หนุ่มจีนถูกสูบเงิน 10 ล้าน บังคับบินเข้าไทยจัดฉากเรียกค่าไถ่ตัวเอง
ภัยไซเบอร์ยังคงระบาดหนักและพัฒนารูปแบบที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ล่าสุดศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสถิติเพียงสัปดาห์เดียว คนไทยสูญเงินกว่า 207 ล้านบาท พร้อมชูผลงานเด่น บุกช่วยเหยื่อชาวจีนถูกลวงข้ามชาติ บังคับโทรเรียกค่าไถ่ตัวเองได้ทันท่วงที
แกะรอยช่วยหนุ่มจีน หวิดสูญเงิน-สูญอิสรภาพ
คดีสำคัญที่สะท้อนความอุกอาจของมิจฉาชีพ เจ้าหน้าที่ ACSC ได้บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือชายชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยคนร้ายได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท จากนั้นได้ออกอุบายล่อลวงให้เดินทางมายังประเทศไทย
ขอบคุณภาพจาก ตำรวจภูธรภาค 2
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและเดินทางมาถึง กลับถูกกักขังและบังคับให้โทรศัพท์กลับไปหาครอบครัวเพื่อเรียกค่าไถ่ตัวเอง โดยอ้างว่าต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับอิสรภาพ โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยและบุกเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้สำเร็จก่อนเกิดเหตุสลด
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าช่วยเหลือและระงับเหตุ หญิงวัย 44 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อขายทองคำผ่านเว็บไซต์ปลอม จนสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท
ขอบคุณภาพจาก ตำรวจภูธรภาค 2
สัปดาห์เดียวสูญ 207 ล้าน "อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ"
ทาง ACSC ได้เปิดเผยสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์ผ่านระบบ ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. – 4 ก.ค. 2569 พบว่ามีประชาชนตกเป็นเหยื่อสูงถึง 5,588 คดี รวมมูลค่าความเสียหายสะสมกว่า 207 ล้านบาท โดยรูปแบบอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายสูงสุดคือ "การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ" ซึ่งกวาดเงินเหยื่อไปได้กว่า 71 ล้านบาท
ตำรวจภูธรภาค 2 ย้ำคาถา "รู้ทัน ไม่หลงเชื่อ ไม่รีบโอน"
เพื่อเป็นการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น ตำรวจขอเน้นย้ำให้ประชาชนจดจำข้อสังเกตสำคัญ ดังนี้
- ไม่มีการโทรแจ้งข้อกล่าวหา: เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ดีเอสไอ (DSI) หรือ ปปง. จะไม่มีการโทรศัพท์ไปหาประชาชนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ
- ไม่มีการส่งเอกสารผ่าน LINE: จะไม่มีการส่งหมายจับ หรือเอกสารราชการทางแอปพลิเคชัน LINE
- ไม่มีการสอบสวนผ่านวิดีโอคอล: ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อทำการสอบสวนโดยเด็ดขาด
- ไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ: เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ข้อควรปฏิบัติเมื่อรับสายมิจฉาชีพ: หากได้รับสายโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้ วางสายทันที อย่าหลงเชื่อ อย่าแอด LINE และ อย่าโอนเงินโดยเด็ดขาด (การตั้งสติและตรวจสอบให้แน่ใจ จะช่วยป้องกันความสูญเสียได้)
ช่องทางการติดต่อและแจ้งเบาะแส
หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง หรือพบเบาะแสอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทรขอคำปรึกษาผ่าน สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา/เครดิตภาพ : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)