โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พี่ชายที่แสนดีกับมิติพิศวง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 05.26 น. • 快乐 ไคว่เล่อ
ไม่คาดคิดว่าชีวิตเจ้าของเกมฟาร์มยอดฮิตอย่างเขา จะมีชะตาชีวิตดั่งนิยายประโลมโลก ย้อนเวลามาอยู่ในร่างของเด็กชายพร้อมมิติฟาร์ม หรือสวรรค์ต้องการให้เขาได้ทำหน้าที่พี่ชายที่ดีอีกครั้ง

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องนี้มี e-book นะคะ

ไม่คาดคิดว่าชีวิตที่อยู่กับเทคโนโลยี เป็นเจ้าของเกมฟาร์มยอดฮิตอย่างเขา จะมีชะตาชีวิตดั่งนิยายประโลมโลก มาอยู่ในร่างของเด็กชายพร้อมมิติพิศวง หรือสวรรค์ต้องการให้เขาได้ทำหน้าที่พี่ชายที่ดีอีกครั้ง

** ลี้ เป็นหน่วยวัดของจีนมีความยาวเท่ากับ 500 เมตร

ชี้แจงค้าบไรท์จะอัพรายตอนในนี้จนจบนะจ้า

ฝากต้าเหนิงและเหมยเหมย ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแม่ ๆ พี่ ๆ ทุกด้วยค่า ขอบคุณนร้า

บทที่ 1

“ไม่นะ พี่ชายอย่าทิ้งข้าไป!!!”

ฝันแบบนี้อีกแล้วซินะ หลี่ต้าเหนิง ผลักตัวเองลุกขึ้นจากเตียง เขาฝันเห็นเหตุการณ์ซ้ำ ๆ ตั้งแต่คราที่สูญเสียคนที่เขารักคนสุดท้ายไปตลอดกาล

หลี่เหมยลี่ .. น้องสาวเพียงคนเดียวของเขา

พ่อแม่ของเขา ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนเขาอายุได้เพียง 15 ปี ส่วนน้องสาวของเขา อายุ 10 ปี ท่ามกลางความหักเหของชีวิต ทำให้เขาต้องต่อสู้ดิ้นรน เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เพื่อส่งเสียตัวเองและน้องสาว

เหมยลี่ เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารัก อ่อนโยน ทุกครั้งที่เขาท้อแท้ เหนื่อยสายตัวแทบขาด น้องสาวเป็นเพียงคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจ รอยยิ้มที่สดใส คือสิ่งประโลมใจเขาได้เสมอ

จนเขาสามารถจูงมือกันฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัย สร้างเนื้อสร้างตัวเปิดบริษัทเกมส์ฟาร์มออนไลน์ที่ติดกระแสฮิตทั่วประเทศ มีรายได้ต่อปีนับห้าล้านหยวน

ด้วยความมุ่งมั่นพยายามต่าง ๆ ทำให้ต้าเหนิง ละเลยน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาไป มารู้ตัวอีกที คือ น้องสาวเขาป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหน ก็ไม่อาจจะยื้อชีวิตของเหมยลี่ไว้ได้ น้องสาวเขาไม่เคยเอ่ยปากบอกถึงอาการป่วย เพราะไม่อยากให้เขามีห่วง พะวง ต้องเสียเวลางานเพื่อมาดูแลเธอ เพราะอย่างไรโรคนี้ก็ไม่มีทางรักษาได้อยู่แล้ว

เขาสูญเสียที่พึ่งทางใจ ที่ยึดเหนี่ยวสุดท้ายของเขาไป ตอนอายุได้ 25 ปี น้องสาวของเขาอายุเพียงแค่ 20 ปี เท่านั้น ความผิดที่เขาได้ละเลย ไม่ได้ใส่ใจ กลายเป็นปมในใจเขามาตลอด และมักจะฝันร้ายอยู่ตลอด ที่แปลกกว่านั้น ความฝันนี้คือเหตุการณ์เดิม ๆ ซ้ำ ๆ และเขามักจะฝันทุกครั้งในวันครบรอบเสียชีวิตของน้องสาว

ในฝันของเขา มีคู่พี่น้องชายหญิงคู่หนึ่ง เด็กชายคนนั้น อายุราว 12 ปี ส่วนเด็กผู้หญิง อายุ 10 ขวบ การแต่งกายคล้ายอยู่ในยุคโบราณ ภาพของสองพี่น้อง ที่ต้องทำงานหนัก เพื่อรับใช้คนในบ้าน แต่กินไม่เคยอิ่ม บิดามารดาของเด็กทั้งสอง คือ บุตรชายคนรอง ของครอบครัวตระกูลหลี่ เด็กชายผู้นั้นชื่อ หลี่ต้าเหนิง เป็นชื่อเดียวกับเขา และน้องสาวผู้นั้น ชื่อ หลี่เหมยลี่ นั่นชื่อน้องสาวของเขาเช่นกัน

