พรรคดังเบี้ยวเงินค่าจ้างทำคลิปหาเสียง! หนุ่มร้อง 'สายไหมต้องรอด' จนต้องจำนำรถจ่ายลูกทีม
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ นายจูเนียร์ วัย 24 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูก พรรคการเมืองชื่อดัง เบี้ยวเงินค่าจ้างผลิตสื่อและคลิปวิดีโอหาเสียงเลือกตั้ง สส. เสียหายกว่า 170,000 บาท เผยช้ำใจหนัก งานล้นมือทำคลิปทะลุ 100 ชิ้น แต่กลับถูกอ้าง "นอนหลับบนรถ-งานน้อย" สุดท้ายครอบครัวต้องนำรถไปจำนำเพื่อหาเงินมาจ่ายลูกทีม
นายจูเนียร์ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เพจสายไหมต้องรอด ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เพื่อขอความเป็นธรรม โดยนายจูเนียร์เล่าว่า ตนได้รับการติดต่อผ่าน Account Executive (AE) ที่รู้จักกับพรรคการเมืองดังกล่าว ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ดูแลการถ่ายทำ ตัดต่อวิดีโอ และจัดทำกราฟิกเพื่อเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียของพรรค โดยตกลงจ้างงานเป็นระยะเวลา 2 เดือน เดือนละ 170,000 บาท
ในช่วงเดือนแรก การจ่ายเงินเป็นไปตามปกติ แต่เรื่องเริ่มเกิดปัญหาในเดือนที่สอง เมื่อพรรคการเมืองปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยอ้างว่าผู้เสียหายมีพฤติกรรมนอนหลับบนรถและส่งงานน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้ นายจูเนียร์ กล่าวว่า "ผมมีหลักฐานการทำงานและไฟล์งานสำรองเก็บไว้เกือบทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ทุกชิ้น งานที่ทำจริงงอกมาจากข้อตกลงแรกเยอะมาก"
นายจูเนียร์ ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดงานว่า เดิมทีตกลงกันว่าจะผลิตคอนเทนต์และงานโปรดักชันทั่วไปลง TikTok และสื่อออนไลน์ โดยไม่มีข้อตกลงว่าต้องลงพื้นที่หาเสียงทุกวัน แต่เมื่อเริ่มงานจริง กลับถูกเพิ่มภาระงานเรื่อย ๆ จนต้องลงพื้นที่แทบทุกวัน และต้องผลิตคลิปส่งวันละ 2 คลิป (เช้า-เย็น) รวมถึงต้องทำคลิปส่งให้สำนักข่าวต่าง ๆ อีกด้วย เนื่องจากการว่าจ้างครั้งนี้เป็นการ "ตกลงด้วยวาจา" ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะหวังว่าจะได้ร่วมงานกันในระยะยาวตามที่อีกฝ่ายอ้าง ตนจึงยอมลดราคาจากเดิม 350,000 บาท เหลือเพียงเดือนละ 170,000 บาท แต่สุดท้ายกลับถูกยุติการจ้างงานก่อนวันเลือกตั้ง และเมื่อส่งใบแจ้งหนี้ไปทางไลน์ ฝ่ายบัญชีและผู้ช่วยหัวหน้าพรรคกลับอ่านแล้วนิ่งเฉย
สาเหตุที่ต้องออกมาร้องสายไหมต้องรอด เพราะผลกระทบจากการไม่ได้รับเงินค่าจ้างครั้งนี้ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เนื่องจากตนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของทีมงานโปรดักชันทั้งหมด จนครอบครัวต้องนำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนจ่ายให้ลูกทีมก่อน จนปัจจุบันต้องแบกรับภาระหนี้สินทั้งของครอบครัวและหนี้บัตรเครดิต ตกอยู่ในภาวะเครียดสะสม
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า อยากฝากไปถึงหัวหน้าพรรคการเมืองคู่กรณีให้ลงมาช่วยตรวจสอบและพิจารณาจ่ายเงินค่าจ้างที่ค้างอยู่ เพราะเงินแสนกว่าบาทคือหยาดเหงื่อจากการทำงานจริงของผู้เสียหายที่ทุ่มเทให้พรรคอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ยังได้ฝากคำเตือนไปยังฟรีแลนซ์ บรรดาผู้รับเหมา หรือบริษัทออร์แกไนเซอร์ที่รับงานพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้งว่า
"อยากฝากเตือนทุกคนว่า ควรมีการเก็บค่าจ้างหรือรับชำระเงินล่วงหน้า (มัดจำ) ให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีเคสร้องเรียนบ่อยมาก พอเลือกตั้งเสร็จสิ้น มักเกิดข้อพิพาทเรื่องการเบี้ยวค่าป้ายหาเสียง ค่าผลิตสื่อ หรือค่าจ้างงานต่าง ๆ จนต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกันอยู่เป็นประจำ" นายเอกภพ กล่าวทิ้งท้าย