โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นพระสนมสายชิล

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 03.06 น. • มายุมายู
เกิดใหม่ครานี้ขอชิลหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร ไยมีแต่เรื่องปวดหัวเข้ามาไม่เว้นวัน ไหนจะฝ่าบาทที่อยู่ดีดีก็มาสนใจข้าอีกเล่า

ข้อมูลเบื้องต้น

สายลับจากยุคสองพันทะลุมิติมาอยู่ในร่างพระสนม

และใช้ชีวิตเหมือนถูกขังในวังหลัง

ทว่า สายลับหมดไฟผู้นี้ได้ใช้โอกาสที่ตนเป็นเจ้านายคนหนึ่ง

ใช้ชีวิตอย่างที่ไม่เคยใช้ จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยน

ทำให้สนมสายชิลกลับมามีตัวตนเสียอย่างนั้น

ไหนจะฝ่าบาทที่ทำทีเป็นโปรดปรานตน

ทว่าทำให้นางใช้ชีวิตไม่ต่างจากเป้านิ่งคอยรับลูกธนูไม่เว้นวัน

เอาล่ะ ชีวิตแสนชิลของนางหมดสิ้น !!

หากอยากมีชีวิตอยู่มีแต่ต้องขุดทักษะสายลับมาปกป้องตนเองแล้ว

แวะมาเปิดเรื่องใหม่ค้าบ เนื้อเรื่องเบาสมอง สุขนิยมค่า

ฝากกดติดตามไว้ใหน่อยงับ

พอมายูลงแล้วจะได้แจ้งเตือนทันเวลา

และเป็นกำลังใจให้แต่งแบบสับด้วยค้า

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นพระสนมสายชิล วางขายอีบุ๊คแล้ว ฝากไปตำได้น้าาา กดที่นี่

อีบุ๊คมี 306 หน้า (≈ 49,604 คำ)

ส่วนในเด็กดีไรท์จะลงเรื่อยๆค่า ฝากกดเข้าชั้น กดใจช่วยดันนิยายไรท์ขึ้นหน้าใหม่มาแรงหน่อยน้าาา

ใครสายอ่านฟรีติดตามกดเข้าชั้นไว้เลยงับ ซับพอร์ตไรท์ด้วยหัวใจและคอมเมนท์คนละดวงค่า

บทนำ

บทนำ

หากเข้ามายังเขตวังหลังอันเป็นที่ประทับพักผ่อนของเจ้านายชั้นสูง ตำหนักหน้าสุดนับจากเดินผ่านประตูกั้นแบ่งพรมแดนระหว่างวังหน้าและวังหลังมาจะพบกับตำหนักเฉียนชิงกง ที่ประทับพักผ่อนของฮ่องเต้แคว้น

เดินลึกไปส่วนหลังของวังหลังที่ยิ่งใหญ่หรูหราไม่แพ้กันคือตำหนักคุนหนิงกง ที่ประทับของฮองเฮา มารดาหนึ่งเดียวของแคว้น ตอนนี้แม้เป็นเพียงตำหนักไร้เจ้าของพักอาศัยแต่ก็มีคนดูแลรักษาเป็นอย่างดี

ทว่าขึ้นชื่อว่าวังหลังแล้วย่อมขาดสีสันไปไม่ได้ นอกจากสองตำหนักของเจ้านายสูงสุดแล้วระหว่างนั้นขนาบข้างสองฝั่งมีตำหนักน้อยใหญ่ที่มีไม่ต่ำกว่าสิบสองตำหนักอันเป็นที่ประทับของเหล่าพระสนม ภรรยาหลายชนชั้นของฮ่องเต้

…ท่ามกลางพระสนมผู้สร้างสีสันในวังหลังนั้น ลึกไปทางปีกฝั่งตะวันออก เดินผ่านสวนน้อยใหญ่คราแล้วคราเล่าไม่พบยังต้องเพ่งให้ดีจะพบกับตำหนักลึกลับแทรกอยู่

