โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

DACO THAI

อัพเดต 12 ก.ค. 2566 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2566 เวลา 14.00 น.

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก สถานที่ที่ปล่อยให้เราได้ดื่มด่ำกับโลกไร้พรมแดนแห่งจินตนาการ

ในวันที่เหนื่อยล้าและจิตใจต้องการการเยียวยา เราเป็นอีกคนที่มักจะเลือกหันหน้าเข้าหาศิลปะ การได้นั่งปล่อยตัวปล่อยใจล่องไปกับงานศิลป์ที่อยู่ตรงหน้า มักจะทำให้เรารู้สึกสบายใจได้เสมอเมื่อดึงตัวเองกลับมาเผชิญกับโลกปัจจุบัน ดังนั้น แทบทุกการเดินทางของเราไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่นหรือที่ไหน ๆ มักจะมีแพลนเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หรืองานนิทรรศการศิลปะอยู่ด้วยเสมอ และ teamLab Planets TOKYO คือสถานที่ที่เราเลือกจะกลับมาเยือนอีกครั้งเมื่อต้องเดินทางมาโตเกียว

เรื่องตลกอย่างหนึ่งที่พอนึกถึงที่นี่ทีไรแล้วขำตัวเองทุกทีก็คือ ตอนเรามา ทีมแล็บ ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2019 เราตั้งใจมาที่นี่โดยที่ไม่ได้ทำการบ้านไว้ว่ามันอยู่ใกล้ตลาดปลาโทโยสุ ส่วนตอนที่เรามาตลาดปลาโทโยสุ เราก็ลืมไปว่าทีมแล็บอยู่ใกล้ ๆ ตลาดปลา จนมาครั้งล่าสุดนี่แหละถึงตั้งสติได้ว่า "เดินทีมแล็บวันหนึ่งแล้วเดินตลาดปลาวันหนึ่งดีกว่า" และใช่ค่ะ วันที่จะเดินตลาดปลาเป็นวันหยุดของตลาดปลาพอดี… สุดท้ายแล้วก็ยังไม่เคยได้เที่ยวทีมแล็บและตลาดปลาโทโยสุในทริปเดียวกัน

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

เอาล่ะ! กลับเข้าเรื่อง เหตุผลที่เราเลือกจะกลับมาเยือนทีมแล็บที่โทโยสุอีกครั้งก็เพราะครั้งแรกที่เรามายังไม่มีส่วนของ Garden ครั้งนี้ได้โอกาสให้รางวัลตัวเอง ปีใหม่ทั้งที สถานการณ์โควิด-19 ก็กลายเป็นเรื่องที่เราเริ่มคุ้นชินที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันแล้วในระดับหนึ่ง และการเดินทางมาญี่ปุ่นก็ง่ายขึ้นแล้ว เราจึงไม่รีรอ ปักหมุดลงโตเกียว เพื่อมาใช้เวลาปลดปล่อยจิตใจและร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับงานศิลปะที่ teamLab Planets TOKYO อีกครั้งในทันที

พิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานความล้ำของเทคโนโลยีกับความงดงามของศิลปะเอาไว้ได้อย่างลงตัว

teamLab Planets TOKYO คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลที่ตั้งอยู่ในเขตโทโยสุของโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานความล้ำของเทคโนโลยีกับความงดงามของศิลปะเอาไว้ได้อย่างลงตัว และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมอย่างเราได้ดื่มด่ำกับศิลปะอย่างใกล้ชิด ผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดวงตามองความงาม การใช้หูฟังดนตรีประกอบเพราะ ๆ และการใช้ร่างกายสัมผัสกับสิ่งรอบตัวแบบไร้สิ่งกั้นขวาง

