โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PROSPECT ชู Industrial REIT หลุมหลบภัยตลาดผันผวน ปันผลสม่ำเสมอ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 06.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ PROSPECT REIT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 297.94 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.50 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 173.85 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.69 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ PROSPECT REIT ยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งของอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ให้อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 96.52 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและคุณภาพของโครงการภายใต้กองทรัสต์ทั้ง 5 โครงการ ที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ย่านบางนา-ตราด กม.19-23 จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์จากเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่มีความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยกองทรัสต์เตรียมเดินหน้าเพิ่มทรัพย์สินใหม่เข้าพอร์ตเพื่อรับอานิสงส์จากการขยายตัวของการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายประโยชน์ตอบแทนสำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ในอัตรา 0.2175 บาทต่อหน่วยทรัสต์ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 16 มิถุนายน 2569

นางสาวอรอนงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่เป็นไปตามความคาดหมาย แม้ว่าอัตราการเช่าจะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้เช่าบางส่วนที่อยู่ในช่วงครบกำหนดสัญญาเช่า แต่บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถหาผู้เช่ารายใหม่เข้ามาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของทำเลยุทธศาสตร์ คุณภาพและความหลากหลายของรูปแบบอาคาร รวมถึงผู้เช่าส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 72 เป็นการใช้งานอาคารประเภทโรงงาน จึงส่งผลให้สามารถรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูงกว่าร้อยละ 90 ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแนวโน้มต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้เช่าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กองทรัสต์ยังคงมีเสถียรภาพจากรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ชัดเจน ซึ่งมาจากสัญญาเช่าระยะยาวที่มีอายุเฉลี่ย 3 ปี ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนงานที่วางไว้

นอกจากนี้ PROSPECT REIT ได้ประกาศปรับเปลี่ยนรอบการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ จากเดิมที่จ่ายเป็นรายไตรมาส เปลี่ยนเป็นการจ่ายแบบ "รายเดือน" เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงจากทรัพย์สินหลัก และเป็นการเสริมสภาพคล่อง ตลอดจนสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยจะเริ่มดำเนินการจ่ายเงินเป็นรายเดือนตั้งแต่รอบผลการดำเนินงานของเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 กองทรัสต์เตรียมเดินหน้าดำเนินการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่ารวม 187,949 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นอาคารโรงงานสำเร็จรูปและคลังสินค้าจำนวน 31 หลัง รวมทั้งสิ้น 101 ยูนิต โดยมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งเขตประกอบการทั่วไป (General Zone) และเขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอขายหน่วยทรัสต์ ทั้งนี้ การลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้จะมีมูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากการลงทุนแล้วเสร็จ จะผลักดันให้มูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทรัสต์เติบโตจากปัจจุบันที่ 10,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 15,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่ภาคอุตสาหกรรมยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนผ่านข้อมูลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 624 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 1,016,962 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ตัวเลขเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีการขยายตัวในทิศทางเดียวกัน โดยมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 427 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 965,869 ล้านบาท ตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC และภาคกลาง

"บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาบทบาทการเป็นผู้จัดการกองทรัสต์มืออาชีพ (Professional REIT Manager) โดยดำเนินงานตามกลยุทธ์การลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพ เพื่อส่งต่อผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วย ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน กองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial REIT) ยังคงเป็นทางเลือกการลงทุนที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมทั้งสร้างกระแสเงินสดและเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ" นางสาวอรอนงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...