5 น้ำหอมสุด Niche ที่ควรมีไว้ครอบครอง 2023
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับ น้ำหอม เป็นอย่างดี เพราะใครๆล้วนแต่อยากมีบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งน้ำหอมก็เป็นอีก 1 ตัวเลือกอันดันต้นๆของใครหลายคน
แต่หลายคนเห็นหัวข้อวันนี้ คงเกิดสงสัยขึ้นมาว่า เอ๊ะ! นอกจากแบ่งประเภทแล้ว ยังมีแบ่งชนชั้นอีกหรอ คำตอบคือ มีค่ะ! และวันนี้ที่ฉันอยากนำเสนอก็คือในกลุ่ม Niche brand ซึ่งน้ำหอมกลุ่มนี้ แบรนด์ผู้ผลิตเขาจะมีความเชี่ยวชาญและเอกลักษณ์เฉพาะตัวเองสูงมากกกก เขาจะพิถีพิถันในตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ไปยันแพคเกจจิ้งเลยเธอ ซึ่งหลายๆครั้งที่ฉันโดนตก ก็เพราะกิมมิคอะไรต่างๆพวกนี้แหละ (ก็เรามันทาสการตลาดไงพี่สาว) ว่าแล้วก็มาดูกันเลย
Gypsy water by Byredo
แบรนด์น้ำหอมลักซ์ชัวรี่ ก่อตั้งปี 2006 โดยคุณ Ben Gorham (ที่หล่อมาก sex appeal สูงมากกกก อิ้อี) อดีตนักบาสเก็ตบอลจากสตอกโฮล์ม ที่ผันตัวเองจากนักกีฬาสู่เจ้าของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก จริงๆเริ่มแรกที่ก่อตั้งแบรนด์ สินค้าที่ขายดีไม่ใช่น้ำหอมนะจ๊ะ แต่เป็นเทียนหอม คือขายดีมาก จนเค้าลองเอากลิ่นที่ขายดีของเทียนมาต่อยอดเป็นน้ำหอมดู สรุป บู้มมม.. ปังสุดตั้งแต่นั้นมา
คุณ Ben Gorham เคยได้รับการขนานนามจากนิตยาสาร The New York Times ว่าเป็น Prince of perfume ด้วยนะเธอ
กลิ่นที่ฉันอยากแนะนำคือ Gypsy water ซึ่งเป็นกลิ่นฮิตตัวหนึ่งของแบบรนด์เค้าเลย เปิดท็อปโน็ตด้วย Pine needle, Sandal wood และ Amber บวกความสดชื่นจาก Cytrus หอมหวานจางๆ จาก Vanila ฉันรู้สึกกลิ่นนี้แปลก น่ารัก ใช้ง่าย แต่ไม่เกร่อ มันเก๋อะพี่สาว โหวตนะ ควรมีมากๆ
ราคา : 100 ml. / 8,450 บาท (ก็สมกับความ Niche และ ลัคชู)
Lazy Sunday Morning – REPLICA by Maison Margiela
สายแฟอาจจะคุ้นเคยกับ Maison Martin Margiela แบรนด์ Fashion สุดคูลจากปารีสกันมาบ้าง ที่เค้าได้ออก Collection ไลน์น้ำหอม กับคอนเซปท์ Replica ที่จะพาเราย้อนความทรงจำไปตามช่วงเวลาต่างๆ (ที่เค้าเอามาตั้งชื่อกลิ่น) โดยนำเอามู้ดเหล่านั้นมาใส่ในขวดน้ำหอม ได้ฟีลแบบเมื่อเราฉีดพรมลงไปบนตัวแล้วหลับตา จะได้อารมณ์เหมือนอยู่ในสถานการณ์ต่างๆเหล่านั้นเลย เอ๊า… เก๋ไรขนาดนั้นอะ ไม่ใช่แค่สตอรี่ของเค้าที่เก๋นะ ขวดเค้าก็สะดุดตามากๆ ดึงดูดท้าท้ายบัตรสินเชื่อในกระเป๋าฉันสุดๆ
กลิ่นแนะนำวันนี้คือ Lazy Sunday Morning ได้ฟีลเหมือนเช้าวันอาทิตย์บนเตียงนุ่มๆพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้บริสุทธิ์ อย่าง Pear Accord และ Rose Petales แต่ยังคงมีสเน่ห์น่าหลงใหลด้วย White Woods (หลงรักกลิ่นนี้)
ราคา : 100 ml. / 4,500 บาท
No.04 Bois de Balincourt – Perfume oil By Maison Louis Marie
แบรนด์นี้ฉันตามมาจากเทียนหอมของเค้า เทียนหอมก็คือหอมจริ้งงงงง จึ้งมาก ตั้งในบ้านปุ๊บ เปลี่ยนทาวน์โฮมชานเมือง 2 ชั้นของฉัน ให้กลายเป็นบ้านเดี่ยวสุดหรูกลางเมืองไปเล่อะ! แล้วยังไงล่ะ พอเค้าออกไลน์น้ำหอมมา ฉันก็ต้องกำตังค์ไปซื้อแล้วไม๊ แต่ตัวนี้ฉันเลือกแบบ Perfume oil มา น้อนเป็นหัวลูกกลิ้ง ใช้ง่าย พกออกจากบ้านได้ ตีให้ตายก็ไม่โป๊ะ ไม่ต้องหามุมตึกไปแอบฉีด แต่จริงๆเค้ามีแบบ EDP ด้วยนะ ซึ่งก็แล้วแต่ใครจะสะดวก