บิดามารดา ต้องออกไปทำงานค้าขายตามเมืองต่าง ๆ เพื่อหาเบี้ยส่งกลับมาให้กับครอบครัวใหญ่ โดยฝากทั้งสองพี่น้องให้กับปู่และย่าคอยดูแล

แต่ทว่ากลับกินไม่เคยอิ่ม อีกทั้งยังถูกใช้งานอย่างหนัก งานบ้านทุกอย่างสองพี่น้องต้องทำให้เสร็จ แม้แต่งานอย่างเช่น หาบน้ำเติมในตุ่ม แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ในบ้านที่ต้องช่วยกันทำ

ต้าเหนิงไม่เคยปริปากบ่นหรือแม้แต่จะขัดขืน ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่หยุดพัก เพราะหากเขาพัก จะต้องเป็นน้องสาวของเขาที่ต้องทำงานให้เสร็จแทน เขาไม่อยากให้น้องสาวต้องมาแบกภาระเช่นนี้ น้องเขาอายุเพียง 10 ขวบ ไม่เคยได้กินอิ่ม ไม่เคยได้วิ่งเล่น เฉกเช่นเด็กทั่วไป เขาเป็นพี่ชาย จึงต้องรับภาระให้ได้มากที่สุด เหลือแต่งานเบา ๆ ให้น้องสาวเขาได้ทำเท่านั้น

จนวันหนึ่งหลังจากที่หาบน้ำเติมในตุ่มจนเต็ม เด็กชายต้องขึ้นเขาไปหาฟืนมาเติมให้เต็มในห้องเก็บฟืน ไป-กลับ มาแล้ว 2 เที่ยว จนเที่ยวสุดท้าย ในขณะที่กำลังหาบฟืนข้ามลำธาร เด็กชายได้เดินสวนกับหลี่ชุน บุตรชายของอาสาม อายุน้อยกว่าเขา 3 ปี ได้ผลักเขาให้ตกลงไปในแม่น้ำจนเปียกไปทั้งตัว รวมถึงฟืนที่เขาหาบกลับมาด้วย

เด็กชายจึงเดินกลับบ้านทั้งที่ตัวเปียกโชก พร้อมทั้งโดนย่าทำโทษที่ทำให้ฟืนเปียกโดยการไม่ให้ทานข้าวเย็นและให้ไปนอนยังห้องเก็บฟืน และเหมยลี่ก็เป็นห่วงพี่ชายจึงได้เข้าไปนอนเป็นเพื่อน

จากการที่ทำงานหนัก จนร่างกายอ่อนแอ อีกทั้งโดนน้ำเปียกไปทั้งตัว เด็กชายจึงมีไข้สูง เด็กหญิงน้องสาวเรียกอย่างไรก็ไม่รู้สึกตัว

ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงทุกที

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ตื่นซิเจ้าคะ อย่าทิ้งข้าไปนะ ฮืออ ๆๆ”

ฟู่ !!! เฮ้ออ!!! ฝันแบบเดิมซ้ำ ๆ มา 5 ปี แล้ว มันหมายถึงอะไรกันนะ อีกทั้งในฝันเด็กชายและเด็กหญิง มีชื่อเหมือนกันเขาและน้องสาวทั้งคู่ ชีวิตความเป็นอยู่ช่างน่าเวทนาจริง ๆ

เมื่อรู้ตัวว่าฝันร้าย ต้าเหนิงก็ไม่อาจจะฝืนหลับต่อไปได้อีก จึงได้พยุงตัวเองลุกขึ้นจากที่นอน แต่แปลกจัง ทำไมรู้สึกหนักหัว ปวดตามเนื้อตามตัวไปหมด หรือช่วงนี้เขาเครียดกับงานมากเกินไป จนอาจจะไม่สบายก็ได้ คงต้องหายาทานกันไว้ก่อนเสียแล้ว

เมื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งได้แล้ว ความเจ็บปวดเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาปวดหัวแทบจะระเบิดพร้อมกับภาพความทรงจำของใครก็ไม่รู้ผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด

“นี่..มันอะไรกัน”

ภาพความทรงจำต่าง ๆ ของเด็กชายที่เขาเห็นในฝัน ตอนนี้มันกำลังลอยอยู่ในหัวของเขา ไม่ว่าจะพยายามสลัดภาพเหล่านั้นให้หายไปยังไง ก็ไม่อาจลบเลือนไปได้ จนเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ อาการปวดหัวจึงค่อย ๆ เริ่มดีขึ้น เหลือเพียงอาการปวดตามเนื้อตามตัวและอาการตัวร้อนเนื่องจากพิษไข้