ภายในแบ่งออกเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ ๆ คือ Water Area และ Garden Area โดยแต่ละพื้นที่ก็จะแบ่งเป็นโซนย่อย ๆ อีก สำหรับคนที่ชื่นชอบการเดินพิพิธภัณฑ์ศิลปะแล้ว ถึงที่นี่จะไม่ใหญ่มาก แต่บอกเลยว่าใช้เวลาปล่อยตัวปล่อยใจได้อย่างเพลิดเพลินแน่นอน

หลังจากที่ซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ เลือกวันและรอบที่จะเข้าชมแล้ว ลิงก์ QR CODE จะถูกส่งมาที่อีเมล เมื่อมาถึงที่ทีมแล็บก็ต่อแถวเข้าคิวและรอแสดง QR CODE กับสต๊าฟที่ประตูทางเข้าก่อนเข้าชมได้เลย โดยก่อนเข้าไปยังห้องล็อคเกอร์ สต๊าฟจะให้เรายืนดูวิดีโอที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินชมงานภายในพิพิธภัณฑ์กันก่อน หลัก ๆ เลยคือ

- การเข้าชมในส่วนของ Water Area จะต้องเดินเท้าเปล่า
- ระดับน้ำในพื้นที่ Water Area อาจสูงถึงระดับเข่าสำหรับผู้ใหญ่ (เพราะฉะนั้นควรสวมใส่กางเกงที่พับขาได้ง่าย หรือจะยืมกางเกงขาสั้นที่นี่ก็ได้ เพียงแจ้งกับสต๊าฟของทีมแล็บได้เลย ไม่มีค่าบริการ)
- เนื่องจากมีห้องที่พื้นเป็นกระจกด้วย กรณีที่สวมกระโปรงหรือกางเกงขากว้างมา ก็มีโอกาสสูงที่กระจกจะสะท้อนกางเกงในของเรา
- ภายในมีทั้งพื้นที่ที่มีแสงสว่างจ้าและพื้นที่มืด ดังนั้นจะต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินชมด้วย
- สามารถนำโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปเข้าไปได้ แต่ไม่สามารถใช้แฟลชและขาตั้งกล้องได้

ดูวิดีโอเสร็จ ถอดรองเท้า ถุงเท้า เก็บของไว้ในล็อคเกอร์เรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่โลกไร้พรมแดนแห่งจินตนาการกันได้เลย!

Waterfall of Light - น้ำตกแห่งแสงบนยอดเนิน ณ ปลายทาง

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

เมื่อก้าวเท้าสู่ Water Area ทีมแล็บจะพาเราเข้าสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสีฟ้าสลัวที่ปลายเท้านำทางเราสู่พื้นที่แรกของการผจญภัยในโลกไร้สิ่งกั้นขวางแห่งนี้ "น้ำตกแห่งแสง" ทางเดินลาดเอียงที่มีสายน้ำไหลผ่าน และมีน้ำตกที่ไหลไม่ขาดสายอยู่ ณ ปลายทางของยอดเนิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำตกที่ภูเขาของชิโกกุ (Shikoku) สายน้ำที่ประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ เมื่อมีแสงสีขาวมาตกกระทบก็ทำให้อนุภาคเล็ก ๆ เหล่านั้นชัดเจนขึ้น ประกอบกันจนเป็นแสงสว่างที่ปลายทาง ณ สายน้ำที่กำลังไหลร่วงลงสู่พื้นที่คอยนำทางเราไปให้ถึงเป้าหมาย (แต่ใครที่ไม่มั่นใจกับการทิ้งน้ำหนักเท้าและการรักษาสมดุลในการทรงตัวของตัวเอง ขอแนะนำให้เดินจับราวขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะตอนที่เราเดินอยู่ก็ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กังวลตลอดเวลาว่าคนข้างหน้าจะล้มลงตอนไหน)

Soft Black Hole - เมื่อร่างกายเรากลายเป็นพื้นที่ว่างที่ส่งผลกระทบต่อคนอื่น

หลังจากเดินทางผ่านน้ำตกแห่งแสงและแวะเช็ดเท้าให้แห้งเรียบร้อยดีแล้ว เรายังคงอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงสว่างเล็กน้อยที่ปลายทาง

