ทะลุโลกคู่ขนานมาเลี้ยงน้องกับระบบร้อยล้านเท่า (จบแล้ว) รีไรท์
ข้อมูลเบื้องต้น
มาลิสา หรือ ลิสา เป็นหญิงสาววัย 22 ปี เธอเป็นลูกคนที่สามของบ้านเธอออกมาอยู่ตัวคนเดียวเนื่องจากความรักอิสระของตัวเอง ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกนะ ฐานะทางบ้านก็ปานกลาง ตั้งแต่เธอเรียนจบออกมาและมีงานทำเธอก็ไม่เคยขอเงินจากทางบ้านอีกเลย เธอเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทเล็กๆกลางเมืองกรุง บ้านของเธออยู่นอกเมืองไปอีกกว่าสี่สิบกิโลได้
วันหนึ่งเธอเดินกลับจากที่ทำงานเพื่อไปยังที่พักของตัวเอง แต่โชคร้ายมีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอประสบอุบัติเหตุตายคาที่ หลังจากนั้นมาลิสาก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย จนกระทั่งเธอรู้สึกว่าตัวเองล่องลอยไปยังสถานที่อันไกลแสนไกล เธอได้พบกับเทพเจ้าองค์หนึ่งที่มีนามว่า เทพเจ้าแห่งโชคชะตา ท่านได้บอกกับเธอว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานที่ผิดพลาดของเทพเจ้าองค์หนึ่ง เมื่อเธอได้ฟังก็รู้สึกโมโหและถามว่าเป็นเทพเจ้าองค์ไหน แต่ท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาก็ไม่ยอมบอกข้อมูลอะไรกับเธอเลย แต่ท่านมีข้อเสนอว่าท่านนั้นไม่สามารถที่จะช่วยให้เธอกลับสู่ร่างเดิมได้แต่ท่านสามารถส่งเธอไปยังโลกคู่ขนานได้
เมื่อเธอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่เธอจะต้องมาเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควรเธอยังจำได้ดีว่าเห็นแสงไฟจ้าจากรถยนต์ส่องเข้าดวงตาของเธอและทุกอย่างก็มืดดับไป หลักจากที่มาลิสาคิดได้เธอจึงถามกับท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาว่าท่านมีข้อเสนออะไรให้แก่เธออีกไหมหรือท่านแค่ส่งให้เธอไปอยู่ต่างโลกอย่างโลกคู่ขนานที่เธอเองก็ไม่รู้จัก มาลิสาถามว่าเธอต้องไปเกิดใหม่เป็นทารกน้อยเลยหรือเปล่า ท่านบอกว่าไม่ต้องเพราะท่านจะให้เธอเข้าไปในร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังจะหมดอายุขัยลง แต่สิ่งที่เธอต้องรับรู้คือเธอต้องมีภาระในการเลี้ยงน้องชายอีกหนึ่งคน
มาลิสาโวยวายทันที เธอบอกว่าทำให้เธอตายแล้วยังจะให้เธอไปเกิดใหม่เป็นใครก็ไม่รู้ อีกทั้งยังมีภาระที่ต้องให้เธอมาเลี้ยงดูคนอีกเหรอ? ทุกวันนี้เธอยังเลี้ยงตัวเองไม่รอดเลย พวกท่านจะชดใช้ยังไงกับการทำงานที่ผิดพลาดในครั้งนี้ มาลิสากดดันออกไป
ท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาบอกกับเธอว่าให้ใจเย็นลงก่อน เทพผู้นั้นที่ได้ทำงานผิดพลาดไปได้มอบพรวิเศษให้แก่เธอหนึ่งอย่าง มาลิสารีบถามอย่างตื่นเต้้นว่าคืออะไร เธอคาดหวังว่าเธอจะได้พรที่สามารถทำให้เธอใช้ชีวิตในโลกคู่ขนานที่เธอไม่รู้จักได้ เทพเจ้าแห่งโชคชะตาบอกว่าพรวิเศษที่ว่านี้คือ “ระบบร้อยล้านเท่า” มาลิสางง เธอทำหน้าไม่เข้าใจ เธอถามท่านเทพออกไปว่าระบบร้อยล้านเท่าคืออะไร? ท่านอธิบายให้เธอเข้าใจง่ายๆว่ามันคือระบบสุ่มที่จะทำการสุ่มสิ่งของต่างๆให้กับเธอในทุกๆวัน เวลาที่จะสุ่มได้คือเวลาเที่ยงคืน ถ้าเธอสุ่มได้ของหนึ่งชิ้น จำนวนที่เธอจะได้ก็คือหนึ่งร้อยล้านชิ้น มาลิสาฟังมาถึงตรงนี้ก็เบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น เธอตกลงอย่างไม่ลังเลที่จะไปใช้ชีวิตใหม่ในต่างโลกที่เธอไม่รู้จักเพราะไหนๆเธอก็กลับเข้าร่างเดิมของเธอไม่ได้แล้ว อีกอย่างก็ยังดีกว่าที่เธอจะตายไปเลยในขณะที่เธอยังไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เธอต้องการ