ตำหนักแห่งนี้เชื่อเถอะว่าใครไม่ตั้งใจมองหาย่อมไม่อาจพบได้ ท่ามกลางดอกท้อสีชมพูสดใสบานในวสันตฤดู ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย มองลึกเข้าไปจะพบตำหนักเล็กหลังหนึ่งตั้งอยู่

ตำหนักที่เข้าไปแล้วเจอเพียงหนึ่งห้อง โครงสร้างทำจากไม้อย่างดีติดที่เก่าและโทรมไปเสียหน่อย ยามเย็นที่ดวงอาทิตย์ใกล้ลาลับ ท้องฟ้าสีส้มทองเช่นนี้ บรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้ช่างไม่น่าอยู่เสียจริง

“สนมเจียว สนมเจียว หม่อมฉันนำอาหารมื้อเย็นมาให้แล้ว…”

นางกำนัลชุดสีชมพูเนื้อผ้าหยาบเอ่ยไป มือก็เคาะที่บานหน้าต่างของตำหนักโทรมไปด้วย รอไม่นานบานหน้าต่างเก่าที่เปิดทีมีเสียงแกรกๆก็ถูกเปิดออก พร้อมมือเรียวขาวซีดลอดช่องเปิดออกมารับถาดที่มีหนึ่งถ้วยข้าวและหนึ่งชามกับข้าวกลับเข้าไป

“ขอบใจ”

น้ำเสียงยานครางอย่างคนเพิ่งตื่นจากการนอนเอ่ยตอบ ไม่นานก้อนเงินขนาดเล็กก็ลอยออกไปยังทิศที่นางกำนัลอยู่ มือหยาบที่ทำงานหนัก อยู่แต่ในครัวมานานรับอย่างแม่นยำ ไม่พูดพร่ำทำเพลง นางกำนัลตัวอวบรีบเก็บจานเปล่าที่หน้าประตูและเดินจากไปทันที

ที่แห่งนี้หากไร้แสงจากดวงอาทิตย์แล้ว ไม่ต่างอันใดกับสุสานคนตายเลย

ทั้งเงียบ สงบ และมืดจนน่าขนลุก…

สนมเจียว หรือ เจียวกุ้ยเหริน เป็นสนมชั้นล่างที่มียศเหนือนางกำนัลในวังเพียงนิดเดียว ตามจริงเจ้าของร่างนี้คนเก่าตายไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้วเพราะขาดสารอาหารและป่วยตาย ด้วยความที่เจียวจินผู้นี้เป็นสนมชั้นล่างที่ไร้อำนาจและไร้ครอบครัวคอยหนุนนำ ร่างนี้เป็นบุตรสาวคนเล็กของตระกูลเจียว มีพี่ชายอายุสิบเจ็ดปีส่วนเจียวจินอายุสิบหกปี พี่ชายตามบิดาที่เดิมมีตำแหน่งเป็นตูตู[1]อยู่มณฑลติดชายแดนไปออกศึกใหญ่ในปีที่ผ่านมา ตอนนี้ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ ส่วนมารดาตายไปแล้ว ด้วยเหตุนี้เจียวจินจึงตัดสินใจขอเข้าเมืองหลวงร่วมคัดเลือกเป็นนางใน ผ่านการคัดเลือกเป็นสนมได้เพราะหน้าตางดงามน่าเอ็นดู แต่ก็เป็นได้เพียงสนมยศกุ้ยเหรินที่ยังไม่เคยถูกฮ่องเต้เรียกไปปรนนิบัติรับใช้สักครา เมื่อเวลาผ่านไปสนมไร้ปากเสียงก็เริ่มถูกลืมเลือน นางกำนัลดูแลตายเพราะถูกกลั่นแกล้งและเจ้านายไม่มีความสามารถปกป้อง ในที่สุดก็เหลือเพียงเจียว
จินคนเดียวในตำหนักเล็กนี้และป่วยตายในที่สุด

