“ดาวโจนส์” ปิดรีบาวด์ 21 จุด หลังบอนด์ยีลด์ย่อตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.69) ปรับขึ้นเล็กน้อยทั้ง 3 ดัชนี หลังฟื้นตัวจากแรงขายช่วงต้นวัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ช่วยคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ย ขณะที่แนวโน้มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) สนับสนุนแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,926.56 จุด เพิ่มขึ้น 20.51 จุด หรือ 0.04% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,666.45 จุด เพิ่มขึ้น 14.91 จุด หรือ 0.19% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่26,871.60 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ 0.04%
จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากตลาดพันธบัตร โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 5.34% ระหว่างวัน สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 หรือในรอบ 24 ปี ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5.24% ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5.61% หลังมีแรงซื้อพันธบัตรกลับเข้ามา ช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้น
ประกอบกับ นายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจใช้เวลาประเมินสถานการณ์ก่อนขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หลังปรับขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในเดือนกันยายน ขณะที่ตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในการประชุมเดือนตุลาคมไว้ที่ 28.2% ลดลงจาก 68.6% ในสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคา โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสถาบันจัดการด้านอุปทานสหรัฐฯ (ISM) เดือนกันยายนอยู่ที่ 54.5 ลดลงเล็กน้อยจาก 54.6 ในเดือนสิงหาคม แต่ดัชนีราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเป็น 77.9 จาก 71.1 ส่วนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเหลือ 197,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 200,000 ราย
นักลงทุนรอติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายน ซึ่งจะเปิดเผยคืนนี้ (2 ต.ค.69) โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 90,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด
ด้านราคาน้ำมันปรับขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 4.28 ดอลลาร์ หรือ 4.37% ปิดที่ 102.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจีนระงับส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน และมีรายงานว่าสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารและเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.9% มากที่สุดในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีส่วนช่วยหนุนตลาด โดยดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่ดัชนีกลุ่มซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 1% รับผลประกอบการและคาดการณ์การเติบโตของรายได้จาก Accenture ส่วนแนวโน้มรายได้ของ Micron Technology ที่สูงกว่าคาดช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI
สำหรับหุ้นรายตัว Micron Technology เพิ่มขึ้น 3% รับคาดการณ์รายได้สูงกว่าที่ตลาดประเมิน และลูกค้ามีข้อผูกพันในการซื้อสินค้าตามข้อตกลงจัดหามูลค่า 3.2 หมื่นล้านเหรียญ ขณะที่ Accenture เพิ่มขึ้น 15.8% หลังรายงานกำไรสูงกว่าคาด ส่วน Nvidia เพิ่มขึ้น 1.1% และ Applied Materials เพิ่มขึ้น 3.5%