“พี่ใหญ่ ฮืออ ๆๆ ท่านตื่นแล้ว เหมยเหมยกลัว พี่ใหญ่อย่านอนหลับไปนานแบบนี้อีกนะเจ้าคะ” เหมยลี่เดินเข้าไปหาพี่ชายที่นั่งอยู่บนตั่งเตียงเก่า ๆ พร้อมโอบกอดพี่ชายไว้ พร้อมเสียงร้องไห้ สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร

ต้าเหนิง เอื้อมแขนไปโอบกอดน้องสาวตัวน้อยเอาไว้โดยที่ไม่รู้ตัว รู้เพียงแต่เขาไม่อยากให้คนตรงหน้าร้องไห้เสียใจอย่างเสียขวัญแบบนี้อีก

“ไม่เป็นไร ๆ อย่าร้องเลยนะ พี่ไม่ได้ไปไหน อย่าร้อง อย่าร้อง นิ่งเสีย” ในขณะที่เอ่ยคำปลอบโยน มือน้อยของเขาที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่ของเขา คอยตบหลัง ลูบหลัง เบา ๆ ให้กับเด็กหญิงตัวน้อย คล้ายสายใยแห่งความรักและความห่วงใยกำลังถักทอในใจของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมาอยู่ในร่างนี้เพียงแค่ไม่กี่นาที

สิ่งที่พบเจอในตอนนี้มันเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว ทั้งร่างกาย ความทรงจำของเขา รวมถึงเด็กหญิงตรงหน้าในอ้อมกอด นั่นคือสองพี่น้องในฝันของเขานั่นเอง

หลี่ต้าเหนิง และ หลี่เหมยลี่

เขาหลี่ต้าเหนิง จากยุค 2023 เจ้าของบริษัทเกมฟาร์มออนไลน์ ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหลี่ต้าเหนิง ในยุคจีนโบราณ ซึ่งไม่อาจทราบแน่ชัดว่าในช่วงของราชวงศ์ใด ยุคใด รู้แต่เพียง .. ชะตาชีวิตนี้ ลำบากและอาภัพยิ่งนัก

“เหมยเหมย ตอนนี้พี่ยังมึนงงและสับสนนัก อาจจะเกิดจากอาการไข้เมื่อคืน แต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว พี่ขอนั่งปรับตัวสักครู่ได้หรือไม่”

เหมยลี่ ผละออกจากอ้อมกอดของพี่ชายอย่างช้า ๆ ใช่แล้ว ข้าไม่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว พี่ใหญ่ของข้าคงจะทำงานเหนื่อยมากจนป่วยเท่านั้นเอง

“เจ้าค่ะ เหมยเหมยไม่กวนพี่ใหญ่แล้ว แต่เหมยเหมยของนั่งในห้องด้วยได้ไหมเจ้าคะ”

“ได้ซิ เหมยเหมยมานั่งบนเตียง พี่ใหญ่ขอนอนพักต่อนะ”

“ว่าแต่พี่ใหญ่หิวหรือไม่ คือ .. คือ ท่านย่าบอกว่าวันนี้พี่ใหญ่ป่วย ไม่ได้ทำงานเลยไม่แบ่งข้าวให้เราสองคนเจ้าค่ะ เหมยเหมยไม่รู้จะไปหาข้าวมาจากที่ใด” พอพูดเสร็จ เหมยลี่ ก็เบะปากจะร้องไห้อีกครั้ง ข้าช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ ไม่มีความสามารถใด ๆ ที่จะช่วยเหลือพี่ใหญ่ที่กำลังป่วยได้

“ไม่เป็นไร อย่าร้อง พี่ใหญ่ขอพักเงียบ ๆ สักครู่นะ” ให้เขาได้เรียบเรียงความทรงจำ จัดกระบวนการคิดสักหน่อย แล้วค่อยจัดการกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ พวกเขาสองพี่น้องหากอยากจะมีชีวิตรอดต้องทำอย่างไร

บทที่ 2

ก่อนที่เขาจะทะลุมิติมาจำได้ว่าเขากำลังนอนทดลองเล่นเกมฟาร์มบุ๊ค ที่เตรียมอัพเดตเวอร์ชั่นล่าสุดให้แฟน ๆ ได้เล่น ซึ่งจำเป็นต้องมีการเทสเกมก่อนปล่อยเข้าสู่ระบบ ตัวเกมมีการแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นโซนพืชผักสวนครัว เช่น ผักกาดขาว ผักคะน้า กะหล่ำปรี มะเขือเทศ พริก หัวไชเท้า มันฝรั่ง แตงกวา

โซนผลไม้ ได้แก่ มะม่วง ส้ม ลำไย แอปเปิล องุ่น สตอเบอรี่ ขนุน กล้วย

โซนพืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง นาข้าว หน่อไม้ เห็ด ฝ้าย

