ไฟดับในเวียดนาม ทุบจีดีพี 1.4 พันล้านเหรียญ ต้นทุนค่าไฟฟ้าพุ่ง 10%
ส่องผลกระทบไฟดับในเวียดนาม ทุบจีดีพี 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10% เอฟดีไอชั่งใจลงทุนต่อหรือพอแค่นี้
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่ปรึกษาบริษัท อินเทลลิเจนท์ รีเสิร์ช คอนซัลแตนท์ (ไออาร์ซี) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ปัญหาไฟฟ้าดับในเวียดนามปัจจุบันเกิดในภาคเหนือ แต่ลดลงเหลือ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ จากก่อนหน้านี้เคยเกิดสัปดาห์ 2-3 ครั้ง
ซึ่งไฟฟ้าในเวียดนามผลิตมาจากไฟฟ้าและถ่านหินร้อยละ 47% เท่ากัน โดยภาคเหนือเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำคัญของเวียดนาม ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำมาจากเขื่อนในภาคเหนือ 100%
ส่วนใหญ่ไฟฟ้าดับในจังหวัดเศรษฐกิจทางภาคเหนือของ Bac Ninh ซึ่งเป็นโรงงานผลิตซัมซุงของเกาหลี เกิดใน Hanoi, Hai Phongม Quang Ninh และ Ha Long Bay
สาเหตุไฟฟ้าการดับ
รศ.ดร.อัทธ์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบสาเหตุไฟฟ้าดับ ว่ามาจาก 5 สาเหตุคือ
1.แม่น้ำที่นำพลังงานไฟฟ้าในภาคเหนือ มีปริมาณน้ำลดในเขื่อนในภาคเหนือมากกว่า 10 เขื่อน
2.ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่ม เฉลี่ยความต้องการเพิ่มปีละ 10-15% ต่อปี จนถึงปี 2030
3.ลดการใช้ถ่านหิน โดยเวียดนามมีแผนจะหยุดการใช้ถ้านหินในปี 2050
4.อุณหภูมิเพิ่มในช่วงหน้าร้อน อยู่ที่ 44 องศาเซลเซียส ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
5.เวียดนามกำลังอยู่ในแผนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานทางเลือก ซึ่งแผนการใช้พลังงานทางเลือกของเวียดนาม ปี 2050 ระบุว่าจะมีการเพิ่มพลังงานลมจาก 27.88 ในปี 2030 เป็น 91.5 จิกะวัตต์ (GW) ในปี 2050, ไบโอเเมส (Biomass) จาก 2.227 GW ในปี 2030 เป็น 6 GW ในปี 2050, พลังงานน้ำ จาก 29 GW ในปี 2030 เป็น 36 GW ในปี 2050 นอกจากนี้ ยังมีโซลาร์เซลล์ 4.1 GW ในปี 2030 ซึ่งสามารถขยายต่อไปได้อีกอย่างไม่จำกัด
ความเสียหายทางเศรษฐกิจ
สำหรับปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่าส่งผลกระทบสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ
1.ธนาคารโลกประเมินผลไฟฟ้าดับในเวียดนาม ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย 1.4 พันล้านเหรียญ หรือ 0.3% ของ GDP (Aug 11, 2023)
2.การผลิตของโรงงานในเขตอุตสาหกรรมในภาคเหนือลดลง การจ้างงานลดลง
3.ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10%
4.ต้นทุนการผลิตของโรงงานในเขตอุตสาหกรรมภาคเหนือ เพิ่มขึ้นจากซื้อเครืองเก็บไฟฟ้า ซื้อน้ำมันเพื่อปั่นไฟ
ผลกระทบในอนาคต
1.ในระยะสั้น 1-2 ปี อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน (FDI) ใหม่เข้ามาลงทุนในเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวียดนามมีแผนพลังงานทดแทนชัดเจน และแผนการลดโลกร้อนในปี 2050 ทำให้ยังสร้างความมั่นใจได้มาก
2.ในระยะกลาง มากกว่า 2 ปีข้างหน้า สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายลง เพราะแผนพลังงานทางเลือกสามารถผลิตได้มากขึ้น
3.ในระยะสั้นรัฐบาลมีการซื้อไฟฟ้าจากจีนและลาวเพิ่มขึ้น
- เวียดนามไฟเขียว 23 ฟาร์มไทย ส่งออกโค-กระบือทางเรือครั้งแรก
- CPN ตั้งบริษัท “ซีพีเอ็น โกบอล เวียดนาม” พัฒนาอสังหาฯ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟดับในเวียดนาม ทุบจีดีพี 1.4 พันล้านเหรียญ ต้นทุนค่าไฟฟ้าพุ่ง 10%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net