โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธารน้ำแข็งภูฏานแตก!! มวลน้ำมหาศาลทะลักจ่ออินเดีย ประชาชน 10,000 คนถูกอพยพ ภูฏานแจ้งเตือน-เสียหายโครงสร้าง น้ำเชี่ยวกรากซัดพื้นที่ลุ่มต่ำระวัง

THE STATES TIMES

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE STATES TIMES TEAM

ธารน้ำแข็งภูฏานแตก! มวลน้ำมหาศาลทะลักจ่ออินเดีย 2 รัฐผวา น้ำป่าถล่ม 10,000 ชีวิตหนีตาย ระดมกู้ภัยรับมือ
เกิดเหตุระทึกกลางหุบเขาหิมาลัย หลังทะเลสาบธารน้ำแข็งชินตาฟู (Shintaphu Lake) ในเขตกาซา ประเทศภูฏาน เกิดแตกฉับพลันเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลปนโคลนและเศษซากจากภูเขาไหลทะลักลงสู่แม่น้ำโมชู ก่อนมุ่งหน้าสู่แม่น้ำซันโกช ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่ไหลต่อเข้าสู่ประเทศอินเดีย จุดชนวนความหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในพื้นที่ปลายน้ำ จนทางการอินเดียต้องยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่ พร้อมเร่งอพยพประชาชนออกจากเขตเสี่ยงภัยอย่างเร่งด่วน
รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์น้ำท่วมจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก หรือ GLOF (Glacial Lake Outburst Flood) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมวลน้ำที่สะสมอยู่ในทะเลสาบธารน้ำแข็งทะลักออกมาอย่างฉับพลัน ก่อให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่สามารถพัดพาโคลน หิน และเศษซากต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้อย่างรุนแรง โดยครั้งนี้กระแสน้ำได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูฏานแล้วหลายจุด และยังต้องจับตาระดับน้ำในแม่น้ำซันโกชอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีมวลน้ำไหลลงไปสมทบจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ในฝั่งอินเดียสร้างความตื่นตัวอย่างหนัก โดยรัฐเบงกอลตะวันตกประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ครอบคลุม 3 เขต ได้แก่ อาลีปูร์ดูอาร์ ชัลไปกูรี และคูชเบฮาร์ ขณะที่รัฐอัสสัมต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเขตโกกราฌาร์และธูบรี ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำซันโกช
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าประชาชนมากกว่า 10,000 คนในเขตอาลีปูร์ดูอาร์ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังหน่วยรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRF) และหน่วยรับมือภัยพิบัติระดับรัฐ (SDRF) เข้าประจำการ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและหมู่บ้านริมแม่น้ำให้ปฏิบัติตามคำสั่งอพยพอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตลิ่ง และติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการอย่างต่อเนื่อง
ด้านภูฏาน แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่กระแสน้ำป่าที่ไหลหลากได้สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคและเส้นทางคมนาคม โดยระบบสูบน้ำเพื่อการชลประทานพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่กูมา เกวอก (Guma Gewog) เขตปูนาคา ซึ่งอยู่บริเวณดอชูคา-โซมลิงทัง-ริตซา ได้รับความเสียหายบางส่วนจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทั้งที่ระบบดังกล่าวเพิ่งติดตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดหาน้ำสำหรับการเกษตรในพื้นที่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมด
นอกจากนี้ เศษหิน ดิน และซากวัสดุที่ถูกกระแสน้ำพัดพามายังได้ทับถมเส้นทางหลวงสายปูนาคา-กาซา บริเวณโซมลิงทัง ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ โดยข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นได้รับการรายงานจากผู้นำชุมชนท้องถิ่นผ่านสถานีโทรทัศน์ BBS ของภูฏาน
แม้ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในภูฏาน แต่สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำในอินเดียที่กำลังเตรียมรับมือมวลน้ำระลอกใหญ่ ทางการขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่งเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัย ไม่ประมาทกับระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ท่ามกลางการจับตาวิกฤตน้ำหลากจากเทือกเขาหิมาลัยที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนสองประเทศ
ที่มา : https://www.facebook.com/reel/1109328875320796

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...