โซนเลี้ยงสัตว์ โคนม โคขุน แกะ กระต่าย หมู เป็ด ไก่ หรือแม้แต่สัตว์ป่าก็ยังมี กวาง หมูป่า

ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในเวอร์ชั่นนี้ คือ โซนของโรงงานแปรรูป หลังจากการเก็บเกี่ยวของโซนต่าง ๆ แล้ว วัตถุดิบทั้งหมดจะถูกเก็บเข้าโกดังเก็บของ เพื่อรอเตรียมการแปรรูป

โรงงานผักดอง โรงงานผลไม้กระป๋องและอบแห้ง โรงงานเบเกอรี่ โรงงานทำน้ำมันพืช โรงงานทำแป้ง โรงงานนมสด-นมผง โรงงานเนื้อสัตว์ โรงงานทอผ้า

การทำภารกิจต่าง ๆ ย่อมได้ซึ่งแต้มสะสม เพื่อนำไปใช้ในการแปรรูป และแน่นอน การทดลองเล่นเกมในฐานะผู้พัฒนา ต้าเหนิง มีแต้มในระบบถึงห้าล้านแต้ม เพื่อทดสอบการเล่นในเควสต่าง ๆ มีการตั้งออโต้ในการทำภารกิจในทุกโซนกิจกรรม เพื่อเก็บวัตถุดิบมาไว้ในโกดัง และเริ่มทดสอบให้โรงงานทุกแห่งในเกม ผลิตสินค้าออกมาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและเก็บไว้ในคลังเก็บสินค้า

สินค้าสามารถนำไปวางจำหน่ายในร้านค้าของเกมได้ โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเหรียญทอง สามารถใช้เหรียญทองที่ได้มา ในการซื้อสินค้าอื่นภายในเกมที่ไม่สามารถผลิตเองได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 ห้องนอน จนถึง 5 ห้องนอน ของตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวน ของใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว มีแม้แต่เครื่องปรุงต่าง ๆ และอาหารสำเร็จรูป นี่เป็น Process ของเกม เป็นการโชว์ฟาร์มของตนเองและการตกแต่ง ว่าของใครจะสามารถทำได้เหนือกว่ากัน เป็นความสนุกและความอยากอวดอ้างของแต่ละคน ทำให้เกมสนุก น่าเล่น ทำให้คนติดตาม การทุ่มเวลาและการเติมเกมอย่างบ้าคลั่งของผู้เล่น สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับการผลิตของแต่ละโรงงาน ผลิตภัณฑ์ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในร้านค้า เขาก็เผลอหลับไป

มาตื่นอีกที .. ในร่างของเด็กชายหลี่ต้าเหนิง วัย 12 ปี ในยุคจีนโบราณเสียแล้ว

เฮ้อออ..เอาวะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว คงต้องทำใจ อาจเป็นเพราะโชคชะตาลิขิตก็ได้ใครจะรู้ ชีวิตก่อนเขาไม่เหลือใครแล้ว สวรรค์อาจจะเห็นใจที่เขาเคยละเลยน้องสาวจนต้องเสียบุคคลที่รักไปตลอดกาล แต่ในตอนนี้เขามีน้องสาวให้ต้องคอยดูแล มาชดเชยในชีวิตก็ได้

ไม่ว่าจะลำบากอย่างไร ก็คงต้องสู้มันอีกครั้ง พลิกชะตาชีวิตเด็กน้อยอาภัพทั้งสองให้ได้ และเขาจะไม่ละเลยน้องสาวของเขาคนนี้อีกแล้ว

ติ้งงง!!!!! “ระบบกำลังอัพโหลดข้อมูล กรุณารอสักครู่!!”

หืมม เสียงเหมือนระบบเกม ลอยเข้ามาในหัวของเขา หรือเป็นเพราะเขาคิดถึงชีวิตก่อนมากไป จนหลอนกันนะ

ต่อจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก จึงได้เอ่ยชวนให้เหมยลี่ขึ้นมาตอนบนตั่งเตียงเก่า ๆ ด้วยกัน และพากันพล่อยหลับไปอีกครั้ง

สองพี่น้องตื่นมาอีกทีก็ยามซื่อ (09.00 – 10.59 น.) จากการทุบประตูเสียงดังจากอาสะใภ้เล็ก

“สายจนป่านนี้ เลิกสำออยได้แล้ว ยังไม่ลุกขึ้นมาทำงานอีก” อาสะใภ้เล็ก เปิดประตูห้องเก็บฟืนและตะโกนด่าด้วยเสียงอันดัง

เหมยลี่ ถึงแม้จะกลัวอาสะใภ้ของตนมากแค่ไหน แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นพูด

“แต่พี่ใหญ่ไม่สบาย อาสะใภ้จะให้ทำงานไม่ได้นะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่หายป่วยสักที”