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

ณ ห้องที่เปรียบเสมือนหลุมดำเวอร์ชั่นนุ่มนิ่มแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในปัจจุบันที่อาจไม่เปิดโอกาสให้เราได้ตระหนักถึงร่างกายและมวลกายของตัวเองมากนัก การก้าวเดินไปบนพื้นเรียบในแต่ละวันเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่หากจะต้องก้าวขาจมลงสู่พื้นที่แห่งนี้ล่ะ? ร่างกายเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรกันนะ? นั่นถือเป็นความท้าทายของห้องนี้ที่เราต้องก้าวเดิน ทรงตัว และพยุงตัวเองไว้ให้ไปถึงปลายทาง โดยที่ไม่หมดแรงและปล่อยให้หลุมดำกลืนกินเราไปซะก่อน (ไม่ได้น่ากลัวขนาดที่เขียนหรอกนะ ฮ่าฮ่า)

เหนือสิ่งอื่นใด ห้องนี้บอกเราอยู่กลาย ๆ ว่าทุกการกระทำของเราล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบตัวหรือคนรอบข้างไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะในขณะที่เราก้าวเดินเอาเท้าและตัวจมลงในพื้นที่ว่าง ณ จุดหนึ่ง ในขณะนั้นจุดที่เราสร้างขึ้นมาในพื้นที่ว่างแห่งนั้นย่อมส่งผลต่อคนที่กำลังเดินนำหน้า เดินข้าง ๆ หรือเดินตามหลังมาด้วย

The Infinite Crystal Universe - จักรวาลแห่งคริสตัลที่ระยิบระยับไม่มีที่สิ้นสุด

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

ก้าวผ่านความมืดมิดมาแล้ว ชีวิตควรได้พบเจอกับความสว่างบ้าง (นี่มาเดินพิพิธภัณฑ์ศิลปะจริงใช่ไหม?) ณ จักรวาลแห่งนี้เราสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงสีสันให้กับเหล่าคริสตัลผ่านแอปพลิเคชันได้ แต่ถึงจะไม่ใช้แอปพลิเคชัน การได้เดินชมความงดงามที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ในพื้นที่ที่คล้ายว่าไม่มีจุดสิ้นสุดแห่งนี้ก็เหมือนกับเราได้ลอยเคว้งอยู่ในจักรวาลแห่งคริสตัลจริง ๆ สมกับชื่อห้องแล้วล่ะ

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

สำหรับห้องนี้ ถ้าคิด ๆ ดูให้ดีแล้ว จักรวาลคริสตัลคงกำลังบอกใบ้เราอยู่ว่าเราเป็นคนแบบไหน คนที่ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปรับตัวและอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ได้ หรือเป็นคนที่อยากจะเปลี่ยนแปลงให้สิ่งรอบตัวเป็นไปอย่างที่ต้องการ แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน เราเชื่อว่าจักรวาลแห่งนี้จะดึงดูดทุกคนให้ดำดิ่งไปกับความสวยงามของมันได้อย่างแน่นอน (รู้ตัวอีกที เวลาอาจผ่านไปแล้วหลายสิบนาทีก็เป็นได้)

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

Drawing on the Water Surface - ศิลปะบนผิวน้ำ ความงามจากการมีอยู่ของผู้คนและการร่ายรำของเหล่าปลาคาร์ฟ

ปลาคาร์ฟ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นที่ถูกนำมาถ่ายทอดความงามผ่านผืนน้ำในห้องกระจกที่ดูทอดยาวไม่รู้จบแห่งนี้ การเคลื่อนที่ของปลาคาร์ฟก็ช่างน่าสนใจ เพราะได้รับอิทธิพลจากการปรากฏตัวของผู้คน รวมทั้งปลาคาร์ฟตัวอื่น ๆ เมื่อเราชนกับปลาคาร์ฟ พวกมันจะฟุ้งกระจายกลายเป็นดอกไม้งาม ซึ่งดอกไม้ที่เบ่งบานบนผิวน้ำนั้นจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี เรายืนเล่นกับปลาคาร์ฟอย่างเพลิดเพลิน รู้ตัวอีกทีเท้าก็แทบจะเหี่ยวแล้ว