สายลับเอเชียในหน่วยข่าวกรองของคณะความมั่นคงแห่งรัฐที่บ้างานหนักในช่วงวัยก่อนสามสิบจนป่วยด้วยหลายโรครุมเร้าเพราะไม่ดูแลตนเองจึงมีโอกาสเกิดใหม่ในร่างสนมเจียวผู้นี้

ความทรงจำของเจียวจินตั้งแต่เกิดจนอายุสิบหกไม่มีอันใดซับซ้อน นอกจากช่วยบิดาทำงานเลี้ยงตนเองแล้วก็ไร้เรื่องราวหวือหวาน่าจดจำ

ไม่รู้เหตุใดวิญญาณจากยุคสองพันจึงได้มาเกิดในร่างสนมผู้น่าสงสารนี้ แต่เมื่อมีโอกาสมีชีวิต มีลมหายใจอีกครา ไม่ว่าจะเกิดชาติไหน ยุคไหน นางก็ขอใช้ชีวิตอย่างที่ตนไม่เคยมีโอกาสได้ใช้เสียที

…เจียวจินคนใหม่นี้ไม่ขออันใดมาก นางขอมีอาหารประทังชีวิต และมีที่นอนหลับ เรื่อยเปื่อยโดยไม่จำเป็นต้องทำงานชดเชยที่ชาติก่อนพลาดสิ่งเหล่านี้ไปก็พอแล้ว

อยู่ในร่างนี้มาครบหนึ่งปีแล้ว เจียวจินตื่นจากนอนกลางวันในชุดสีขาวสะอาดเรียบง่ายสบายตา เครื่องประดับของเจ้าของร่างถูกเจียวจินขายไปแล้วส่วนใหญ่ ที่เหลืออีกประมาณนึงเก็บไว้อย่างดีรอขายไว้กินไว้ใช้ในอนาคต

การเป็นสนมที่ถูกลืมผู้นี้ไม่ง่ายเลย จากที่ควรได้รับอาหารสามมื้อ เงินรายเดือนตามปกติในตำแหน่งสนมคนหนึ่งกลับถูกละเลยหมด เจียวเจินหาสหายไม่นานจนได้นางกำนัลทำงานฝ่ายห้องเครื่องร่างอวบคนนี้มา เจรจาด้วยเงินไม่มากก็สามารถมีอาหารสามมื้อกินไม่ขาดได้แล้ว

แม้มื้อนี้จะน้อยไปเสียหน่อยก็เถอะ ดีที่นางวางแผนจะไปขุดของดีคืนนี้อยู่แล้ว รองท้องไปหน่อยเตรียมพร้อมรับของดีของเด็ดก็เป็นพอ…

เมื่อดวงอาทิตย์ตกดินดวงจันทร์ดวงโตโดดเด่นท่ามกลางท้องฟ้าว่างเปล่าไร้ดาว ช่างเป็นยามดีที่เจียวจินดื่มสุราดอกท้ออายุเกือบปีที่นางเป็นเจ้าของสูตรคิดค้นเอง ฝังเอง ด้วยดอกท้อหน้าตำหนักเอง

…ถือว่าชมจันทร์เคล้าสุรารสหวานก็แล้วกัน

เป็นการเฉลิมฉลองที่นางเกิดใหม่ครบหนึ่งปีเต็ม ดื่มฉลองให้กับความสบายกายไม่ต้องทำงานในตอนนี้ เจียวจินคำนวณแล้วว่าในอนาคตอันใกล้นางอาจต้องลงแรงหาเงิน แต่นั่นล่ะ นางขอใช้ชีวิตอย่างที่ไม่เคยได้ใช้ก่อนแล้วกัน

บนหลังคาของตำหนักว่างไม่ไกลจากตำหนักนอนของนาง หลังคานี้หลังใหญ่กำลังดี อีกทั้งอยู่ใต้ต้นไม้บดบังสายตาจากองครักษ์เฝ้าเวรได้พอดี เป็นที่ประจำของเจียวจินเอง หากสุราดอกท้อไหเลิศรสนี้เปรียบเสมือนสหายสนิท หลังคาตำหนักนี้ก็คงเปรียบเสมือนคนรู้ใจที่นางต้องมาพบยามต้องการดื่มด่ำความสุขชื่นชมธรรมชาติในที่นี่แห่งนี้นั่นแล

