ย้อนนาทีเสี่ยงตาย ‘สลายเสื้อแดง’ สมบัติ ทองย้อย ยังถูกขัง ไร้โอกาสร่วมรำลึกเมษาเลือด
อ่านปากคำสะเทือนใจ ‘สลายเสื้อแดง’ ‘อานนท์ ไอลอว์’ พ้อ ‘สมบัติ ทองย้อย’ อดีตการ์ด ครบรอบ ‘เมษาเลือด’ ยังถูกพรากอิสรภาพ ไม่ได้ร่วมรำลึก 14 ปี
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ร้านอะไรอะไร (Arai Arai) ใกล้กับวงเวียน 22 ถนนไมตรีจิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์สามัญชน ร่วมกับ ARAIARAI และ เครือข่ายกวีสามัญสำนึก จัดกิจกรรม The Reader’s Night ตอน ‘the Red Memories สดับเสียง(อักษร)ในตะกอนความทรงจำสีแดง’ อ่านออกเสียงเรื่องราวของผู้ผ่านเหตุการณ์ ฟังบทกวีถึงนักสู้และผู้วายชนม์ พร้อมสนทนา ย้อนรำลึกถึงผู้คนและเหตุการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในร้าน มีการจัดแสดงสิ่งของซึ่งล้วนเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของ ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงในปี พ.ศ. 2553 อาทิ เสื้อยืด ผ้าโพกหัว ขัน มือและเท้าตบ ตลอดจนนิตยสารและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย โดยพิพิธภัณฑ์สามัญชน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอ่านหนังสือ บทกวี และจุดเทียนรำลึก ในโอกาสครบรอบ 14 ปี เหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด 10 เมษายน 2553 และเหตุการณ์ล้อมปราบ ที่แยกราชประสงค์ 19 พฤษภาคม 2553
บรรยากาศ เวลา 17.20 น. นายอานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวต้อนรับ ก่อนอ่านหนังสือที่ตัดสรรมาโดยเฉพาะ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของคนเสื้อแดง ท่ามกลางอดีตนักเคลื่อนไหว และอดีตตัวแทนพรรคการเมืองทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรม อาทิ นายชานันท์ ยอดหงษ์ หรือ ปกป้อง อดีตผู้รับผิดชอบนโยบายด้านอัตลักษณ์และความหลากหลายทางเพศ พรรคเพื่อไทย, หอย นักศึกษารามคำแหง ไปจนถึงอดีตผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง อาทิ น.ส.สาคร คำแถลง หรือ ป้าสาคร, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก, นายธนา เพชรสัมฤทธิ์ ตัวแทนเครือข่ายกวีสามัญสำนึก เป็นต้น
นายอานนท์กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เราจะเน้นเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร มีหนังสือที่เล่าเรื่องคนเสื้อแดงวางไว้ ซึ่งบางบทได้ซีรอกออกมา เนื้อหาเกี่ยวข้องกับ 10 เมษายน 2553 โดยเฉพาะ ซึ่งมีอยู่หลายเรื่อง มาร่วมแจมอ่านกันได้ โดยเล่มแรกที่จะกล่าวถึงคือหนังสือ ‘Never stop’ ของไอลอว์ ที่ตนสัมภาษณ์ผู้ที่ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 คือคุณสมบัติ ทองย้อย การ์ดเสื้อแดง ในระหว่างที่ไปขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ทำให้เกิดเป็นบทสัมภาษณ์ชุดนี้ขึ้นมา
