โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

My Hero Academia: มนุษย์กลายพันธุ์แบบญี่ปุ่นซึ่งสะท้อนคุณค่าสังคมในยุคปัจจุบัน

conomi

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 16.29 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

(เผยแพร่ครั้งแรก 14 ธ.ค. 2021) การ์ตูนเรื่อง My Hero Academia นั้นพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Weekly Jump (週刊少年ジャンプ) ของญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค. ศ. 2014 จนปัจจุบัน และมี Anime จนถึง Season 6 แล้ว แต่เนื้อเรื่องก็ยังคงดำเนินอยู่ โด่งดังมากทั้งในญี่ปุ่นเองและในต่างประเทศ

เรื่องย่อของ My Hero Academia

วิลเลินยักษ์ที่ปรากฎตัวในตอนที่ 1 ของ Season 1

เนื้อเรื่องกล่าวถึงโลกในยุคอนาคตที่ประชากรโลกประมาณ 80% มีการกลายพันธุ์และเกิดความสามารถพิเศษต่าง ๆ ที่เรียกว่า ‘อัตลักษณ์ (個性)’ โดยอัตลักษณ์นี้สืบทอดทางพันธุกรรม เหล่าคนที่มีอัตลักษณ์จะมีทั้งหมด 3 กลุ่มคือ

  • ประชาชนทั่วไป (คือมีอัตลักษณ์แต่ว่าไม่ได้ใช้อัตลักษณ์ไปประกอบอาชีพอะไรเป็นพิเศษ)
  • ฮีโร่ที่ใช้อัตลักษณ์ในการปราบเหล่าร้าย
  • เหล่าร้ายที่เรียกตัวเองว่า ‘วิลเลิน (Villain)’ ที่ใช้อัตลักษณ์ในทางที่ผิดกฎหมาย

โดยพระเอกของเรื่องคือ มิโดะริยะ อิสึคุ (緑谷出久) ผู้ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นฮีโร่ แต่เขาเองกลับไร้อัตลักษณ์โดยสิ้นเชิง เป็นประชากร 20% ที่เหลือของโลกที่ไร้ความสามารถใด ๆ ในเชิงพันธุกรรมเพราะมีร่างกายเป็นมนุษย์ยุคเก่าก่อนวิวัฒนาการ

“นายน่ะ ก็เป็นฮีโร่ได้นะ” ประโยคในฉากที่เปลี่ยนชีวิตมิโดะริยะโดยสิ้นเชิง

แต่ฟ้าลิขิตให้มิโดะริยะเป็นพระเอก จึงมีโอกาสได้รับถ่ายทอดอัตลักษณ์จากฮีโร่อันดับหนึ่ง ทำให้พระเอกที่ไม่เคยมีอัตลักษณ์ใด ๆ ต้องฝึกฝนเพื่อใช้อัตลักษณ์นั้นให้มีประสิทธิภาพ และเรียนรู้การใช้อัตลักษณ์เพื่อต่อสู้กับวิลเลินและนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคม

มองสังคมปัจจุบันที่สะท้อนออกมาในเรื่อง

นักเรียนห้อง 1-A เพื่อนร่วมชั้นของมิโดะริยะ

เวลาพูดถึงเรื่อง My Hero Academia คนส่วนใหญ่มักจะนำไปเปรียบเทียบกับเรื่อง X-Men ของค่าย Marvel เพราะดูเผิน ๆ แล้วมีโครงสร้างของเรื่องที่คล้ายกันมาก คือมีเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ที่แบ่งเป็นฝ่ายดีกับฝ่ายร้าย แล้วทั้ง 2 ฝ่ายก็ดำเนินการในรูปแบบขององค์กร และต้องต่อสู้ห้ำหั่นกัน แต่เมื่อดูปีที่ทั้ง 2 เรื่องถือกำเนิดขึ้นมาไปพร้อม ๆ กับพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์และสังคม จะพบว่าทั้ง 2 เรื่องมีความแตกต่างกันมาก