ต้องบอกก่อนว่า ส่วนตัวฉันจะอินไปทางกลิ่นพวก Wood กลิ่นดอกไม้ป่าอะไรทำนองนี้ กลิ่นที่เลือกมาจากแบรนด์นี้ก็เลยเป็น No.04 Bois de Balincourt ที่มีกลิ่นหอมแบบ หอมละเอียดอ่อน มีเสน่ห์ ที่มาจาก Sandalwood, Cedarwood แล้วเสริมด้วย Cinnamon กับ Vetiver Grass มันลงตัว มันจบ
ราคา : 15 ml. / 2,200 บาท
Santal 33 by Le labo
ตัวนี้ฉันกำลังอินสุดๆ ประวัติอะไรไปหาอ่านเอา (ฮะ?) แต่ขอเม้าท์ เอกลักษณ์เฉพาะของ Le Labo คือการทำน้ำหอมทุกขวดเเบบ Hand made คือชีปรุงสดด้วยมือทุกขวด! ร้านเค้าจะหน้าตาเหมือนห้องแล็ป แล้วแบรนด์นี้แทบไม่ทำการตลาดใดๆเลย แต่ฉันก็ตกเป็นทาสเขาได้ ถึงขั้นที่ว่าไม่ยอมซื้อในบ้านเรา เพราะอยากให้เขาปรุงสดจากมือ ต่อให้มันต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาอีกกี่วันก็ตาม เอาสิ! แถมบางกลิ่น เธอยังสามารถใส่ชื่อตัวเองที่หน้าขวดได้อีกนะพี่สาว
กลิ่นที่แนะนำนี้คือ Santal 33 แล้วรู้ไม๊ 33 หมายถึงอะไร? หมายถึงจำนวนส่วนผสมทั้งหมดของกลิ่นนี้ไงเธอเอ๊ยยย ซึ่งทุกกลิ่นเค้าจะมีตัวเลขใส่ไว้ในชื่อ เพื่อแสดงจำนวนส่วนผสมทั้งหมดนั่นแหละ ตัวนี้จะละมุนๆ ไม่รบกวนจมูกใคร แถมยังเป็น Skin Scents อีกด้วย
ราคา : 100 ml. / 8,000 บาท (ควักเงินจ่ายอย่างสมพระเกียรติ)
น้ำหอม by พี่ดำ
มาถึงตัวสุดท้าย เออ นะคะ อย่าหาขำพี่สาว หยุด ทอมฟอร์ดหลบไป ทอมโสดจะเดิน นะคะ เอออออ founder แบรนด์นี้คือ พี่ดำ ปลาเผา ดาว Tiktok ท่านหนึ่ง ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยท่าเต้นที่ไม่ซ้ำใคร แต่ซ้ำกันทุกคลิป (แซว) พี่ดำมีอาชีพขายปลาเผา แต่ก็ชอบเล่น Tiktok ก่อนเปิดร้านทุกวันก็จะจัดวันละ 1 ซิงเกิล ชีก็อัพของชีไป จนวันดีคืนดี คนนำคลิปมาแชร์ต่อๆกันจนเป็นไวรัลอยู่พักหนึ่ง และวันนี้ก็มาถึง ตามรอยเนตไอดอล ดังแล้วก็ต้องมีสินค้าแบรนด์ตัวเอง ซึ่งพี่ดำก็เลือก น้ำหอม เป็นตัวแทนของแกนั่นแล
หลายคนที่เคยใช้ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หอม กลิ่นที่แนะนำวันนี้ขอเป็น สีฟ้า แล้วกัน (คอลเลคชั่นแรกมี 4 กลิ่น 4 สี) กลิ่นนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับบุคลิกเจ้าของแบรนด์ สะท้อนตัวตอนทอมโสดได้เป็นอย่างดี สปอร์ต ขี้เล่น หวานนิด ห้าวหน่อย แบบทัดดาว บุษยา แต่ว่าไม่ได้ ติดทนนะเออ หอมด้วย ติดทนด้วย แล้วเธอ exclusive ยิ่งกว่าแบรนด์ไหน กล่องเค้ามาพร้อมลายเซ็นพี่ดำด้วยเธอ เฮ้ย! มันเก๋เกิน
ราคา : 15 ml. / 100 บาท
แต่ใดๆอยากแนะนำให้ทดลองกับตัวเองก่อนซื้อมาใช้จริงนะ เพราะบางทีเราก็แอบเอ๊ะอ๋อ ว่าทำไมได้กลิ่นจากเพื่อนแล้วหอมสะบัดเลย แต่พอซื้อมาฉีดกับตัวเองแล้วมันไม่คือเลย ก็เพราะว่าแต่ละคนจะมีกลิ่นกายประจำตัวไม่เหมือนกัน ทำให้น้ำหอมแสดงผลที่ต่างกันออกไปนั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างพี่สาว หวังว่า Niche perfume วันนี้ที่หยิบยกมา คงจะถูกใจกันบ้างไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่คอนเทนท์หน้านะคะ xoxo