“พี่สมบัติ บุคลิกแกข้างนอก อาจจะดูโหดๆ ไว้หนวดไว้เครา แต่ใจดี แกมีอารมณ์ความรู้สึกกับเรื่องราวนี้พอสมควร เห็นหน้าดุๆ อย่างนั้นตอนสัมภาษณ์มีบางช่วงจะร้องไห้ออกมา แต่ฮึบไว้ เพราะค่อนข้างสะเทือนอารมณ์ ตอนเกิดเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553” นายอานนท์เผย
ก่อนอ่านเนื้อหาของบท “ครอบครัว ราชประสงค์ ความทรงจำ เลือด และน้ำตา สมบัติ ได้เผชิญกับวินาทีความเป็นความตายอย่างแท้จริง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงช่วงเวลาระหว่างสลายการชุมนุม ที่ นายสมบัติพบเห็นการเสียชีวิตของ พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง โดยในส่วนของการ์ด แบ่งงานกันเป็นระบบเพราะเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อและตีวงกว้าง แต่ตนอยู่ในสถานการณ์ตลอด ช่วงที่เข้มข้นจะไม่ได้กลับบ้าน แต่หากเหตุการณ์ปกติ จะได้แว่บกลับไปนอนบ้านบ้าง แฟนห้ามไม่ได้ พูดได้อย่างเดียว ‘ดูแลตัวเองดีๆ นะ’
“ช่วงเมษาปี 53 สะเทือนใจที่สุด รัฐบาลสลายการชุมนุมที่แยกคอกวัว การชุมนุมมี 2 จุดหลัก คือราชประสงค์ และราชดำเนิน พี่เต้น (ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) ขอกำลังไปแยกคอกวัว เพราะกลัวว่าจะเอาไม่อยู่ พอไปถึงทุกอย่างก็โกลาหล จากที่ดัง ‘แปะๆ’ กลายเป็นดัง ‘ปังๆ’ หนีกระสุนแตกกระเจิงกัน แล้วไปตั้งหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่กี่วินาทีก็ได้ยินเสียงบึ้ม ไม่นานก็เห็นวสันต์ ภู่ทอง ถูกหามออกมา เมื่อภรรยาเห็นศพก็ร้องไห้ ผมยัดบัตร นปช.ไว้ในมือแก (วสันต์) ภรรยาก็กอดกันและร้องไห้ ได้แต่บอกกันว่า ‘พี่วสันต์ แกเป็นวีรชนไปแล้ว'”
เนื้อหาจากบทสัมภาษณ์นายสมบัติ ระบุอีกว่า เมื่อถึงเดือน พฤษภาคม รัฐบาลเตรียมสลายการชุมนุมครั้งสุดท้าย วันที่ เสธ.แดง ถูกยิง ตนอยู่ในพื้นที่ เห็นตอนเอาตัวขึ้นท้ายกระบะ พิงหลังแคปรถ พี่หนุ่ม ขี่มอเตอร์ไซค์ตาม
“ตาพี่แดง (เสธ.แดง) เขียวคล้ำ มวลชนอยู่บนถนนจำนวนมาก รถจึงวิ่งได้ช้า ผมเลยตะโกนว่า ‘พี่แดงถูกยิง’ ถึงออกไปได้
“เราขอให้ยุบสภาทำไมถึงใช้อาวุธสงครามกับเรา คนมือเปล่าที่ไปในชุมนุม ทำไมต้องไปทำอย่างนั้นกับเขา มันเกินไป” นายอานนท์กล่าว ถึงบทสนทนา
และว่านายสมบัติ เป็นอีกหนึ่งคนที่จะไม่ได้ไปร่วมงานรำลึก ครบรอบ 14 ปี 10 เมษายน 2553 ที่จะจัดขึ้นในปีนี้ เพราะยังถูกคุมขังในเรือนจำ
จากนั้น นายอานนท์ กล่าวถึงหนังสืออีกเล่ม ‘สุภาพบุรุษไพร่’ ที่สัมภาษณ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดย คุณฟ้ารุ่ง โดยคัดมาตอนหนึ่งที่พูดถึงช่วงที่ลูกคลอด (ด.ญ.ชาดอาภรณ์ ใสยเกื้อ) วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 เป็นช่วงเดียวกับที่การชุมนุมกำลังเข้มข้น
