โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาลัย นุกูล ประจวบเหมาะ ยอมหัก…ไม่ยอมงอ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. 2566 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 06.20 น.

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

สมัยเรียนจบใหม่ ๆ ได้ถูกส่งไปเป็นผู้สื่อข่าวประจำ “กระทรวงคมนาคม” หรือที่หลายคนให้ฉายาว่า “กระทรวงหูกวาง” เนื่องจากมีการปลูกต้นหูกวางเรียงรายอยู่หน้ากระทรวง เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกระทรวงคมนาคม

สมัยนั้นกระทรวงคมนาคมรับผิดชอบดูแลหน่วยงานทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ และการสื่อสาร รวมถึง 7 กรม 12 รัฐวิสาหกิจ

มีการเปิดสัมปทานโครงการระดับแสนล้านบาทหลายโครงการให้เอกชนมายื่นประมูล ช่วงนั้นแต่ละโครงการกำลังฝุ่นตลบ ! เพราะการเจรจา “ผลประโยชน์” ระหว่างคู่สัญญา 3 ฝ่าย ยังไม่จบสักที !

ปกติการประมูลโครงการของภาครัฐ คู่สัญญาจะมีเพียงหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนที่ประมูลโครงการได้

แต่โครงการประมูลขนาดใหญ่ของเมืองไทย บริษัทเอกชนทราบกันดีว่า การเจรจาที่แท้จริงจะจบลงได้ อยู่ที่การเจรจาเบื้องหลังระหว่างภาคเอกชนที่ประมูลโครงการกับนักการเมือง พรรคการเมืองที่รับผิดชอบโครงการ ! ซึ่งสมัยนี้คงไม่แตกต่างกัน !

ยุคสมัยนั้นแต่ละโครงการมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากมาย อาทิ โครงการโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมาย/โครงการโฮปเวลล์/โครงการดาวเทียม การประมูลโครงการก่อสร้างถนนของกรมทางหลวง การบินไทย ฯลฯ

แต่เมื่อรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน เข้ามาบริหารประเทศในปีนั้น ได้เชิญท่านอาจารย์ “นุกูล ประจวบเหมาะ” อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ เจ้าของฉายา “ยอมหัก ไม่ยอมงอ” เข้ามานั่งเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม” ประมาณปี 2534-2535

ท่านนุกูลเข้ามา “รื้อผลประโยชน์” ใต้โต๊ะขึ้นมาปัดฝุ่น “บนโต๊ะ” พร้อมต่อรองกับบริษัทเอกชนที่ได้รับโครงการสัมปทาน ผู้รับเหมาที่ได้โครงการก่อสร้างถนนกับกรมทางหลวง ฯลฯ ขอให้ลดราคาโครงการต่าง ๆ ลงมา โดยไม่ต้องบวกค่าใต้โต๊ะใด ๆ

ทำให้ได้เม็ดเงินมหาศาลกลับคืนสู่แผ่นดิน…ข้าราชการน้ำดีและเอกชนทุกระดับต่างชื่นชม

หลังจากที่ท่านอาจารย์นุกูลอำลาจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตัวผู้เขียนเองได้ย้ายมาเป็นผู้สื่อข่าวประจำแบงก์ชาติ ทำให้ได้เห็นการดำเนินนโยบายด้านการเงิน ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้ว่าการแบงก์ชาติถึง 3 คน คืบคลานมาสู่วิกฤตต้มยำกุ้ง และการลอยตัวค่าเงินบาท ตามมาด้วยความล่มสลายของสถาบันการเงิน

ภายใต้วิกฤตการเงินที่เกิดขึ้น มีหลายคนตั้งข้อสังเกตถึงมูลเหตุต่าง ๆ ทำให้กระทรวงการคลังได้เชิญท่านอาจารย์นุกูล เข้ามาช่วย “ถอดบทเรียน” ที่เกิดขึ้นในฐานะ “ประธานคณะกรรมการศึกษาและเสนอแนะมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการเงินของประเทศ หรือ ศปร.” เพื่อให้ตรวจสอบและวินิจฉัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องค่าเงินบาท จนนำไปสู่การประกาศใช้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540

ซึ่งข้อสรุปของบทเรียนครั้งนั้นถือเป็น “คุณูปการ” อันใหญ่หลวง

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ท่านนุกูลได้จากโลกนี้ไปด้วยความสงบ สิริอายุ 93 ปี จึงขอไว้อาลัยแด่ “ท่านอาจารย์นุกูล ประจวบเหมาะ” ปูชนียบุคคลอีกท่าน

หมายเหตุ: บทกลอนด้านล่างนี้ได้เขียนมอบให้อ.นุกูลในวันอำลาจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมปี 2535

แด่…อาจารย์นุกูล ประจวบเหมาะ

คมนาคมถิ่นนี้ลือเลื่องนัก ว่าเป็นจักรผลประโยชน์มหาศาล
ค่อยป้อนพรรคการเมืองมาช้านาน เหล่าข้าราชการก็สืบสานการโกงกิน
แต่ตอนนี้ท่านมารักษาไว้ หูกวางให้ร่มเย็นเป็นสุขี
ออกดอกผลชุ่มชื่นฟื้นชีวี เหล่าประชาน้องพี่แสนดีใจ

ปราบอธรรมเหล่าร้ายหมายมุ่งมาด ให้ขยาดเกรงกลัวทั่วทุกหน
ใครโกงกินปลิ้นปล้อนชาติหลอกประชาชน ต้องผจญชดใช้กรรมตามกันไป
9 เดือนกว่าได้มาหลายแสนล้าน ทั้งโครงการโทรศัพท์การสื่อสาร
และอีกทั้งการบินไทยกับกรมทาง เป็นแบบอย่างให้สืบทอดตลอดไป

ทำความดีแม้นไม่มีใครมองเห็น ก็เปรียบเป็นการปิดทองหลังพระใหญ่
จะส่งผลวันหน้าไม่ช้าไกล แสนยิ่งใหญ่ล้ำเลิศประเสริฐจริง
ทำความดีแม้นมีคนพยาบาท ก็ไม่อาจราวีอย่างที่หมาย
เพราะคุณธรรมความดีมีรอบกาย เปล่งแสงฉายปกป้องคุ้มครองตน

ชื่อ “นุกูล” นั้นหนาว่ายิ่งใหญ่ “ประจวบเหมาะ” นั้นไซร้แผ่ไพศาล
ประกอบแต่คุณธรรมความดีงาม เหล่าลูกหลานขอรำลึกนึกถึงคุณ

กฤษณา ไพฑูรย์ / ประชาชาติธุรกิจ /2535

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...