“ป่วย ป่วย ตกน้ำแค่นี้ทำเป็นสำออย ถ้าไม่ลุกขึ้นมาทำงาน ก็ไม่ต้องกินข้าว”

“แต่ .. แต่ เช้านี้ ข้ากับพี่ใหญ่ก็ไม่ข้าวตกถึงท้องสักเม็ด แล้วแบบนี้เมื่อไหร่พี่ใหญ่จะแข็งแรงลุกขึ้นมาทำงานล่ะเจ้าคะ”

“พวกไร้ประโยชน์ ไม่ทำงานแล้วยังมาเถียงฉอด ๆ อีก ไม่รู้ล่ะ หากไม่ทำงานก็ไม่ต้องกิน” แล้วอาสะใภ้เล็กก็ปิดประตูห้องเก็บฟืนแล้วเดินออกไป

ทางด้านต้าเหนิง ที่ตื่นตั้งแต่คราแรกที่อาสะใภ้เปิดประตูเข้ามาแล้ว แต่ที่ยังหันหลังทำเป็นนอนหลับอยู่นั้น เพราะกำลังตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ภาพโฮโลแกรม 3D เกมฟาร์มบุ๊ค ที่เขากำลังเล่นก่อนที่จะโผล่มาในยุคนี้ กำลังเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตในทุกโซน และคลังสินค้าก็มีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมากมายอยู่ในนั้น แต่ละชนิดมีหมื่นกว่าชิ้น แต้มสะสมสำหรับการผลิตยังเหลืออีกเกือบสามล้านแต้ม เหรียญทองสำหรับไว้ซื้อสิ่งของอีกหนึ่งล้านเหรียญ

อย่าบอกนะว่า .. เกมนั้นติดตัวเขามาในยุคนี้ด้วย คล้ายนิยายประโลมโลกที่ลูกน้องผู้หญิงในออฟฟิศของเขาชอบอ่าน พวกนิยายย้อนกลับมาเกิดใหม่ พร้อมมิติ เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตใหม่ให้ราบรื่น

ระหว่างที่น้องสาวของเขากำลังโต้เถียงกับอาสะใภ้นั้น เขาแทบไม่ได้ฟัง เพราะมัวแต่ตื่นเต้น ถ้าเป็นแบบที่เขาคิดจริง หากสิ่งที่ติดตัวเขามา สามารถนำสิ่งของออกมาใช้ข้างนอกได้จริง

แสงสว่างของการเอาชีวิตรอด สวรรค์เมตตาเขากับน้องสาวแล้ว เพียงแต่จะต้องใช้วิธีไหนที่จะสามารถนำออกมาได้เท่านั้น

จนกระทั่งได้ยินเสียงอาสะใภ้เล็ก ปิดประตูและเดินออกไปแล้ว เขาจึงทดสอบใช้เสียงเรียกนมสด และขนมปัง ออกมาจากร้านค้า อย่างละ 2 ชิ้น

ขวดนมและขนมปัง จู่ ๆ ก็โผล่มาวางบนตั่งที่เขาใช้นอน เขายิ้มด้วยความดีใจที่เขาคาดการณ์ได้ถูกต้อง เกมที่ติดตัวมาสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และเขาตั้งใจจะใช้เพื่อความอยู่รอดของเขากับน้องสาว

“เหมยเหมย ไม่ต้องเสียใจ อาสะใภ้ไม่ให้กินข้าวก็ไม่เป็นไร พี่ใหญ่ยังมีอาหารให้อิ่มท้อง มาเถอะ” ต้าเหนิงเรียกเหมยลี่ ที่กำลังยืนร้องไห้ด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ กลั้นเสียงสะอื้นไว้อย่างสุดกำลัง

เมื่อหันมาตามเสียงเรียกของพี่ใหญ่ เด็กหญิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจปนตื่นเต้น พี่ใหญ่ของข้ามีของกิน ว่าแต่เอามาจากไหนกัน เหมยลี่ เอียงคอสงสัยมองสิ่งที่อยู่ในมือพี่ใหญ่ด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

“พี่ใหญ่มีของกิน เพียงแต่นี่เป็นความลับของเรา หากคนอื่นรู้ เขาจะแย่งเอาไป แล้วเราจะไม่มีอะไรให้กินอีก เหมยเหมยไม่บอกใครได้หรือไม่ เราไม่อาจไว้ใจใครได้”

เพียงแค่ได้ยินว่าจะมีคนอื่นมาแย่งไป เหมยลี่ก็พยักหน้าเหมือนไก่จิก แน่นอน.. ข้าย่อมไม่เอ่ยปากบอกใคร

“พี่ใหญ่ป่วย พี่ใหญ่ต้องทานเยอะ ๆ เหมยเหมย ไม่หิวเจ้าค่ะ”

