ธารน้ำแข็งภูฏานแตก!! มวลน้ำมหาศาลทะลักจ่ออินเดีย ประชาชน 10,000 คนถูกอพยพ ภูฏานแจ้งเตือน-เสียหายโครงสร้าง น้ำเชี่ยวกรากซัดพื้นที่ลุ่มต่ำระวัง
ธารน้ำแข็งภูฏานแตก! มวลน้ำมหาศาลทะลักจ่ออินเดีย 2 รัฐผวา น้ำป่าถล่ม 10,000 ชีวิตหนีตาย ระดมกู้ภัยรับมือ
เกิดเหตุระทึกกลางหุบเขาหิมาลัย หลังทะเลสาบธารน้ำแข็งชินตาฟู (Shintaphu Lake) ในเขตกาซา ประเทศภูฏาน เกิดแตกฉับพลันเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลปนโคลนและเศษซากจากภูเขาไหลทะลักลงสู่แม่น้ำโมชู ก่อนมุ่งหน้าสู่แม่น้ำซันโกช ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่ไหลต่อเข้าสู่ประเทศอินเดีย จุดชนวนความหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในพื้นที่ปลายน้ำ จนทางการอินเดียต้องยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่ พร้อมเร่งอพยพประชาชนออกจากเขตเสี่ยงภัยอย่างเร่งด่วน
รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์น้ำท่วมจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก หรือ GLOF (Glacial Lake Outburst Flood) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมวลน้ำที่สะสมอยู่ในทะเลสาบธารน้ำแข็งทะลักออกมาอย่างฉับพลัน ก่อให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่สามารถพัดพาโคลน หิน และเศษซากต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้อย่างรุนแรง โดยครั้งนี้กระแสน้ำได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูฏานแล้วหลายจุด และยังต้องจับตาระดับน้ำในแม่น้ำซันโกชอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีมวลน้ำไหลลงไปสมทบจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ในฝั่งอินเดียสร้างความตื่นตัวอย่างหนัก โดยรัฐเบงกอลตะวันตกประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ครอบคลุม 3 เขต ได้แก่ อาลีปูร์ดูอาร์ ชัลไปกูรี และคูชเบฮาร์ ขณะที่รัฐอัสสัมต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเขตโกกราฌาร์และธูบรี ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำซันโกช
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าประชาชนมากกว่า 10,000 คนในเขตอาลีปูร์ดูอาร์ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังหน่วยรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRF) และหน่วยรับมือภัยพิบัติระดับรัฐ (SDRF) เข้าประจำการ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและหมู่บ้านริมแม่น้ำให้ปฏิบัติตามคำสั่งอพยพอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตลิ่ง และติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการอย่างต่อเนื่อง
ด้านภูฏาน แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่กระแสน้ำป่าที่ไหลหลากได้สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคและเส้นทางคมนาคม โดยระบบสูบน้ำเพื่อการชลประทานพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่กูมา เกวอก (Guma Gewog) เขตปูนาคา ซึ่งอยู่บริเวณดอชูคา-โซมลิงทัง-ริตซา ได้รับความเสียหายบางส่วนจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทั้งที่ระบบดังกล่าวเพิ่งติดตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดหาน้ำสำหรับการเกษตรในพื้นที่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมด
นอกจากนี้ เศษหิน ดิน และซากวัสดุที่ถูกกระแสน้ำพัดพามายังได้ทับถมเส้นทางหลวงสายปูนาคา-กาซา บริเวณโซมลิงทัง ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ โดยข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นได้รับการรายงานจากผู้นำชุมชนท้องถิ่นผ่านสถานีโทรทัศน์ BBS ของภูฏาน
แม้ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในภูฏาน แต่สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำในอินเดียที่กำลังเตรียมรับมือมวลน้ำระลอกใหญ่ ทางการขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่งเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัย ไม่ประมาทกับระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ท่ามกลางการจับตาวิกฤตน้ำหลากจากเทือกเขาหิมาลัยที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนสองประเทศ
ที่มา : https://www.facebook.com/reel/1109328875320796