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก
teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

Matter is Void - Fire - ในการเปลี่ยนแปลงคือการเปลี่ยนผ่านและไม่มีวันย้อนกลับ

โซนเล็ก ๆ ใกล้ Drawing on the Water Surface แห่งนี้เป็นโซนที่เกิดขึ้นใหม่ที่จะชวนเราฉุกคิดเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของผ่านงานศิลปะซึ่งเป็นผลงาน NFT ที่ทุกคนสามารถดาวน์โหลดมาเป็นเจ้าของได้ โดยคำตั้งต้นที่ปรากฏที่ทีมแล็บ คือ “Matter is Void” และที่สำคัญคือผู้ที่เป็นเจ้าของ NFT นั้นจะสามารถแก้ไขคำเหล่านี้ได้ โดยคำ ๆ เดียวกันนี้จะสะท้อนให้เห็นในอาร์ตเวิร์กทั้งหมดที่ดาวน์โหลดโดยผู้คนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อแก้ไขคำต้นฉบับแล้ว แม้ว่าเจ้าของ NFT จะตัดสินใจเปลี่ยนกลับเป็น "Matter is Void" เหมือนเดิม คำที่ปรากฏก็จะต่างไปจากเดิมอยู่ดี ถือเป็นการเตือนสติเราทางอ้อมว่าเมื่อตัดสินใจแก้ไขสิ่งใดแล้ว ถึงแม้จะมันจะกลับมาคล้ายหรือใกล้เคียงเดิมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเราเองนั้นต่างรู้อยู่แก่ใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งเดิมอย่างที่มันเคยเป็นมา

Expanding Three-Dimensional Existence in Transforming Space - อวกาศทรงกลมที่เปลี่ยนแปลงเสมอเมื่อเราเคลื่อนผ่าน

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

ห้วงอวกาศทรงกลมแห่งนี้ดูเรียบง่ายแต่โดยส่วนตัวแล้วเราว่ามันมีความน่ารักอยู่ในตัว ด้วยลูกบอลทรงกลมจำนวนมากที่เคลื่อนตัวไปมาทั้งบนพื้นที่ล่องลอยอยู่ บวกกับสีสันที่เปลี่ยนไปมาได้หลากหลายสีตามการกระทำของผู้คน เช่น การผลัก หรือ การชน ประกอบห้องกระจก ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาดูมีความเป็นสามมิติอยู่เบา ๆ อีกทั้ง เด็กน้อยที่กำลังวิ่งหลบกันไปมาและเล่นกับลูกบอลหลากสี พร้อมส่งเสียงหัวเราะ เสียงแห่งความสุขออกมาเบา ๆ ก็ทำให้บรรยากาศในห้องแห่งนี้น่ารักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Floating in the Falling Universe of Flowers - ล่องลอยไปในจักรวาลแห่งดอกไม้ที่ผันแปรตามกาลเวลา เติบโต เบ่งบาน ร่วงโรย และร่วงหล่น

จักรวาลของคนรักดอกไม้แห่งนี้เป็นโซนสุดท้ายของ Water Area ซึ่งเป็นห้องที่เราใช้เวลานานมาก ๆ นานแบบที่ลืมไปเลยว่าโลกนี้มีนาฬิกา การได้นั่งหรือนอนนิ่ง ๆ จ้องมองดอกไม้ที่ผลิบานและผันแปรสภาพไปตามกาลเวลา ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดลอยไปในจักรวาลพร้อมกับกลีบดอกไม้เหล่านั้น เป็นส่วนเล็ก ๆ ของจักรวาลที่แสนสวยงามในห้องแห่งนี้ และในขณะเดียวกันก็เป็นการย้ำเตือนกับเราว่า ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีวัฏจักรของมัน ดอกไม้เติบโต ผลิดอก เบ่งบาน และเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็เหี่ยวเฉาและร่วงโรยไป เฉกเช่นกับมนุษย์เราที่มีการเวียนว่ายตายเกิด