X-Men นั้นออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี ค. ศ. 1963 (ภาวิน มาลัยวงศ์, 2554) ซึ่งยังเป็นยุคที่คนกลุ่มน้อยของสังคม หรือ คนชายขอบ ยังกลัวการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากกระแสหลักของสังคม (คนกลุ่มน้อยของสังคมหรือคนชายขอบ สามารถตีความได้ทั้งคนที่รักเพศเดียวกัน ผู้อพยพต่างสัญชาติ คนที่มีรสนิยมอะไรบางอย่างแปลก ๆ เป็นต้น หมายถึงกลุ่มคนใด ๆ ที่ ‘แตกต่าง’ ออกไปจากกระแสหลักในสังคมของยุคนั้น ๆ) ตัวละครมนุษย์กลายพันธุ์ในเรื่อง X-Men จึงเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคม ต้องพยายามใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่เผยให้ใครรู้ว่าตัวเองนั้น ‘แตกต่าง’ ออกไป มนุษย์กลายพันธุ์ใน X-Men นั้นบางคนมีความแตกต่างทางกายภาพอย่างชัดเจนที่ไม่เหมือนมนุษย์ปกติ แต่บางคนก็ดูเหมือนมนุษย์ปกติทุกอย่างเพียงแต่มีความสามารถพิเศษแฝงอยู่ อย่างไรก็ตาม สังคมในเรื่อง X-Men นั้น มนุษย์ธรรมดายังคงไม่ยอมรับและผลักไสเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เหล่านี้ออกไป ไม่ยอมรับมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านี้ว่าเป็นสมาชิกของสังคม

ในขณะที่โลกของ My Hero Academia นั้นระบุไว้ชัดเจนว่า “ประชากรโลกประมาณ 80% มีการกลายพันธุ์และเกิดความสามารถพิเศษต่าง ๆ” ในเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงการ ‘กลายพันธุ์’ ว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่มองว่าเป็นพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษ จึงใช้คำว่า ‘อัตลักษณ์ (個性)’ แทนคำว่า ‘กลายพันธุ์’ ทำให้ในโลกของ My Hero Academia นั้น มนุษย์กลายพันธุ์หมายถึงความเท่ อัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร พรสวรรค์ คือหมายถึงด้านที่เป็นบวก และคนที่ไร้อัตลักษณ์กลับถูกมองเป็น ‘มนุษย์ยุคเก่า’ ไปแทน ต่างจากมนุษย์กลายพันธุ์ใน X-Men ที่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในสังคมเพราะถูกมองเป็นตัวประหลาด

ใน X-Men นั้นถึงแม้ว่าบางคนก็ดูเหมือนมนุษย์ปกติทุกอย่างเพียงแต่มีความสามารถพิเศษแฝงอยู่ ก็ยังไม่สามารถแสดงตัวได้ว่า ‘มีพรสวรรค์’ เพราะยังเป็นแนวคิดของสังคมยุคปี 1963 แต่ My Hero Academia นั้นเป็นสังคมยุคปี 2014 เป็นต้นมา ซึ่งโลกมนุษย์ยุคปัจจุบันนั้นอยากได้ความแตกต่าง ความมีอัตลักษณ์ ความมีพรสวรรค์ คือในโลกแห่งความจริงที่เรา ๆ ท่าน ๆ อาศัยอยู่นั้น ต้องการ ‘การมีตัวตนในโลก’ นั่นเอง คือประชากรส่วนใหญ่ควรจะต้องมีอัตลักษณ์ และควรเป็นอัตลักษณ์ที่เท่ ดูดี ส่วนใครที่ไม่มีอัตลักษณ์หรือมีอัตลักษณ์ที่ไม่เท่ ก็จะถูกแกล้ง โดนดูหมิ่นเหยียดหยาม ไปเสียได้

My Hero Academia - Key Point

ความน่าสนใจของเรื่อง My Hero Academia จึงชวนให้คิดตาม ว่าในสภาพที่ใคร ๆ ต่างก็มีตัวตน ใคร ๆ ต่างก็มีอัตลักษณ์ มีความโดดเด่น แต่เมื่อพระเอกที่ ‘ไร้อัตลักษณ์’ จู่ ๆ ได้รับพรสวรรค์บางอย่างมา จะเลือกทางเดินในชีวิตต่อไปอย่างไร แล้วยังมีเรื่องประเด็นขั้วตรงข้ามระหว่าง พันธุกรรมหรือชาติตระกูล VS ความพยายามพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ว่าในที่สุดแล้ว สิ่งที่ได้รับจากครอบครัวหรือสิ่งที่พัฒนาเองต่อด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งครอบครัว สิ่งใดจะถูกต้องและนำไปสู่ความสำเร็จมากกว่ากัน?

จึงเป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้หามาอ่านหรือชม และคิดตามในแง่มุมต่าง ๆ ตามที่แต่ละท่านจะรู้สึกนึกคิดกัน

รายการอ้างอิง

ภาวิน มาลัยวงศ์. (2554). รู้จักเควียร์ผ่านนักรบกลายพันธุ์เอ็กซ์เมน. วารสารมนุษยศาสตร์, 18(1), 1–14.

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Conomi แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม

ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่

Facebook : รวมผลงานของวีรยุทธ – Weerayuth’s Ideas

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...