทุนคาร์บอนมากขึ้น

กำหนดให้ คาร์บอนเครดิตเป็นทรัพย์สินที่สามารถซื้อขายและโอนได้อย่างเป็นทางการ ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

จัดทำฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมจัดทำแผนปรับตัวทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด โดยกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ประเทศไทยมีเครื่องมือครบชุด ทั้งด้านนโยบาย เงินทุน มาตรการทางภาษี และเครื่องมือทางการเงิน เพื่อรับมือโลกร้อนและเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายสำคัญฉบับแรกของประเทศไทยในการบริหารจัดการปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นระบบ พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับประชาคมโลก โดยมุ่งสร้างกลไกบริหารจัดการผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงระหว่างภาครัฐและทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสนับสนุนศักยภาพทางการค้าในรูปแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (Net Zero 2050)

ร่างกฎหมายประกอบด้วย 14 หมวด 205 มาตรา และบทเฉพาะกาล โดยจะเร่งผลักดันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดทิศทางการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่รุนแรง อีกทั้งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแผนดำเนินงาน

กฎหมายฉบับนี้ยังนำกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Mechanism) เช่น ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ภาษีคาร์บอน และคาร์บอนเครดิต มาใช้ควบคู่กันอย่างสมดุล พร้อมสนับสนุนด้านเงินทุนผ่านกองทุนภูมิอากาศ (Climate Fund) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ลดความสูญเสียและผลกระทบในภาพรวม และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามกฎหมายอย่างครบถ้วน คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในลำดับถัดไป ก่อนเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้สามารถประกาศใช้ได้อย่างทันท่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...