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

จะว่าไปแล้วนอกจากได้ผ่อนคลาย ได้ล่องลอยไปกับความงดงามของจักรวาลทีมแล็บแล้ว ยังเหมือนได้ค้นหาความหมายบางอย่างให้กับการใช้ชีวิตของเราเองไปพร้อม ๆ กัน แต่นี่เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้นนะ เดินออกจากจักรวาลดอกไม้มาแล้ว กลับมาสู่ห้องล็อคเกอร์ สวมรองเท้าที่ทางทีมแล็บจัดเตรียมไว้ แล้วเลี้ยวเข้าอีกทางก็จะพบกับโซน Garden Area

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

Moss Garden of Resonating Microcosms - สะท้อนความงามของธรรมชาติผ่านแสง สี และเสียง

สวนมอสแห่งนี้ พอเดินเข้ามาให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ยุคดึกดำบรรพ์กับกองทัพไข่ไดโนเสาร์ที่เตรียมฟัก (จินตนาล้ำเลิศใช่ไหม?) เจ้าไข่ที่เรียงรายบนสวนมอสแห่งนี้จะเผยให้เห็นความงามแตกต่างกันไปในช่วงเวลาก่อนและหลังพระอาทิตย์ตก

ช่วงกลางวัน แสงแดดที่ส่องลงมาจะสะท้อนกับไข่สีเงินแวววาว ส่วนเมื่อยามหลังพระอาทิตย์ตก เจ้าไข่ทรงวงรีเหล่านี้จะส่องแสงหลากสีสวยงาม และเมื่อมีลมหรือเราไปสัมผัสเจ้าวงรีนั้น มันจะล้มลุก อีกทั้งส่งเสียงเบาสะท้อนก้องต่อกันไปเรื่อย ๆ จนทั่วทั้งพื้นที่ เรียกว่าได้สัมผัสประสบการณ์ครบทั้งแสง สี เสียง เลยล่ะ

Floating Flower Garden - เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกับเหล่าดอกไม้ที่ล่องลอยอยู่เบื้องบน

สวนดอกไม้ในพื้นที่เปิดโล่งแห่งนี้ พาเราเข้าสู่โลกที่ดอกไม้ล่องลอยอยู่เบื้องบน พร้อมกระจกที่คอยสะท้อนเงาอยู่เบื้องล่าง พอพาตัวเองเข้าไปอยู่ใจกลางพื้นที่แล้วก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสวนแห่งนี้ ซึ่งดอกไม้ที่ถูกจัดแสดงในงานศิลปะชิ้นนี้ คือ กล้วยไม้ เพราะกล้วยไม้ส่วนใหญ่สามารถเติบโตได้โดยไม่ใช้ดิน และอาศัยการดูดเอาน้ำหรือความชื้นจากอากาศ กล้วยไม้จึงล่องลอยอยู่เบื้องบน เติบโต และเบ่งบานตามวันเวลาที่ผันผ่านไปให้เราได้ชมความงดงามของมันได้แบบไม่ซ้ำในแต่ละช่วงเวลา

นอกจาก Water Area และ Garden Area ในส่วนของ Public Area ยังมี teamLab Flower Shop ที่เราสามารถซื้อของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือดอกกล้วยไม้ที่ใช้ในงานศิลปะกลับบ้านได้อีกด้วย หรือถ้าใครยังเสพงานศิลปะไม่อิ่ม ไม่หนำใจ ก็ยังมี Vegan Ramen UZU Tokyo ที่เราสามารถสั่งราเมงมานั่งกินไป ชมงาน Reversible Rotation - Non-Objective Space งานแสดงการวาด calligraphy แบบ 360 องศารอบตัวเรา (น่าเสียดายที่ตอนเราไปมีคิวรอค่อนข้างเยอะ เลยไม่ได้เข้าไปชมความงามของจุดนี้ แต่รอบหน้าไม่พลาดแน่!)

