โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ฟรีดริก เชเฟอร์” หมอผู้ร่วมปลุกปั้น รพ.จุฬาฯ แต่ตายก่อนได้เห็นความสำเร็จเพียงวันเดียว

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 มี.ค. 2567 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2567 เวลา 10.05 น.
นพ. ฟรีดริก เชเฟอร์ หมอชาวเยอรมันผู้มีส่วนร่วมวางรากฐานโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ 100 ปีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ - ศตวรรษ อัศจรรย์)

ฟรีดริก เชเฟอร์ ชื่อนี้ในสังคมน้อยคนนักจะรู้จัก อาจเพราะกาลเวลาที่ล่วงเลยไปกว่าร้อยปี ชื่อของเขาจึงค่อยๆ เลือนหายจากความทรงจำ ทว่านามนี้กลับแจ่มชัดและโดดเด่นในประวัติการก่อตั้ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพราะ “หมอเชเฟอร์” คือหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานโรงพยาบาลจุฬาฯ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็น เนื่องจากเสียชีวิตไปก่อนวันเปิดเพียงวันเดียวเท่านั้น

ฟรีดริก เชเฟอร์ (Friedrich Schaefer) เป็นชาวเยอรมัน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2411 รับราชการเป็นแพทย์ทหาร และศัลยแพทย์ประจำกองทัพบกเยอรมัน ก่อนจะเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ในปลายเดือนธันวาคม ปี 2451 ซึ่งเป็นช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นช่วงที่สยามอยู่ในช่วงพัฒนาประเทศ

ศาสตราจารย์ นพ. ธนิต วัชรพุกก์ เล่าไว้ในเฟซบุ๊กเพจ 100 ปีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ – ศตวรรษ อัศจรรย์ ว่า เมื่อมาใช้ชีวิตในสยาม หมอเชเฟอร์ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษากรมแพทย์ทหารบก ทำหน้าที่ช่วยพัฒนาโรงพยาบาลกลางกรมยุทธนาธิการ (โรงพยาบาลทหารบก ตั้งอยู่ริมคลองหลอด)

หมอเชเฟอร์ซึ่งสั่งสมประสบการณ์การผ่าตัดมานาน สามารถผ่าตัดใหญ่สำเร็จด้วยดีหลายครั้ง กระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ดูแลอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ รวมถึงข้าราชการระดับสูงหลายราย เมื่อล่วงเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระราชดำริให้สร้างโรงพยาบาล เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หมอเชเฟอร์ ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกก่อตั้ง “โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์”

ศาสตราจารย์ นพ. ธนิต เล่าอีกว่า การนี้ รัชกาลที่ 6 ทรงมอบหมายให้กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดชดำเนินการ มีหมอเชเฟอร์เป็นผู้ช่วย โดยมี มาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลี ผู้ฝากฝีมือในการออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคม สถานีรถไฟกรุงเทพ (สถานีรถไฟหัวลำโพง) ฯลฯ และ อี. จี. โกลโล (E. G. Gollo) วิศวกรชาวอิตาลี มาดูแลการออกแบบและก่อสร้าง

นายแพทย์ชาวเยอรมันมีบทบาทในการวางรายละเอียดแผนผังงาน เลือกและจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการรักษาพยาบาล ควบคู่ไปกับงานหลักคือการรักษาคนไข้

การก่อสร้างโรงพยาบาลจุฬาฯ คืบหน้าไปจนขั้นตอนแรกแล้วเสร็จในปี 2457 ท่ามกลางความดีใจของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แต่แล้ววันหนึ่งขณะกำลังผ่าตัดคนไข้ก็เกิดอุบัติเหตุกับหมอเชเฟอร์ บาดแผลนั้นทำให้เขาติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะอายุ 45 ปี 9 เดือน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ปี 2457

การเสียชีวิตของหมอเชเฟอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคลากรสำคัญในการร่วมวางรากฐานโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นเหตุให้ทางการต้องเลื่อนพิธีเปิดโรงพยาบาล จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 16 พฤษภาคม ไปเป็นวันที่ 30 พฤษภาคม

นพ. ฟรีดริก เชเฟอร์ ทอดร่างอย่างสงบ ณ สุสานโปรเตสแตนต์ หรือ “สุสานฝรั่ง” ถนนเจริญกรุง ร่วมกับชาวต่างชาติคนอื่นๆ อาทิ แดน บีช แบรดลีย์ หรือ “หมอบรัดเลย์” ผู้ทำการ “ผ่าตัดใหญ่” ด้วยวิทยาการการแพทย์แบบตะวันตกครั้งแรกในสยาม เฮนรี อาลาบาศเตอร์ ราชเลขานุการด้านการต่างประเทศในรัชกาลที่ 5 เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศาสตราจารย์ นพ. ธนิต วัชรพุกก์. “นายแพทย์ฟรีดริก เชเฟอร์ Dr Friedrich Schaefer”. ในเฟซบุ๊กเพจ 100 ปีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ – ศตวรรษ อัศจรรย์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฟรีดริก เชเฟอร์” หมอผู้ร่วมปลุกปั้น รพ.จุฬาฯ แต่ตายก่อนได้เห็นความสำเร็จเพียงวันเดียว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...