“ช่วงกลางวัน 10 เมษายน เชื่อว่าจะมีการหลอกล่อ ไปเวทีราชประสงค์ ณัฐวุฒิจึงปักหลักที่ราชประสงค์ และเช็กกับพรรคพวกตลอด ว่าไหวไหม จนกระทั่งมีการโยนแก๊สน้ำตา ‘เขาเอาจริงแล้ว’ ผมจึงย้ายไปผ่านฟ้า ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ และมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา เรียกแกนนำมาเล่าเหตุการณ์ทีละคน ขึ้นไปบนเวที ประกาศให้รัฐบาลติดต่อกลับมาเจรจา กระทั่งได้คุยกับคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ จนยุติความรุนแรงได้”
“ผมอยู่ในบรรยากาศหนักอึ้งทั้งคืน ต้อฃทำให้มวลชนรูัว่าเราอยู่ แต่ไม่ขึ้นเวที ผู้เสียชีวิตไม่รู้ตายไปกี่คน กลัวว่าจะมีการซ้อนศพ จึงบอกให้ไปดู อย่าให้ทหารเอาไป ประชาชนโกรธแค้นอะไรที่อยู่ในกลไกรัฐ มีความพยายามไปเอาศพจาก รพ.ด้วย ผมเองก็มีความรู้สึกไม่ไว้ใจเหมือนกัน แต่เราต้องนิ่ง ควบคุมสถานการณ์” นายณัฐวุฒิเผยในบทสัมภาษณ์
ซึ่งยังกล่าวถึงปมชายชุดดำ ที่สร้างความชอบธรรม ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ในขณะนั้น โดยปัจจุบันคดีดังกล่าวยังไม่กระจ่าง
“ผมไม่ได้คาดหวังว่ารัฐบาลจะถือสไนเปอร์มา และผมไปที่นั่นเพื่อหยุดมัน บางคนบอกว่า ชุดดำที่ยิงอยู่นั้นอยู่ในกลุ่มทหาร เราต้องค้นหาความจริงรอบด้าน มาวางต่อหน้าคนทั้งประเทศให้ได้”
มีข่าวว่า พล อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะทำรัฐประหาร มีสายลึกลับที่ต่อถึง ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นใคร บรรยากาศโกลาหล คืนนั้นได้คุยกับ กอร์ปศักดิ์ บอกว่า ชาวบ้านตายเยอะแล้ว เขาบอกว่า รู้ไหมมีทหารตาย 4-5 คนแล้ว แต่สำหรับผมทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน ขอให้หยุด อย่าให้ตายเพิ่ม”
เสื้อแดง ก็รับแจ้งเตือนจากทหารแตงโม หลายคนมองว่า เสื้อแดงหาเรื่องก่อน จากการไปปราศรัยหน้ากองทัพภาค ที่ 1 ขณะที่ณัฐวุฒิ เชื่อว่า ไม่ใช่ ทหารและรัฐบาลเตรียมการมาหลายวัน วันนั้นรัฐบาลเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ผมเชื่อว่ามันมีการวางแผนการไว้เสร็จสรรพล่วงหน้าหลายวัน” นายอานนท์ เผยถึงเนื้อหา ที่อยู่ในหนังสือ ‘สุภาพบุรุษไพร่’
เวลา 17.30 น. บทสนทนา ความทรงจำถึง 10 เมษา กับป้าสาคร และป้านก ซึ่งร่วมบริจาคสิ่งของสมทบพิพิธภัณฑ์สามัญชน
สำหรับกิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ’10 April and Beyond ในม่านความทรงจำสีแดง’ ซึ่งเปิดให้เข้าชมที่ร้าน AraiArai ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม จนถึงวันพรุ่งนี้ (7 เมษายน)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนนาทีเสี่ยงตาย ‘สลายเสื้อแดง’ สมบัติ ทองย้อย ยังถูกขัง ไร้โอกาสร่วมรำลึกเมษาเลือด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th