และอีกหนึ่งงานที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ Universe of Fire Particles Falling from the Sky ผลงานที่ดึงเราดำดิ่งได้ตั้งแต่ยังไม่เดินเข้างาน ทั้งตัวงานศิลปะเองที่เมื่อเราก้าวไปยืนอยู่บนงาน พื้นที่หลุมดำจะปรากฏขึ้น พร้อมกับเปลวไฟที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไป อีกทั้งดนตรีประกอบที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยฮิเดอากิ ทาคาฮาชิ (Hideaki Takahashi) ก็ชวนดำดิ่งไม่แพ้ตัวงาน พอสองอย่างนี้รวมร่างกันเลยได้ฟีลสุด ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเรื่อง Stranger Things ถูกใจติ่งอย่างเราเป็นที่สุด!

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

กิมมิคอีกอย่างของงานชิ้นนี้คือเมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Distributed Art เปลวไฟจะติดขึ้นในแอปฯ ของเรา และเราสามารถนำงานชิ้นนี้ไปส่งต่อให้คนอื่น ๆ ต่อไปได้ด้วย (ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตัวแทนส่งต่อไฟคบเพลิงโอลิปปิกเลยแฮะ)

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

และนี่คือสิ่งที่เราได้สัมผัสในจักรวาลของ teamLab Planets TOKYO ที่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปเที่ยวกันสักครั้ง! ส่วนใครที่ไปเยือนมาแล้วและยังคงอินยาว ๆ เหมือนกับเรา ขอแนะนำเพลย์ลิสต์ชวนดำดิ่งของทีมแล็บที่ฟังได้ทาง spotify

https://open.spotify.com/artist/0ToN29XQkkZO0yHyQ0Iznz?si=zviF2yzXQ02aFalYOdhg4w

teamLab Planets TOKYO

เวลาเปิด - ปิด: 10.00 - 20.00 น. (จันทร์-ศุกร์) และ 09.00 - 21.00 น. (เสาร์-อาทิตย์, วันหยุด)
วันที่ขยายเวลาเปิด - ปิด: 20, 22, 24 มีนาคม เปิด 09.00 - 21.00 น. และ 25 มีนาคม / 2, 29, 30 เมษายน เปิด 09.00 - 22.00 น.
วันหยุด: 13 เมษายน
Last entry: ก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม:
ถึง 31 มีนาคม 2023
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 3,200 เยน
เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย 2,000 เยน
เด็ก (4-12 ปี) 1,000 เยน
เด็ก (ต่ำกว่า 3 ขวบ) เข้าฟรี
ส่วนลดคนพิการ (ที่มีเอกสารรับรอง) 1,600 เยน

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2023
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 3,500 เยน
เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย 2,300 เยน
เด็ก (4-12 ปี) 1,300 เยน
เด็ก (ต่ำกว่า 3 ขวบ) เข้าฟรี
ส่วนลดคนพิการ (ที่มีเอกสารรับรอง) 1,900 เยน

วิธีการเดินทาง
1) Shin-Toyosu (รถไฟลอยฟ้าสาย Yurikamome) ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 1 นาที
2) Shijo-mae (รถไฟลอยฟ้าสาย Yurikamome) ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 5 นาที
3) Toyosu (รถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Yurakucho) ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 10 นาที

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์ได้ที่ทาง teamlabplanets.dmm.com หรือ klook.com

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
Website / Instagram / Twitter

เรื่องและภาพ: ทัศวีร์ เจริญบุรีรัตน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...