โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮอร์โมนข้ามเพศเข้าบัตรทอง? จากสิทธิสุขภาพสู่คำถามงบจำกัด สปสช. เดินหน้าแนวคิดฮอร์โมนฟรีสำหรับคนข้ามเพศ จุดเปลี่ยนระบบสุขภาพไทย หรือโจทย์ใหญ่ที่ต้องถกให้รอบด้าน

THE STATES TIMES

อัพเดต 11 มิ.ย. เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. เวลา 02.30 น. • AYA IRRAWADEE

ถึงเวลาแล้วหรือ….แจกฮอร์โมนฟรี คนข้ามเพศ
หลังจากที่ประเทศไทยกลายเป็น Hub ของกลุ่ม LGBTQ ที่มีเสียงดังมากขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้ ล่าสุดทาง สปสช มีแนวคิดแจกฮอร์โมนข้ามเพศให้กับผู้ที่ถือบัตรทอง ซึ่งแนวคิดนี้ถูกต่อต้านจากหลายภาคส่วนในสังคม วันนี้เอย่าจึงขอมาขุดเบื้องลึกที่เกี่ยวกับการแจกฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศกันนะคะ
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนให้ถ่องแท้ว่าใครคือคนที่สามารถถือบัตรทองได้คือคนสัญชาติไทยที่ไม่ได้อยู่ในระบบสิทธิรักษาอื่น ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม หรือ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจบางแห่งที่มีสิทธิรักษาเฉพาะของตนเองโดยข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2569 มีผู้มีสิทธิบัตรทองประมาณ 47.5 ล้านคน โดยมีสัดส่วนของผู้รับบริการประมาณ 20,000 คน ที่อยู่ในกลุ่มที่จะต้องใช้ฮอร์โมนข้ามเพศนี้ โดยทาง สปสช มุ่งเป้าไปที่ยา 6 รายการสำคัญที่จะต้องใช้สำหรับคนไข้กลุ่มนี้คือ
1. Leuprorelin (ลิวโพรเรลลิน) หรือ Triptorelin (ทริปโทเรลิน) ใช้กดการสร้างฮอร์โมนเพศจากอัณฑะหรือรังไข่
2. 17-beta Estradiol ชนิดเม็ด เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ลักษณะเพศหญิง
3. Estradiol Transdermal 0.06% ชนิดทาหรือแผ่นผ่านผิวหนัง เป็นฮอร์โมนสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดหรือผลข้างเคียงจากยากิน
4. Testosterone Enanthate ชนิดฉีด เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ลักษณะเพศชาย
5. Cyproterone Acetate ชนิดเม็ด เป็นยาต้านฮอร์โมนเพศชาย (anti-androgen) ที่ช่วยลดระดับเทสโทสเตอโรน
6. Spironolactone ชนิดเม็ด ซึ่งเดิมเป็นยาขับปัสสาวะและรักษาความดัน แต่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย จึงใช้ร่วมกับเอสโตรเจนได้
โดยวางงบประมาณไว้ที่ 145 ล้านบาท เป็นค่ายาและค่าบริการทางการแพทย์ คำถามคือ ณ วันนี้ในวันที่ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีโรคที่มีความสำคัญและวิกฤตกว่า ค่าใช้จ่ายนี้สำหรับคนประมาณ 20,000 คนมีความจำเป็นมากเพียงใดพื่อที่จะลดปัญหาคนกลุ่มนี้ไปซื้อยาเองแล้วเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนที่ใช้กันอย่างไม่ถูกต้อง
หากหันกลับมามองในระดับโลกบ้างว่ามีประเทศใดมีการสนับสนุนให้ฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศบ้าง วันนี้เอย่าเอามาให้ดู
• สหราชอาณาจักร — ในระบบ NHS ครอบคลุมการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านกระบวนการวินิจฉัยและเข้าระบบคลินิกเฉพาะทาง แม้จะมีคิวรอนานในหลายพื้นที่
• ฝรั่งเศส — มีการให้ฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศสามารถได้รับการคุ้มครองโดยระบบประกันสุขภาพของรัฐภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
• เยอรมนี — มีระบบประกันสุขภาพภาครัฐครอบคลุมฮอร์โมนสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทางการแพทย์
• เนเธอร์แลนด์ — การให้ฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศนั้นครอบคลุมผ่านระบบประกันสุขภาพภาคบังคับ แต่มีคิวรอค่อนข้างยาว
• เดนมาร์ก — มีการระบุผู้ใช้บริการกลุ่มคนข้ามเพศจำนวนมากได้รับการรักษาผ่านระบบภาษีของรัฐโดยไม่ต้องจ่ายค่าฮอร์โมนเองเป็นหลัก
• บราซิล — มีระบบสาธารณสุขของรัฐ (SUS) มีบริการฮอร์โมนและการดูแลคนข้ามเพศในหลายเมือง
• อาร์เจนตินา — เป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายรับรองสิทธิการเข้าถึงการรักษายืนยันเพศสภาพค่อนข้างกว้างขวาง จุดเริ่มต้นสำคัญคือกฎหมาย Gender Identity Law ของอาร์เจนตินา ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคลในการเข้าถึงการรักษาด้วยฮอร์โมนและการรักษายืนยันเพศสภาพโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาลหรือการวินิจฉัยทางจิตเวชแบบเดิม ๆ ต่อมา รัฐบาลอาร์เจนตินาได้บรรจุยาฮอร์โมนสำหรับการยืนยันเพศสภาพเข้าในระบบประกันสุขภาพภาคบังคับ (PMO) โดยกำหนดให้ระบบสาธารณสุขของรัฐ ประกันสังคม และประกันสุขภาพเอกชนต้องให้ความคุ้มครอง 100% สำหรับยาที่กำหนด ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับไทย นโยบายล่าสุดของ สปสช. มีลักษณะใกล้เคียงกับแนวทางของอาร์เจนตินาในแง่ที่มองว่าฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพเป็น "บริการสุขภาพ" ที่รัฐควรจัดให้ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพ มากกว่ามองเป็นบริการเสริมด้านความงาม
จากเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลที่เอย่ากล่าวมานี้ คงมีคนหลายคนตั้งคำถามว่าแล้ว สปสช เอาความคิดแบบนี้มาจากไหน คิดเองหรือก๊อปจากประเทศที่พัฒนาแล้วมา เรื่องนี้เอย่ามีคำตอบให้