สุราหวานล้ำหอมหวนชวนให้หลับตาเคล้าสายลมเย็นพัดโชย เสียงดอกท้อร่วงหล่น ใบไม้ไสวช่างชวนให้จิตใจเบาสบายพร้อมทิ้งกายเสียจริง

เพ้ย!

ดูเหมือนว่าเจียวจินจะปล่อยกายมากเกินไป หลังคาที่เป็นดั่งคนรู้ใจวันนี้ดื้อเสียแล้ว ไม่รู้เพราะวันนี้หนาวกว่าวันไหนน้ำค้างยามค่ำคืนมากเกินไปหรืออย่าไร ร่างบางในชุดขาวบางตัวเดียวขัดกับอากาศเย็น ไถลลงจากหลังคาที่สูงจากพื้นราวสองคนต่อกันเสียแล้ว!

“ระวังพะยะค่ะ! ฝ่าบาท!”

เสียงแหลมแต่ไม่ถึงขั้นเป็นเสียงของสตรีดังอยู่เบื้องล่างนี่เอง ดังจนเรียกให้เจียวจินลืมตาตื่นจากสวรรค์ในใจได้เป็นอย่างดี

ร่วงจากหลังคาคู่ใจไม่พอ วันนี้เป็นฤกษ์งามอันใดมีคนเดินผ่านมาแถวนี้ด้วยหรือ!?

เจียวเจินรับรู้ว่าแผ่นหลังของตนเองไม่ได้ตกถึงพื้นอย่างที่คิด นางตกลงในอ้อมกอดของใครบางคน!

สิ่งสำคัญตอนนี้ไม่ใช่นางต้องรู้ว่าตนตกลงในอ้อมกอด ใคร ?

แต่คือนางต้องทำอย่างไรก็ได้ให้คนพวกนั้นไม่รู้ว่านางคือใครต่างหาก!

สนมชั้นล่างที่ถูกลืม หากมีคนพบว่าตกลงในอ้อมแขนบุรุษแล้ว ชีวิตอิสระอาจกายเป็นไร้ชีวิตได้เลยนะ!

เจียวจินรีบพลิกตัวหนีจากอ้อมแขนของใครไม่รู้ ผมเผ้าไร้การจัดทรงใดปิดปรกเต็มใบหน้า เป็นประโยชน์ในการบิดบังหน้าตาของนางได้เป็นอย่างดี

เจียวจินใช้เวลาอันน้อยนิดไม่ถึงสิบชั่วอึดใจพลิกกายลงเท้าแตะพื้นได้ก็ดีดตัวลงหายไปกับความมืดยามค่ำคืนทันที

“มะเอ่อ ฝ่าบาททรงบาดเจ็บอันใดไหมพะยะค่ะ”

ว่านกงกง หัวหน้าขันทีควบตำแหน่งขันทีคนสนิทของฮ่องเต้แคว้นฉู่ ราชวงศ์จ้าวรีบเข้ามาสอบถาม เหตุการณ์เมื่อครู่เขายังไม่ทันประมวลผลเข้าใจดี ตอนนี้ก็กลายเป็นเหมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้นเมื่อครู่เสียแล้ว

ไม่ต่างกับคนเจอกับตัวอย่างจ้าวจื่อหาน บุรุษวัยยี่สิบปีแต่ดำรงตำแหน่งฮ่องเต้องค์ปัจจับัน เขารับสตรีที่ตกจากด้านบนมาไม่ทันรู้เรื่องใดนอกจากกลิ่นดอกท้ออ่อนหอมเจือจาง เจ้าของกลิ่นหอมก็หายไปเสียแล้ว

มันเกิดขึ้นรวดเร็วจนแม้แต่องครักษ์เงาที่เร้นกายยังเข้ามาจัดการไม่ทัน…

“ไม่เป็นอันใด เราสบายดี”

“ให้ส่งคนติดตามสตรีเมื่อสักครู่ไหมพะยะค่ะ?”