“พี่มีพอให้อิ่มกันทั้งสองคน เหมยเหมยไม่ต้องกังวล มานั่งตรงนี้แล้วทานด้วยกันเถอะ อย่าให้พี่ต้องมีห่วงเลยนะ” น้องสาวเขาช่างน่ารักจริงๆ ตัวแค่นี้ แต่ก็ยังคิดเผื่อคนอื่นเสมอ

เขาเชื่อสนิทใจว่าสวรรค์คงจะส่งเขามาเพื่อให้ชีวิตชดเชยกับความรู้สึกผิดในชีวิตก่อนอย่างแน่นอน

หลังจากที่พาน้องสาวทานนมและขนมปังจนอิ่ม ต้าเหนิง ใช้เหรียญทองแลกซื้อยาแก้ไข้ สำหรับรักษาอาการของตนเอง วิตามินอาหารเสริมบำรุงให้กับน้องสาว และน้ำดื่ม ต้าเหนิงไม่ได้เรียกออกมาเยอะ ให้เพียงพอเฉพาะหน้าในครั้งนี้เท่านั้น

ต่อไปคงต้องหาทางออกจากบ้านหลังนี้ และครอบครัวนี้ให้ได้ จากความทรงจำที่เลวร้าย และฝันร้ายอันยาวนาน เขาและน้องสาว ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ถูกกดขี่ข่มเหงมาตลอด ไม่มีทางที่จะได้มีชีวิตอย่างมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากกว่านี้

เขาจะใช้เหตุการณ์การถูกรังแกจนเจ็บป่วยในครานี้ เพื่อทำการขอแยกบ้านแล้วพาน้องสาวออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แล้วค่อยหาทางติดต่อกับบิดามารดา ที่ตอนนี้กำลังไปค้าขายต่างเมืองนั่นอีก

บทที่ 3

หลังจากที่ได้ทานยาและพักผ่อน ทำให้อาการไข้ของต้าเหนิงดีขึ้น อาการเจ็บตามเนื้อตัวก็หายแล้วเช่นกัน ช่วงเย็นจึงได้พาเหมยลี่ ออกมาจากห้องเก็บฟืนที่ถูกลงโทษให้นอนในนั้นมาแล้วหนึ่งคืน

“เฮอะ กว่าจะพากันออกมาได้ นึกว่าจะป่วยตายคาห้องไปเสียแล้ว หายดีแล้วก็ทำงาน โน่น .. ไปตักน้ำใส่ตุ่มได้แล้ว” เสียงของย่าหลี่ พูดประชดประชัน พอเห็นว่าหลานชายหน้าตามีเลือดฝาด ก็รีบใช้งานทันที

“แต่ท่านย่าเจ้าคะ..”

“ไม่เป็นไรเหมยเหมย พี่หายแล้ว ทำงานได้ พี่จะออกไปตักน้ำที่ลำธาร น้องเล็กรอพี่อยู่ที่บ้านนะ อากาศเริ่มเย็นไม่ต้องตามพี่ไป เดี๋ยวจะไม่สบายอีกคน ย่าคงไม่มีเบี้ยรักษาพวกเราหรอก จริงไหมขอรับท่านย่า”

“อืม ให้เหมยเหมยรอที่บ้านนี่แหละ ถึงตามไปก็ช่วยอะไรไม่ได้มากอยู่ดี” หากเหมยลี่เจ็บป่วยไปอีกคน ต้าเหนิงต้องคอยเฝ้าไข้ ไม่ได้ทำงานอีก บ้านหลี่ก็จะขาดแรงงานไป ย่าหลี่ย่อมยอมไม่ได้

“ก็ได้เจ้าค่ะ เหมยเหมยจะรอพี่ใหญ่อยู่ที่บ้านเจ้าค่ะ”

ต้าเหนิง รีบถือถังน้ำจำนวน 2 ถัง เดินไปยังลำธารท้ายหมู่บ้าน ระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป แต่กว่าน้ำจะเต็มตุ่ม ต้องเดินอย่างน้อย 3 รอบ เฮ้อ..น่าสงสารร่างนี้จริง ๆ

[ติ้งงง .. ยินดีที่ได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง โฮสต์]

“ฮืออ เป็นเสียงจากระบบเกมหรือ”

[ใช่แล้วขอรับ โฮสต์สามารถติดต่อกับระบบได้ผ่านความคิด ไม่ต้องจำเป็นต้องเอ่ยออกมาขอรับ]

ก็ดี..หากต้องใช้คำสั่งในการพูด อาจจะหลุดอาการ คงไม่เป็นการดีหากมีคนพบว่าเขาเองกำลังพูดอยู่คนเดียว

