โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยพบพม่า : รัฐซ้อนรัฐในรัฐยะไข่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มิ.ย. 2565 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 06.00 น.

หากจะกล่าวถึงกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อันดับต้นๆ ในพม่าปัจจุบัน นับกันเฉพาะเรื่องความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และความกระเหี้ยนกระหือรือในการรบ คงไม่มีกองกำลังกลุ่มใดโดดเด่นเท่ากับกองทัพอาระกัน หรือ AA (Arakan Army) ที่พูดเช่นนี้ เพราะในบรรดากองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายสิบกลุ่มทั่วประเทศ มีกองกำลังที่มีกำลังพลและความพร้อมอย่างดีเพียงบางส่วน ในรัฐฉาน รัฐกะเหรี่ยง หรือรัฐกะฉิ่น แต่เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มมี “วาระ” เป็นของตนเอง หลายกลุ่มมองถึงอนาคตการได้อิสระบริหารจัดการรัฐของตนเอง พูดง่ายๆ คือใฝ่ฝันถึงการปกครองแบบสหพันธรัฐ ที่รัฐของกลุ่มชาติพันธุ์สามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ และอีกหลายกลุ่มมองถึงผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นค่าคุ้มครอง หรือมูลค่าของเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่ที่ตนควบคุมอยู่ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล

แก่นแท้ของสงครามกลางเมืองในพม่า และภายใต้ความขัดแย้งทางเชื้อชาติในหลายระดับ คือการรักษาผลประโยชน์และสถานะทางอำนาจ (status quo) ของแต่ละฝ่ายไว้อย่างเหนียวแน่น เราจึงไม่ควรมองว่าความวุ่นวายทางการเมืองในพม่าเป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ต้องมองลึกลงไปว่าภายในกลุ่มชาติพันธุ์เองก็มีความขัดแย้ง ที่ไม่สามารถหาจุดร่วมตรงกลางได้ง่ายๆ

กองทัพอาระกันเป็นกองกำลังใหม่ ที่เพิ่งจะก่อตั้งเมื่อปี 2009 มานี้เอง ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ รัฐยะไข่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของพม่ากลายเป็นสนามรบและพื้นที่ขัดแย้งของหลายฝ่าย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐยะไข่เองก็มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ทั้งชาวโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ชาวยะไข่มุสลิมอื่นๆ และชาวยะไข่พุทธ นอกจากนี้ รัฐยะไข่ที่ตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรอินเดีย มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีลักษณะทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากอยู่ติดกับบังกลาเทศ และเป็นเสมือนประตูเปิดออกสู่เอเชียใต้ทั้งภูมิภาค

เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้กองทัพพม่าพยายามถนอมน้ำใจกองกำลังในรัฐยะไข่ไว้ และยังรู้ว่าผู้นำกองทัพยะไข่อย่าง ทุน มรัต นาย (Tun Mrat Naing) ไม่ใช่นายทหารธรรมดาๆ เพราะผู้นำหนุ่มอายุเพียง 43 ปี ผู้นี้มีทั้งบารมี กึ๋น และเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ ภายในไม่กี่ปี เขาสร้างให้กองทัพอาระกันเป็นกองกำลังที่ครบเครื่องที่สุดในพม่า เป็นเหมือนกองกำลังคลื่นลูกใหม่ที่มาแรง และเปิดฉากโจมตีกองทัพพม่าได้เด็ดขาดรุนแรงที่สุด

เมื่อเกิดรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 รัฐยะไข่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง อันสืบเนื่องจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหารของประชาชน และการนัดหยุดงานของข้าราชการ ในขณะที่เกิดการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรงกระจายไปทั่วประเทศ ท่ามกลางสุญญากาศทางการเมืองยุคบ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป กองทัพอาระกันและสันนิบาตสามัคคีแห่งอาระกัน (United League of Arakan หรือ ULA) ซึ่งเป็นปีกการเมืองของกองทัพอาระกัน ร่วมกันก่อตั้งคณะบริหารขึ้นมาเพื่อปกครองและควบคุมรัฐยะไข่ โดยเฉพาะทางตอนเหนือ ที่อยู่ติดกับบังกลาเทศและรัฐฉิ่น

กองทัพอาระกันไม่ได้เข้าไปควบคุมหรือตรึงพื้นที่ในรัฐยะไข่เท่านั้น นอกจากการส่งกองกำลังทหารเข้าไปประจำยะไข่ตอนเหนือแล้ว กองทัพอาระกันยังเข้าไปเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมปฏิบัติหลายอย่างในรัฐยะไข่ เช่น ให้โรงเรียนทั่วพื้นที่ของตนเปลี่ยนมาร้องเพลงประจำชาติของยะไข่ แทนที่เพลง “กะบา มะเจ” (Kaba Ma Kyei) อันเป็นเพลงชาติของพม่า และยังมีนโยบายอีกหลายอย่างเพื่อฟื้นฟูอัตลักษณ์ของชาวยะไข่ หลังที่ถูกครอบงำโดยวัฒนธรรมพม่าแท้มายาวนานหลายสิบปี เขตอิทธิพลของกองทัพอาระกันในรัฐยะไข่จึงไม่ต่างกับ “รัฐซ้อนรัฐ” (Deep State) ที่มีอำนาจในแบบของตัวเอง และเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐแบบพม่าโดยเฉพาะ

ในเขตกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เราเห็นปฏิบัติการทางการทหารที่เข้มข้น และการรักษาผลประโยชน์ของอีลีทผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์นั้นๆ แต่ไม่มีพื้นที่ใดที่จะมีปฏิบัติการในเชิงวัฒนธรรม และการเข้าไปขุดรื้อวัฒนธรรมแบบพม่าแท้ออกจากวิถีชีวิตของผู้คนเท่ากับในรัฐยะไข่ ด้วยกระแสการต่อต้านกองทัพพม่าที่รุนแรง จึงไม่น่าแปลกใจที่กองทัพพม่าพยายามเรียกร้องให้กองทัพอาระกันลงนามในข้อตกลงสงบศึก เพราะรู้ดีว่าหากกองทัพอาระกันเข้าร่วมกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ หรือกองทัพพิทักษ์ประชาชน (PDF) ที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร และเป็นเป้าหมายหลักของกองทัพพม่าในขณะนี้ได้ล่ะก็ โอกาสที่ฝ่ายปฏิปักษ์จะเติบโตและร่วมกันโจมตีกองทัพพม่าจากทุกด้านก็มีมากขึ้น

ในปี 2020 กองทัพอาระกันลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับกองทัพพม่า ในขณะนั้นรัฐบาลพม่ายังอยู่ภายใต้การบริหารของพรรค NLD และด่อ ออง ซาน ซูจี กองทัพพม่าเองก็พยายามบอกกับสื่ออยู่หลายครั้งว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ชื่นมื่นกับกองทัพอาระกัน แต่อุดมการณ์และเป้าหมายของกองทัพอาระกันยิ่งใหญ่กว่านั้น ในที่สุดเมื่อเกิดรัฐประหาร หลายฝ่ายรอดูทีท่าของกองทัพอาระกันก่อนเป็นอันดับแรก แม้กองทัพอาระกันจะไม่ได้แสดงตนว่าสนับสนุนกองกำลังฝ่ายประชาชนอย่างชัดเจนเหมือนกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น KNU ของกะเหรี่ยง แต่ในเวลาต่อมาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าหากกองกำลังฝ่ายประชาชนต้องการชัยชนะ กลุ่มหนึ่งที่พวกเขาต้องเข้าหาเป็นอันดับต้นๆ ก็คือกองทัพอาระกันของทุน มรัต นาย นี่แหละ

ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลัง PDF กับกองทัพอาระกันยังดีอยู่ เมื่อสัปดาห์ก่อน กองทัพอาระกันเพิ่งจัดแถลงข่าว พวกเขาอ่านเกมไว้ว่าการเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังฝ่ายตน กองกำลังฝ่ายอื่นๆ และกองทัพพม่าจะมีมากขึ้นอย่างแน่นอน และยังอ้างว่ากองทัพอาระกันเพิ่งรับอดีตทหาร 100 คน ที่ตัดสินใจโบกมือลากองทัพพม่าและเข้าร่วมกับกองทัพอาระกัน ไฮไลต์ของการแถลงข่าวในครั้งนี้อยู่ที่ประโยคที่ว่า “กองทัพอาระกันต้องการสร้างเพื่อนมากกว่าศัตรู” และกองทัพอาระกันกับเครือข่าย “ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประเทศจากการยึดครองของกองทัพพม่า” คำว่า “เพื่อน” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกองกำลัง PDF กับรัฐบาลคู่ขนาน NUG เท่านั้น แต่ยังหมายถึงกองกำลังอื่นๆ

ถึงตอนนี้ ทางออกของปัญหาความขัดแย้งในพม่ามีเพียง 2 ทางเท่านั้น หากไม่เกิดการเจรจาและกองทัพยอมรับข้อเสนอของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และ PDF สงครามกลางเมืองก็จะดำเนินต่อไปอีกยาวนาน จนกว่าจะมีผู้ชนะ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าความขัดแย้งในพม่ามีหลายระดับ เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและหมักหมมมายาวนาน คงไม่ได้จบง่ายๆ เหมือนกรณีของรวันดา ที่กองกำลังฝ่ายทุตซี (Tutsi) รบชนะกองกำลังของฮูตู (Hutu) และบุกเข้ายึดกรุงคิกาลี (Kigali) เมืองหลวงของรวันดา นำมาสู่การสถาปนารัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของพอล คากาเม (Paul Kagame) ประธานาธิบดีชาวทุตซี มาจวบจนปัจจุบัน แต่สงครามกลางเมืองในพม่าจะดำเนินต่อไปอีกเนิ่นนาน ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าถึงเมื่อไหร่

ลลิตา หาญวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...