19 พฤษภาคม 2466 พระเกียรติคุณไม่สิ้นสูญ วันสิ้นพระชนม์ “กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ชาวไทยถือว่าวันนี้ของทุกปีเป็นวัน “วันอาภากร” วันแห่งการรำลึกถึงพระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย
THE STATES TIMES
อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. เวลา 00.30 น. • THE STATES TIMES TEAM19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 วันสิ้นพระชนม์ “กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” วันอาภากร วันแห่งการรำลึกถึงพระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย
วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ได้รับการเทิดทูนอย่างสูงในฐานะ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย ด้วยเหตุนี้ กองทัพเรือและประชาชนไทยจึงถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันอาภากร” เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระกรณียกิจของพระองค์
พระองค์ทรงมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในรัชกาลที่ 5 และเป็นพระโอรสองค์แรกในเจ้าจอมมารดาโหมด กองทัพเรือระบุว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พระองค์นำองค์ความรู้ด้านการทหารเรือสมัยใหม่กลับมาพัฒนากองทัพเรือไทยในเวลาต่อมา
สิ่งที่ทำให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ได้รับการยกย่องสูงสุด ไม่ได้อยู่เพียงพระอิสริยยศ หากแต่อยู่ที่พระราชกรณียกิจด้านการวางรากฐานกิจการทหารเรือของไทยอย่างจริงจัง กองทัพเรือระบุว่าพระองค์ทรงมีพระประสงค์แน่วแน่ที่จะฝึกให้ทหารเรือไทยสามารถเดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และสามารถรบทางเรือได้ด้วยตนเอง เพราะในอดีตสยามยังต้องพึ่งชาวต่างชาติในหลายตำแหน่งสำคัญ พระองค์จึงทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและสติปัญญาเพื่อยกระดับทัพเรือไทยให้ก้าวทันมาตรฐานสากล
หนึ่งในพระกรณียกิจที่โดดเด่นที่สุดคือการพัฒนาการศึกษาทหารเรือ พระองค์ทรงปรับปรุงโรงเรียนนายเรืออย่างจริงจัง ทั้งด้านหลักสูตร วินัย และการฝึกภาคปฏิบัติ กองทัพเรือบันทึกว่า พระองค์ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เอง และทรงริเริ่มระบบการบังคับบัญชาแบบเรือรบ โดยให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชาชั้นรองลงมา นอกจากนี้ยังทรงเพิ่มวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือ เช่น การเดินเรือ ดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ เรขาคณิต และพีชคณิต เพื่อให้ทหารเรือไทยสามารถเดินเรือไกลในทะเลน้ำลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการเดินเรือจริงของกองทัพเรือไทย กองทัพเรือระบุว่าในปี พ.ศ. 2462 พระองค์ทรงนำ เรือหลวงพระร่วง จากประเทศอังกฤษเข้ามายังกรุงเทพฯ ด้วยพระองค์เอง นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยสามารถเดินเรือไกลข้ามทวีปได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นบทพิสูจน์ว่าทหารเรือไทยสามารถก้าวพ้นการพึ่งพาต่างชาติและยืนหยัดด้วยความสามารถของตนเองได้แล้ว
อีกพระกรณียกิจสำคัญคือการผลักดันให้ พระราชวังเดิม กลายเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 ซึ่งกองทัพเรือยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่แสดงถึงพระวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาและการสร้างกำลังพลของทหารเรือไทยอย่างเป็นรูปธรรม พระองค์มิได้เพียงวางหลักการ แต่ทรงผลักดันให้เกิดโครงสร้างที่จำเป็นต่อการพัฒนาทัพเรือในระยะยาว
นอกจากบทบาทด้านการทหารแล้ว พระองค์ยังได้รับความเคารพจากประชาชนอย่างกว้างขวางในอีกสถานะหนึ่ง คือการเป็นผู้มีความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณและการช่วยเหลือประชาชนยามเจ็บป่วย จนผู้คนเรียกขานกันอย่างใกล้ชิดว่า “หมอพร” และ “เสด็จเตี่ย” กองทัพเรือระบุชัดว่าพระองค์ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พระองค์ไม่เพียงเป็นบุคคลสำคัญของกองทัพเรือ แต่ยังเป็นที่รักของประชาชนทั่วไปอย่างลึกซึ้ง
ด้วยพระเกียรติคุณและพระกรณียกิจที่กว้างขวางเช่นนี้ วันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็น วันอาภากร เพื่อเทิดทูน เผยแพร่พระเกียรติคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ กองทัพเรือใช้วันนี้เป็นวันสำคัญในการประกอบพิธีวางพวงมาลา บำเพ็ญกุศล อ่านประกาศพระเกียรติคุณ และจัดกิจกรรมรำลึกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสถานที่สิ้นพระชนม์และเป็นพื้นที่สำคัญในความทรงจำของประชาชนที่เคารพศรัทธาพระองค์
หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ “วันอาภากร” จึงไม่ใช่เพียงวันรำลึกถึงการสิ้นพระชนม์ของเจ้านายพระองค์หนึ่ง แต่เป็นวันแห่งการระลึกถึง ผู้วางรากฐานกองทัพเรือไทยสมัยใหม่ ผู้ทำให้ทัพเรือไทยมีระเบียบแบบแผน มีการศึกษา มีการฝึกกำลังพล และมีศักดิ์ศรีทัดเทียมอารยประเทศ พระองค์ทรงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกองทัพเรือแบบดั้งเดิมกับกองทัพเรือสมัยใหม่อย่างแท้จริง
ในอีกด้านหนึ่ง ความที่ประชาชนจำนวนมากเรียกพระองค์ว่า “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” หรือยกย่องอย่างสูงในฐานะสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ สะท้อนว่าอิทธิพลของพระองค์ไม่ได้จำกัดอยู่ในกรอบของราชการหรือทหารเรือเท่านั้น แต่ขยายไปสู่ระดับความศรัทธาทางสังคมและวัฒนธรรมด้วย ชื่อของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์จึงมีความหมายทั้งในฐานะบุคคลประวัติศาสตร์และในฐานะสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความเมตตา และความเสียสละ
ดังนั้น วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 จึงเป็นมากกว่าวันสิ้นพระชนม์ หากเป็นวันที่คนไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึง กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ผู้ทรงวางรากฐานสำคัญให้ทัพเรือไทยก้าวสู่ความทันสมัย และผู้ยังคงได้รับการเทิดทูนในหัวใจของทหารเรือและประชาชนไทยตราบจนทุกวันนี้
ที่มา : https://www.acdc.navy.mi.th/ulhrlepia6vj?