โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มจีนถูกสูบเงิน 10 ล้าน บังคับบินเข้าไทยจัดฉากเรียกค่าไถ่ตัวเอง

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภัยไซเบอร์ยังคงระบาดหนักและพัฒนารูปแบบที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ล่าสุดศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสถิติเพียงสัปดาห์เดียว คนไทยสูญเงินกว่า 207 ล้านบาท พร้อมชูผลงานเด่น บุกช่วยเหยื่อชาวจีนถูกลวงข้ามชาติ บังคับโทรเรียกค่าไถ่ตัวเองได้ทันท่วงที

แกะรอยช่วยหนุ่มจีน หวิดสูญเงิน-สูญอิสรภาพ

คดีสำคัญที่สะท้อนความอุกอาจของมิจฉาชีพ เจ้าหน้าที่ ACSC ได้บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือชายชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยคนร้ายได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท จากนั้นได้ออกอุบายล่อลวงให้เดินทางมายังประเทศไทย

ขอบคุณภาพจาก ตำรวจภูธรภาค 2

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและเดินทางมาถึง กลับถูกกักขังและบังคับให้โทรศัพท์กลับไปหาครอบครัวเพื่อเรียกค่าไถ่ตัวเอง โดยอ้างว่าต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับอิสรภาพ โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยและบุกเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้สำเร็จก่อนเกิดเหตุสลด

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าช่วยเหลือและระงับเหตุ หญิงวัย 44 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อขายทองคำผ่านเว็บไซต์ปลอม จนสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท

ขอบคุณภาพจาก ตำรวจภูธรภาค 2

สัปดาห์เดียวสูญ 207 ล้าน "อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ"

ทาง ACSC ได้เปิดเผยสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์ผ่านระบบ ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. – 4 ก.ค. 2569 พบว่ามีประชาชนตกเป็นเหยื่อสูงถึง 5,588 คดี รวมมูลค่าความเสียหายสะสมกว่า 207 ล้านบาท โดยรูปแบบอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายสูงสุดคือ "การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ" ซึ่งกวาดเงินเหยื่อไปได้กว่า 71 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค 2 ย้ำคาถา "รู้ทัน ไม่หลงเชื่อ ไม่รีบโอน"

เพื่อเป็นการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น ตำรวจขอเน้นย้ำให้ประชาชนจดจำข้อสังเกตสำคัญ ดังนี้

  • ไม่มีการโทรแจ้งข้อกล่าวหา: เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ดีเอสไอ (DSI) หรือ ปปง. จะไม่มีการโทรศัพท์ไปหาประชาชนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ
  • ไม่มีการส่งเอกสารผ่าน LINE: จะไม่มีการส่งหมายจับ หรือเอกสารราชการทางแอปพลิเคชัน LINE
  • ไม่มีการสอบสวนผ่านวิดีโอคอล: ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อทำการสอบสวนโดยเด็ดขาด
  • ไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ: เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อรับสายมิจฉาชีพ: หากได้รับสายโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้ วางสายทันที อย่าหลงเชื่อ อย่าแอด LINE และ อย่าโอนเงินโดยเด็ดขาด (การตั้งสติและตรวจสอบให้แน่ใจ จะช่วยป้องกันความสูญเสียได้)

ช่องทางการติดต่อและแจ้งเบาะแส

หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง หรือพบเบาะแสอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทรขอคำปรึกษาผ่าน สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา/เครดิตภาพ : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...