สตรีเจ้าของสัมผัสนุ่มมือแม้นจับผ่านเนื้อผ้า สตรีเจ้าของกลิ่นกายดอกท้ออ่อนชวนเคลิ้มฝัน เมื่อครู่น่ะหรือ…

เขายังคิดอยู่เลยว่านางคือคนหรือว่าเป็นนางเซียนตกจากสรวงสวรรค์ สัมผัสทั้งหมดเมื่อครู่เริ่มจางหายไปเสียแล้ว

“ไม่ต้อง ไม่ใช่นักฆ่าไม่จำเป็นต้องทำให้เกิดเรื่องใหญ่”

เอ่ยจบจ้าวจื่อหานก็ออกเดินอีกครา

ใครจะรู้กันเล่าว่าการเดินย่อยหลังมื้อเย็นในครานี้ เดินออกมาไกลมากหน่อยแล้วได้เจอกับสิ่งแปลกใหม่ชวนให้จิตใจด้านชาสั่นไหวเพียงนี้…

[1] ตูตู คือ รองแม่ทัพมณฑลดูแลพลทหาร ตำแหน่งเทียบเท่าขุนนางฝ่านบุ๋นชั้นล่าง ๆ

อาหารเรียกน้ำย่อยค่า ลงไว้ก่อนเจอกันคราวหน้าหวังว่าจะไม่ลืมหนูน้าาาา

ฝากกดติดตาม คอมเมนท์พูดคุยสิ่งที่อยากได้ในเรื่องมาได้น้าาาา เผื่อไร้เอาไปปรับปรุงค่า

**แปะ ตำแหน่งพระสนม ประกอบการอ่าน

ภรรยาหนึ่งเดียว → ฮองเฮา

ตำแหน่ง "เฟย" พระชายาเอกขั้น 1 มี 4 ตำแหน่ง เรียงตามขั้น
**หวงกุ้ยเฟย ตำแหน่งกุ้ยเฟยที่ทำหน้าที่แทน ฮองเฮา (เมื่อยังไม่มีฮองเฮา หรือ ฮองเฮาล้มป่วย)
กุ้ยเฟย พระอัครเทวีผู้สูงศักดิ์ล้ำค่า
ซูเฟย พระราชเทวีผู้บริสุทธิ์และดีงาม
เต๋อเฟย พระอัครชายาผู้มีศีลธรรมจริยา
เสียนเฟย พระราชชายาผู้พร้อมด้วยคุณธรรม ปัญญา

จิ่วผิน เก้าพระสนมเอก ขั้น 2 ชั้นเอก
มีทั้งหมด 9 ตำแหน่ง กำหนดตำแหน่งละ 1 คน
เจาอี๋ ผู้งามเลิศยิ่ง
ซิวอี๋ ผู้มีรูปโฉมวิจิตร
ซงอี๋ ผู้งามตาเพียบพร้อม
เจาหรง ผู้มีกิริยางามวิจิตร
ซงหรง ผู้มีกิริยางามพร้อม
เจาเยวี่ยน ผู้งามสง่าจับใจ
ซิวเยวี่ยน ผู้งดงามวิจิตร
ซงเยวี่ยน ผู้สง่างามเพียบพร้อมยิ่ง

อ้อร์สือซีชื่อพู่ ยี่สิบเจ็ดพระสนมชั้นสูง มีทั้งหมด
3 ตำแหน่ง กำหนดตำแหน่งละ 9 คน
เจี๋ยยวี๋ หญิงงามผู้ได้รับความโปรดปรานจาก
ฮ่องเต้ตำแหน่งสูงสุดของพระสนม
(ชั้น 3 เอก) แต่ยังไม่เทียบเท่าพระสนมเอก
เหม่ยเหริน ผู้มีความงดงาม (ขั้น 4 เอก)
ไฉเหริน ผู้ฉลาดปราดเปรื่อ (ขั้น 5 เอก)