[ระบบจะแจ้งให้โฮสต์ได้ทราบว่า นอกจากตัวเกมที่โฮสต์สามารถทำภารกิจต่าง ๆ ได้แล้ว ในระบบยังเปรียบเสมือนมิติ สามารถเก็บสิ่งของจากภายนอกเข้ามาไว้ในคลังสินค้าได้เช่นกัน อย่างเช่นในตอนนี้ที่โฮสต์กำลังจะไปตักน้ำที่ลำธาร โฮสต์สามารซื้อตุ่มเก็บน้ำจากในร้านค้าออกมาเติมน้ำให้เต็ม แล้วเก็บเข้าคลังสินค้า เมื่อกลับไปถึงบ้าน โฮสต์ก็แค่เรียกตุ่มน้ำในคลังออกมาแทนตุ่มน้ำที่บ้าน เพียงแค่นี้โฮสต์ก็ไม่จำเป็นต้องตักน้ำให้เหนื่อยหลายรอบ]

“แบบนี้ก็ดีนะซิ ร่างกายนี้อ่อนแอยิ่งนัก ทำงานหนักมาโดยตลอด กว่าจะหาวิธีออกจากบ้านได้ คงจะป่วยอีกหลายรอบ ว่าแต่ระบบมีความสามารถในการประมวลผลเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้หรือไม่”

[ได้ขอรับ เท่าที่ดูจากความทรงจำของร่างเดิม มารดาของท่านมีบ้านเดิมอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งที่ห่างออกไปประมาณ 30 ลี้ ครอบครัวทางนั้นไม่เหลือผู้ใดแล้วขอรับ แต่ยังคงบ้านหลังเดิมที่ทรุดโทรมอยู่ หากโฮสต์พาตนเองและน้องสาวออกจากที่นี่แล้ว สามารถไปตั้งตัวที่นั่นได้ขอรับ]

** ลี้ เป็นหน่วยวัดของจีนมีความยาวเท่ากับ 500 เมตร

“ข้าจะสามารถติดต่อท่านพ่อท่านแม่ได้อย่างไร”

[ในร้านค้ามีนกฮูกสื่อสารขอรับ ท่านออกแบบไว้เพื่อประดับ แต่สามารถนำออกมาใช้งานได้จริงขอรับ]

จริงซินะ ในเกมมีนกฮูกสื่อสาร เขาให้นักวาดออกแบบให้เหมือนกันนกฮูกของเหล่าพ่อมดฮอกวอตส์ เพื่อดูดเงินจากเหล่านักเล่นเกมที่บ้าคลั่งการตกแต่งฟาร์มของตนให้สวยงาม เพื่ออวดเพื่อนในเกมว่าของตนเหนือกว่า .. เขาลืมไปได้อย่างไร

เมื่อรู้ว่าตนเองมีตัวช่วยโกง ต้าเหนิงจึงใช้เวลาที่ลำธาร เพื่อจัดการเรียกนกฮูกสื่อสาร กระดาษ ปากกา ออกมาเพื่อเขียนจดหมายไปถึงบิดามารดาของตนเอง โดยเล่าเหตุการณ์ที่ตนและน้องสาวถูกกระทำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เล่าถึงแผนการที่ต้องการตัดขาดแยกบ้านออกจากตระกูลหลี่ และแผนการที่จะกลับไปยังบ้านเดิมของมารดาที่หมู่บ้านหยู่เปิง

เขียนจดหมายเสร็จ ระบบก็ล็อคเป้าหมายโดนการป้อนชื่อบิดามารดาของต้าเหนิง ที่ระบบสำรวจแล้วว่าตอนนี้อยู่ที่เมืองไคเฟิง อยู่ห่างจากเมืองเสียนหยางนี้ 200 ลี้ ระบบแจ้งว่านกฮูกน่าจะใช้เวลาเดินทางไป-กลับ ประมาณ 4 วัน ส่วนการเดินทางหากบิดามารดาจะกลับมาที่เมืองเสียนหยางนั้น คงใช้เวลาเกือบเดือน ซึ่งเขาคิดว่าเวลานั้นยาวนานเกินไป ไม่อาจจะรั้งรอได้ จึงมีความคิดที่จะออกจากบ้านหลี่ไปก่อน แล้วไปรอที่หมู่บ้านหยู่เปิงก็แล้วกัน

จัดการธุระเสร็จสิ้น ต้าเหนิงจึงได้หาบน้ำกลับบ้าน และเก็บน้ำใส่ตุ่มในมิติเก็บไว้ ตุ่มอยู่หลังบ้านหากไม่มีใครสังเกตก็คงไม่รู้ว่าเขาตักน้ำมาแล้วกี่รอบ ฉะนั้นวันนี้เขาจึงสามารถหลบหลีกการทำงานหนักได้ไปอีกหนึ่งวัน

ต้าเหนิงกะเวลาปกติที่ใช้ในการหาบน้ำ เมื่องานเสร็จจึงเข้าบ้าน ซึ่งจะพอดีกับเวลาอาหารมื้อค่ำพอดี

