โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

JCB ยังไม่มีแผนเก็บค่าธรรมเนียม DCC คาดยอดใช้จ่ายปี 67 โตไม่ต่ำกว่า 20 %

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มี.ค. 2567 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2567 เวลา 09.40 น.

สบายใจได้ JCB บอกยังไม่มีแผนเก็บค่าธรรมเนียม DCC ในตอนนี้ พบยอดใช้เที่ยวญี่ปุ่นยังมาแรงคาดปี 2567 มียอดการใช้จ่ายรวมไม่น้อยกว่า 20% เตรียมหาผู้ออกบัตรรายใหม่เพิ่มช่วยขยายบัตรฐานกลุ่มรายได้มากกว่า 50,000 บาท

21 มีนาคม 2567 นายทาเคชิ ฟูจิอิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JCB เปิดเผยว่า JCB ยังไม่มีแผนที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท หรือ Dynamic Currency Conversion fee (DCC fee) ในขณะนี้

แต่ยอมรับว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการเก็บหรือไม่ในอนาคต และรอติดตามความคืบหน้าในการหารือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้เกี่ยวข้องในเรื่อง DCC Fee ที่จะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย

อย่างไรก็ดีสำหรับ เจซีบี ธุรกรรมที่เป็น DCC มีไม่มากเพราะผู้ถือบัตรส่วนใหญ่ใช้สกุลเงินท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น นิยมใช้เงินเยนเมื่อไปประเทศญี่ปุ่น

“การเติบโตของธุรกิจ เจซีบี ในปี 2566 พบว่า ยอดขายรวมหรือยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรมีการเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 23% สำหรับปี 2567นั้น เจซีบี คาดว่าจะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรไม่น้อยกว่า 20%”

อย่างไรก็ดี บัตรเครดิต เจซีบี มีธนาคารและสถาบันการเงินผู้ออกบัตรจำนวน 5 รายคือ บมจ. อิออน , ธนาคารกสิกรไทย , บริษัท บัตรเครดิตกรุงศรี , บริษัท บัตรกรุงไทย และ บริษัท คาร์ดเอกซ์ ซึ่งบริษัทกำลังมีแผนเพิ่มจำนวนผู้ออกบัตรรายใหม่ โดยอยู่ระหว่างการเจรจาในขณะนี้

“การเพิ่มผู้ออกบัตรรายใหม่จะสามารถขายฐานผู้ใช้บัตรของ เจซีบี ให้มากขึ้นได้ โดยเฉพาะบัตรในกลุ่ม JCB ULTIMATE หรือ กลุ่มที่มีเงินเดือนมากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป”

นายนพดล คูห์วัฒนศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าที่ใช้บัตร เจซีบี พบว่า นอกจากหมวดหลักๆ ทั้งสถานีน้ำมัน ร้านค้า และร้านอาหารแล้ว ผู้ถือบัตรยังมีการใช้จ่ายในหลายหมวดต่อเนื่อง เช่น ลูกค้าที่ใช้บัตร เจซีบี เข้าใช้บริการรถไฟฟ้าลายสีแดง ก็จะนำบัตร เจซีบี ไปซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลีก หรือใช้ที่ร้านอาหารด้วย แสดงให้เห็นว่าเมื่อลูกค้าใช้บัตรเครดิต เจซีบี เพื่อการเดินทางก็จะมีพฤติกรรมในการใช้บัตรเครดิตกับหมวดอื่นๆในชีวิตประจำวันด้วย

“ในปัจจุบัน เจซีบี เรามุ่งเน้นในการทำ Personalized marketing ใน Platform LINE OA อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำ REM (Recency, Frequency& Monetary) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลว่า ลูกค้ามีการใช้บัตรเครดิต เจซีบี ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ มีการใช้บ่อยแค่ไหน และมียอดใช้จ่ายเท่าไหร่ ทำให้เราสามารถแบ่งกลุ่มของลูกค้าได้ตามพฤติกรรมการใช้งานบัตรเครดิต เจซีบี จึงได้ทดลองมอบโปรโมชั่นแบบเฉพาะกลุ่มเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อศึกษาพฤติกรรมและกระตุ้นการใช้จ่าย”

นอกจากนี้พบว่า peak seasons สำหรับลูกค้า เจซีบี คือการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน และตุลาคม -พฤศจิกายน และข้อมูลจากทาง JNTO (Japan National Tourism Organization) ระบุว่ากว่า 80% ของนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นใช้เวลาโดยเฉลี่ย 4-13 วัน ซึ่งผู้ถือบัตรเครดิต เจซีบี มีการใช้บัตรอย่างต่อเนื่องเมื่อมีการท่องเที่ยวที่นานมากขึ้น

อย่างไรก็ดี เจซีบี ได้มีการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ JCB JAPAN CASHBACK 2024 ที่จะมีการนำเสนอในส่วนของ Japanese value อย่างต่อเนื่อง เพิ่มเติมกับโปรโมชั่นในประเทศญี่ปุ่นอีกมากมายที่ครอบคลุมทุกร้านค้าชั้นนำ และล่าสุดกับแคมเปญ JCB JAPAN CASHBACK 2024 ได้รับเครดิตเงินคืน 10% ทุกการใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ 1 ก.พ. 67 - 30 เม.ย. 67

อ่านข่าวเพิ่มเติม :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...