สนมขั้นล่าง ไม่จำกัดจำนวน 3 ตำแหน่ง
กุ้ยเหริน
ฉางจ้าย
ตาอิ้ง

ปล.นางเอกเราเป็นตำแหน่งกุ้ยเหรินค้าบ

ขอบคุณและอ้างอิงข้อมูลจาก e-book คลังคำศัพท์นิยายจีนโบราณ สำหรับนักเขียนมือใหม่ เล่ม 1 โดย มะม่วงน้อย

1 การเปลี่ยนแปลง

1

การเปลี่ยนแปลง

เช้าตรู่แล้ว เจ้าของตำหนักหลังเล็กอย่างเจียวจินยังไม่ตื่นเลย แม้ตอนที่นางกำนัลสหายห้องเครื่องเคาะเรียกแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น จนต้องยอมแพ้ วางอาหารไว้และจากไปในเวลาต่อมา

เหนือสิ่งอื่นใดมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่สามารถปลุกเจ้าของห้องได้เสมอ

นั่นก็คือ…

จิ้บๆๆๆ

“อืม โอ๊ย หยุดเดี๋ยวนี้เจ้าเฮยบ้า ผมข้าจะหมดหัวแล้ว”

เฮยเอ๋อร์ นามของนกตัวน้อยขนาดเท่ากำปั้นสตรีขนดำแซมขาวเล็กน้อย อันเป็นสัตว์เลี้ยงของเจียวจิน

มันกลับมาจากออกไปเที่ยวเล่นทีไร ไม่นำไส้เดือนมาปลุกก็ต้องจิกหน้าจิกผมให้เจ้าของเจ็บจี๊ดจนทนไม่ไหวต้องตื่นขึ้นมาทักทายเสมอ

“จิ้บๆๆ”

เจียวจินตื่นเต็มตาแล้ว แต่กายยังเอนพิงหมอนอันเดียวในห้องอยู่ สายตาจดจ้องไปที่เจ้านกสีดำสนิทที่กระโดดไปมา หมุนรอบตัวและส่งเสียงไม่หยุด

มันกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างน่ะสิ

“เจ้ามีอันใดมาอวดข้า เอามาดูสิ”

เฮยเอ๋อร์หยุดนิ่งแล้ว มันอ้าปากชั่วครู่ ขย้อนบางอย่างออกมาและปล่อยลงตรงหน้าเจียวจินในเวลาต่อมา

…เป็นหนอนสีขาวอวบอ้วนตัวหนึ่ง

โอะ เหมือนไม่ใช่ เฮยเอ๋อร์ขย้อนอีกรอบออกมาเป็นพลอยเม็ดหนึ่งสีชมพูใสสะท้อนแสง

“เก่งมาก เฮยเอ๋อร์ที่รัก อยากได้อะไรในอนาคตข้าจะซื้อให้นา”

คำพูดของเจียวจินไม่ได้ทำให้เฮยเอ๋อร์ดีใจแต่อย่างใด มันงับเนื้อแขนนางเบาๆ จากนั้นคาบหนอนของมันไป แล้วก็บินออกจากห้องไปเกาะบนกิ่งต้นดอกท้อ

เจียวจินบอกว่าจะให้รางวัลมันหลายคราแต่ก็ไม่เห็นเคยได้สักที มันหมดความตื่นเต้นไปนานแล้ว

เมื่อหลายเดือนก่อนเจียวจินเจอเจ้านกตัวดำนี้บาดเจ็บอยู่บนพื้น นางจึงช่วยไว้ นับจากนั้นนกตัวดำนี้ก็กลายเป็นสหายนางอีกคนโดยไม่รู้ตัว มันหาอาหารกินได้เอง อีกทั้งกลับมาแต่ละทีก็มักมีของขวัญมามอบให้เจียวจินเสมอ