“ท่านปู่ ท่านย่า การที่พวกท่านให้ข้าสองพี่น้องไปนอนในห้องเก็บฟืน ทั้งที่ข้าไข้ขึ้นสูง และยังสั่งงดข้าวให้กับพวกข้าอีก ข้าผิดอันใด ทั้งที่ข้าตกน้ำทำฟืนเปียก ก็เพราะกับหลี่ชุน ผลักข้าตกน้ำ แล้วเขาโดนทำโทษเหมือนข้าหรือไม่ หรือเป็นเพราะพวกท่านลำเอียง เห็นว่าพวกข้าไม่มีบิดามารดาคอยดูแล ถึงอยากจะรังแก กดขี่ห่มเหงยังไงก็ได้” ต้าเหนิงกวาดตามองไปรอบโต๊ะกินข้าว

“นี่เจ้ากล้าขึ้นเสียงกับท่านปู่ท่านย่าหรือ!!!” เป็นอาสามของเขาตวาดลั่น เมื่อต้าเหนิงกล่าวพาดพิงถึงบุตรชายของตน

“เปล่า ข้าเพียงแต่ไถ่ถามหาความเป็นธรรมจากผู้อาวุโสในบ้านเท่านั้น”

“เหอะ ถามหาความเป็นธรรม เป็นเจ้าเองหรือเปล่าที่เดินไม่รู้จักระวังจนตกน้ำไปเอง หาใช่ความผิดของหลี่ชุนไม่ ความเป็นธรรมของบ้านนี้คือคำตัดสินของข้า หรือเจ้าจะมีปัญหากับข้ากัน” ย่าหลี่ ผู้รักลูกหลานอย่างน่าลำเอียงที่สุดของบ้าน

อาสะใภ้เล็ก เหยียดยิ้มเยาะเย้ยอย่างสมน้ำหน้า คิดจะมางัดข้อกับหลี่ชุน หลานคนโปรดของท่านย่า ต้าเหนิงขวัญกล้ามาจากไหนกัน

“เช่นนั้นหรือขอรับ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ข้ากับน้องสาว จะทำงานบ้านเพียงแต่หาบน้ำใส่ตุ่มเท่านั้น ลูกหลานบ้านหลี่มีถึงหกคน แต่มีเพียงข้ากับน้องสาวเท่านั้นที่ทำงานบ้าน ข้าคิดว่าไม่ยุติธรรม ข้าจะไม่ยอมรับอีก”

“ไม่ทำงานบ้าน งั้นก็ไม่ต้องกินข้าว คิดจะต่อต้านย่าอย่างข้างั้นหรือ!!!” ย่าหลี่ที่กำลังโมโห จนหน้างอง้ำแดงกล่ำจนแทบจะเขียวม่วงไปทั้งหน้า

“ไม่เป็นไรขอรับ ไม่ให้ข้ากินข้าว ข้าสองพี่น้องย่อมหากินกันเองได้ วันนี้ข้ายังเพลีย ยังไม่ฟื้นจากไข้ดี ยังต้องไปหาบน้ำมาให้พวกท่านได้ใช้อีก ขอตัวก่อนขอรับ” ต้าเหนิง ไม่คิดจะรักมารยาทใด ๆ ถึงแม้จะยังกินข้าวไม่อิ่ม ก็ลุกขึ้นจูงมือน้องสาวตรงไปยังห้องของครอบครัวรอง ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เขาสองคนเท่านั้น

“พวกไร้ประโยชน์ ไร้มารยาท ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน กล้าดียังไงถึงขัดคำสั่งของข้า ไม่ทุบตีให้ตายวันนี้คงไม่หลาบจำ” จากวงข้าวกำลังจะกลายเป็นสงครามกลางบ้าน

“ใช่ ข้ามันลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน เพราะบิดามารดาข้าไม่ใช่หรือไร ที่ต้องเร่ร่อนออกไปทำงานต่างเมือง เพื่อส่งเบี้ยมาจุนเจือบ้านหลี่ทั้งครอบครัว พวกท่านได้อยู่กินอย่างสุขสบาย มีหน้ามีตา ไม่ใช่เพราะบิดามารดาของข้าหรืออย่างไร” สายตาที่เผยความเคียดแค้นจากการถูกกระทำ ทำให้ย่าหลี่เกิดความหวั่นไหว นั่นหาใช่แววตาของเด็กที่อายุเพียง 12 ปี

ต้าเหนิงพูดเสร็จก็ปิดประตูเข้าห้องทันที ไม่รอดูท่าทีของคนที่เหลืออีก คนพวกนี้ต้องถูกลำเลิกบุญคุณเสียบ้าง จะได้ตระหนักว่ามีทุกวันนี้ได้เพราะใคร

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...