1. แนวทางทางการแพทย์สากล
• ปัจจุบันการดูแลคนข้ามเพศ (Transgender Health Care) ถือเป็นบริการสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ
• องค์กรวิชาชีพ เช่น World Professional Association for Transgender Health มีแนวทางการรักษาที่รวมถึงการใช้ฮอร์โมนภายใต้การดูแลของแพทย์
2. เหตุผลด้านสาธารณสุข
• สปสช. ให้เหตุผลว่ามีคนข้ามเพศจำนวนมากซื้อฮอร์โมนกินเองจากร้านขายยา หรือซื้อทางออนไลน์โดยไม่มีการติดตามผลเลือด ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือด ตับ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
• จึงต้องการดึงคนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบบริการที่มีแพทย์ดูแลแทน
3. แนวคิดเรื่องความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
• คณะกรรมการ สปสช. ระบุว่าบริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพเป็นสิทธิประโยชน์ด้านส่งเสริมสุขภาพสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
4. การผลักดันจากเครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มความหลากหลายทางเพศ
• ประเด็นนี้มีการเรียกร้องมาหลายปีจากองค์กรด้านสิทธิ LGBTQ+ และเครือข่ายผู้รับบริการสุขภาพ ก่อนจะได้รับการอนุมัติงบประมาณในที่สุด
อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ก็มีเสียงคัดค้านเช่นกัน โดยมีผู้ตั้งคำถามว่าในช่วงที่งบประมาณสาธารณสุขมีจำกัด ควรจัดลำดับความสำคัญของงบไปที่โรคหรือบริการอื่นก่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังถกเถียงกันในสังคมไทยอยู่ในขณะนี้และคงต้องดูว่าบทสรุปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เพราะหากไทยประกาศใช้สิทธินี้แก่คนข้ามเพศ ไทยจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนและในเอเชียที่ครอบคลุมบริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพผ่านระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ที่มา : AYA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...