มีอยู่ครั้งหนึ่งมันคาบถุงเงินที่หนักมากกว่าตัวมันหลายเท่ามาให้นาง ดีไม่มีใครเห็นมิเช่นนั้นสนมตกยากต้องกลายเป็นสนมขี้ขโมยไปแล้ว หลังจากนั้นเจียวจินก็สั่งสอนให้มันเอาของเล็กๆ ที่ไม่น่ามีเจ้าของมาแทน มิใช่เอามาทั้งถุงปักเสี่ยงให้คนเลี้ยงอย่างนางมีภัยได้ นับจากนั้นมันก็มักเอาพวกพลอยเม็ดเล็กๆที่น่าจะหลุดจากชุดของเหล่าพระสนม หรือบางวันก็คาบขนมมาให้นางก็มี

มันทั้งแสนรู้ และขี้เอาใจเจ้านาย จนเจียวจินที่อยู่คนเดียวไม่รู้สึกเหงาก็เพราะมันนี่ล่ะ

ในอนาคตหากนางออกไปใช้ชีวิตนอกวังหลวงได้ ไว้ตอบแทนมันให้สาสมใจก็แล้วกัน

อืม วันนี้ดอกท้อผลิบานมากเชียว สุราที่นางวานให้นางกำนัลก้นครัวผู้นั้นซื้อมาก็ยังเหลืออยู่หนึ่งไหได้ วันนี้ทำสุราดอกท้อเพิ่มอีกดีกว่า

กิจกรรมยามว่างช่วงที่ผ่านมาของนางอีกอย่างคือ แอบเข้าไปในหอสมุดของวังหลัง นางหมกตัวอ่านอยู่ในนั้นได้เป็นวัน เคยได้ลิ้มลองสุราเลิศรสจากในห้องเครื่องมาก็มาก ติดใจรสชาติของสุราดอกท้อเป็นที่สุด แล้วยิ่งอ่านเจอตำราการทำสุราและประวัติความเป็นมาของสุราทั้งหลายก็ยิ่งอยากสร้างสูตรของนางเอง

วันนี้เจียวจินจะทำสุราดอกท้อใส่น้ำผึ้งและใส่เก๋ากี้[1]ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับรสชาติสุรา จากนั้นขุดหลุมใต้ต้นท้อบ่มไว้อยากกินตอนไหนก็ค่อยขุดขึ้นมากิน

กว่าจะทำเสร็จดวงอาทิตย์ก็ขึ้นกลางท้องฟ้าเสียแล้ว…

เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวันนางกำนัลร่างอวบคนเดิมก็เดินมาพร้อมสำรับอาหารในมือ วันนี้ดูมีเยอะกว่าปรกติจนเจียวจินสงสัย แม้นางจะจ้างนางกำนัลผู้นี้ด้วยเงินมากพอตัวแต่ไม่น่าทำให้นางเอามาเยอะเพียงนี้ได้

“วันนี้ของในครัวเหลือเยอะหรือ?”

“ไม่เลยๆ เอ่อ เจียวกุ้ยเหรินข้ามีเรื่องมาแจ้งแก่ท่านน่ะ นับจากนี้ข้าคงไม่สามารถนำสำรับมาส่งที่นี่ได้อีกต่อไปแล้วนะ ขออภัยด้วย เอ่อ ข้าไปแล้วนะ…”

“เดี๋ยว!”

เจียวจินมองท่าทางเหมือนหวาดกลัวบางอย่างของสตรีตรงหน้าไหนจะคำกล่าวที่ว่าอีกล่ะ

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ หรือว่าเจ้าถูกคนจับได้ว่าเอาของมาให้ข้า…”

เจียวจินเป็นคนให้นางกำนัลห้องเครื่องผู้นี้แอบแบ่งอาหารมาให้นางทุกมื้อแลกกับเงินที่นางจะให้ทุกเดือนเอง หากมีคนพบว่านางแอบแบ่งอาหารมาย่อมถูกลงโทษ เช่นนั้นเจียวจินย่อมไม่สามารถทำให้คนที่ช่วยตนถูกลงโทษได้โดยนางไม่ทำอันใดหรอก

“ไม่เลยๆ สนมเจียววางใจ วิธีที่ท่านแนะนำข้านั้น ปลอดภัยไร้คนรู้เรื่อง ตะแต่ว่า…ข้ากลัวผีน่ะ!”

“ผี? ผีที่ไหนหรือ?”

นางอยู่มาเป็นปีนางกำนัลตรงหน้าก็เอามาให้ได้ไม่ขาด ไยมากลัวผีเอาตอนนี้กัน แปลกจริงเชียว?

นางรู้จักนิสัยของนางกำนัลตรงหน้าดี นางไม่ใช่คนโกหกพร่ำเพรื่อ ไม่น่าเป็นเพียงข้ออ้างแต่ต้องมีอันใดเกิดขึ้นเป็นแน่

“ในวังหลังมีคนตายอีกแล้วหรือ?”

และหากเดาไม่ผิดต้องเป็นแถวตำหนักนางด้วยแน่ๆ

“ใช่เพคะ สนมเจียวคงยังไม่ทราบข่าว ฉางจ้ายที่ประทับอยู่ตำหนักไม่ไกลจากที่นี่ทรงฆ่าตัวตายเมื่อหลายวันก่อนเพคะ อีกทั้งเมื่อวานนี้นางกำนัลที่เคยรับใช้ก็พลอยล้มป่วยและตายตาไม่หลับไปตามๆ กันเพคะ”

ฉางจ้ายตำหนักไม่ไกลนั้นเป็นสนมชั้นล่างไม่ต่างจากเจียวจิน นางถูกเลื่อนขั้นจากไทเฮาจากนางกำนัลเป็นสนม ด้วยความโดดเด่นเรื่องความงามจนถูกตาไทเฮานี้ทำให้พระสนมคนอื่นกลั่นแกล้งไม่เว้นวัน เจียวจินอยู่ตำหนักตนเองพอเห็นสนมคนนี้บ้าง ยังวัยอ่อนอยู่แท้ๆ ไม่น่าคิดสั้นเลย ทว่าเรื่องที่นางกำนัลของฉางจ้ายตายนั้นดูประหลาดไม่น้อย

เจียวจินไม่คิดว่าอยู่ดีดีแหล่งอาหารของนางจะมลายหายไปได้ หรือว่าสวรรค์จะลงโทษที่นางได้เกิดใหม่แล้วทำตัวสบายเกินไปหว่า…

“เจ้าไปเถอะ”

ก่อนนางกำนัลห้องเครื่องตรงหน้าจะเดินกลับไปไม่ลืมเอ่ยเตือนสนมตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

“สนมเจียวก็อย่าเข้าไปใกล้ตำหนักนั้นนะเพคะ เอ่อ นางกำนัลแถวนั้นลือกันว่า ผีสนมผู้นั้นแค้นที่ตนถูกกลั่นแกล้งตอนมีชีวิตอยู่จึงพาลทำร้ายทุกคนที่อยู่ด้วยตอนมีชีวิตเพคะ”

พูดสิ่งที่ตนอยากพูดจบก็เดินหนีไปอย่างไวแล้ว

เรื่องผีสางนั้นไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้เจียวจินผู้นี้ก็ไม่เคยสัมผัสได้กับตัว นางจึงไม่รู้สึกกลัวอันใด ทว่านางก็คงอยู่เฉยไม่ได้เช่นกัน เมื่อผีสนมตนนี้ทำให้เจียวจินเดือดร้อนเสียแล้ว

…นางคงต้องแวะไปดูที่มาของสิ่งที่ทำให้นางลำบากขึ้นเสียหน่อยแล้วล่ะ

[1] โกจิเบอร์รี่ เป็นเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง

กำลังจะเริ่มแล้วแม่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...