ก่อนจากไปเธอขอร้องกับท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาว่า ขอให้ท่านให้โชคกับครอบครัวของเธอสักครั้งจะได้ไหมเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณของพวกท่านเลย ท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาบอกว่าข้อนี้เขาจะเป็นคนให้พรแก่ครอบครัวของเธอเอง ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะท่านรู้สึกสงสารหญิงสาวผู้นี้มาก ถึงแม้ว่าโชคชะตาของหญิงสาวผู้นี้จะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ทั้งนี้ท่านยังรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวอีกด้วย
ท่านเทพบอกว่าท่านจะมอบพรแห่งความโชคดีให้แก่ครอบครัวของมาลิสาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ด้วยกัน เธอได้ฟังก็พยักหน้าอย่างพอใจเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงและไม่ต้องคิดมากเมื่อเธอจากไปในที่ไกลแสนไกล
มาลิสาบอกกับท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาว่าตอนนี้เธอพร้อมที่จะไปแล้วแต่ท่านเทพบอกกับเธอว่าให้รออีกหน่อยเนื่องจากต้องรอเวลาให้หญิงสาวผู้นั้นหมดอายุขัยลงเสียก่อน
รีไรท์….มินตราวดี
ทะลุมิติโลกคู่ขนาน รีไรท์
มาลิสาล่องลอยอยู่ในอากาศนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจรู้ได้ เธอล่องลอยดูการดำเนินชีวิตของครอบครัวเธออย่างมีความสุข เธอขอบคุณท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตาที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ภายในครอบครัวของเธอดีขึ้น ถึงแม้การจากไปของเธอจะทำให้คนในครอบครัวของเธอเศร้าโศกเสียใจบ้าง..แต่ทุกคนคงจะผ่านมันไปได้ พอเวลาผ่านไปทุกคนก็คงจะทำใจได้ มาลิสาปล่อยวางความห่วงหาอาทรคนข้างหลัง และตอนนี้เธอเฝ้ารอคอยชีวิตใหม่ที่เธอจะได้ออกไปเผชิญกับโลกกว้างที่เธอไม่เคยรู้จัก
‘โลกคู่ขนานอย่างนั้นเหรอ จะเป็นแบบไหนกันนะ?’
มาลิสาคิดในใจขณะที่เธอล่องลอยดูความเป็นไปของทุกสิ่งบนโลกที่เธอได้ใช้ชีวิตมาถึง 22 ปีด้วยกัน
‘ถึงเวลาของเจ้าแล้ว’
มาลิสาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงที่ดังเข้ามาในหัวของเธอ คงถึงเวลาของเธอแล้วสินะ มาลิสาหลับตาพร้อมสงบจิตสงบใจเธอพูดในใจของตัวเองว่าเธอพร้อมแล้วและหลังจากนั้นเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
“พี่สาว พี่สาว ท่านตื่นได้แล้ว”
เสียงเล็กๆปลุกมาลิสาจนเธอรู้สึกรำคาญ ใครมาปลุกเธอตอนนี้ เธอกำลังนอนสบายอยู่เลยและมาลิสาต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองนั้นได้ตายจากโลกเดิมแล้ว
‘ตอนนี้เราอยู่ต่างโลกแล้ว…’
มาลิสาคิดในใจพร้อมทั้งกระพริบตาถี่ๆเพื่อที่จะได้มองสิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจน เธออยากจะมองว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ที่ไหน มาลิสามองไปยังเสียงเล็กๆที่ปลุกเธอก่อนหน้านี้ เธอเห็นว่าเป็นเด็กชายตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักแต่ร่างกายผอมแห้งจนเห็นกระดูก เธอดูแล้วคาดว่าอายุน่าจะประมาณหกเจ็ดขวบได้ เธอขยับริมฝีปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ขอน้ำหน่อย”
เด็กชายตัวน้อยเห็นว่าพี่สาวของตัวเองฟื้นแล้วหลังจากสลบได้สองวันจึงรีบเทน้ำลงแก้วอย่างช้าๆแล้วค่อยๆยกมาให้มาลิสาเหมือนกลัวว่าน้ำจะหกไปบนพื้น มาลิสาหยิบแก้วน้ำได้เธอก็รีบบังคับมืออันไร้เรี่ยวแรงของตัวเองจับแก้วขึ้นมาดื่มอย่างหิวกระหาย น้ำที่กลืนลงไปที่คออันแห้งผากของเธอทำให้มาลิสารู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย
‘ที่นี่มันที่ไหนกัน’
มาลิสาคิดในใจ อยู่ๆเธอก็รีบเอามือขึ้นกุมหัวและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โอ้ย”
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของมาลิสาทำให้เด็กชายที่อยู่กับเธอนั้นทำอะไรไม่ถูกไปเลย
“พี่สาวเป็นอะไร”
ถึงตอนนี้มาลิสาแทบจะประคองสติแทบไม่ได้แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเสียงเล็กๆนั้นถามเธอด้วยความหวาดกลัว
‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่’
มาลิสาคิด เธอร้องอีกครั้งแล้วภาพเหตุการณ์ตั้งแต่เจ้าของร่างเกิดจนถึงตอนที่เธอได้เข้ามาสวมร่างก็ปรากฏขึ้น ร่างนี้มีชื่อว่า ละลิสา ชื่อคล้ายกับเธอแถมชื่อเล่นยังชื่อลิสาเหมือนกันอีกด้วย ถึงชื่อจะคล้ายแต่รูปร่างหน้าตาไม่คล้ายกันเลยสักนิด
ในอดีตมาลิสาเป็นคนหน้าตาธรรมดามากไม่ได้สวยอะไรเลย เธอมองภาพหญิงสาวที่อยู่ในหัวตอนนี้อย่างสำรวจ ละสิสาคนนี้เธอเป็นคนที่สวยมาก รูปร่างอรชรตัวเล็ก ริมฝีปากอมชมพูระเรื่อ แต่ไม่นึกเลยว่าภาพความงามที่เห็นนั้นมันจะแฝงไปด้วยความโหดร้ายมากมายขนาดนี้ มาลิสามองการกระทำของละลิสาที่ทำร้ายร่างกายของน้องชายตัวเองบ่อยๆ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ เธอทั้งทุบตีทั้งให้น้องอดอาหารขังเอาไว้ในห้องและอีกมากมายที่มาลิสาอยากจะตะโกนใส่หน้าว่าทำแบบนี้กับเด็กตัวเล็กๆได้ยังไง!!! มิน่าเธอถึงเห็นว่าเด็กน้อยคนนี้มองมาที่เธออย่างหวาดกลัว นอกจากสวยแต่รูปแล้วยังเกียจคร้านเป็นที่หนึ่ง ดีแต่ใช้แรงงานกับเด็กตัวเล็กๆที่มีอายุเพียงแค่เจ็ดขวบ ทั้งสองเป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อและแม่ตายด้วยกันทั้งคู่สาเหตุมาจากการเข้าไปหาของป่าแล้วถูกเสือตะปบตายไปพร้อมกัน ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่กระท่อมหลังเล็กๆท้ายหมู่บ้าน มาลิสารู้ว่าหมู่บ้านที่เธออยู่นี้ชื่อว่า หมู่บ้านร่วมใจ หมู่บ้านร่วมใจเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ห่างจากตัวเมืองเกือบสามสิบกิโลเมตร ฐานะของทั้งคู่ก่อนที่พ่อและแม่จะเสียชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง ไม่รวยและก็ไม่ได้ยากจนอะไรแต่พอเสาหลักของบ้านเสียชีวิตลงทำให้เงินที่มีอยู่ทั้งหมดเกือบจะหมดไปเพราะละลิสาเอาแต่ไปซื้อของไร้ประโยชน์ เช่นเสื้อผ้าสวยๆและเครื่องสำอาง มาลิสาอยากจะด่าสั่งสอนอีกสักทีเมื่อคิดมาถึงตรงจุดนี้ ที่จริงเธอก็ไม่แปลกใจอะไรถ้าละลิสาจะไม่ได้เอ็นดูน้องชายของเธอเพราะทั้งสองเป็นลูกคนละแม่ มาลิสาคิดตามเมื่อได้รู้ความจริงต่อมาจากภาพภายในหัว พ่อของละลิสามีภรรยาสองคน โดยที่แม่ของเด็กน้อยที่เธอมารู้ทีหลังว่าชื่อ แทนไท
แทนไทเป็นลูกของภรรยาคนที่สองของพ่อละลิสา เหตุนี้จึงทำให้พี่สาวอย่างละลิสาใช้งานน้องชายอย่างกับเป็นคนใช้ เมื่อพ่อและแม่ของเธอตายไป ถ้าจะถามถึงแม่ของแทนไทแล้วละก็ เมื่อแม่ของแทนไทรู้ว่าสามีของตัวเองเสียชีวิตลงก็รีบหอบผ้าหอบผ่อนหนีไป ทิ้งแทนไทเด็กชายตัวน้อยไปหาสามีใหม่ทันทีอย่างแล้งน้ำใจ ดังนั้นมาลิสาเลยให้สถานะของเด็กสองคนนี้ว่าเป็นกำพร้าทั้งคู่ มาลิสาส่ายหัวเมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมด
โลกคู่ขนานใบนี้เธอคงต้องศึกษาอะไรอีกมากแต่สิ่งที่เธอรู้แน่ๆในตอนนี้คือค่าเงินของที่นี่ไม่เหมือนกับโลกที่เธอจากมา แต่เวลาและการพูดคุยยังคงเหมือนกับที่เธอเคยใช้ ก็ยังดี และดีต่อมาคือดีหน่อยที่ละลิสาคนที่ได้หมดอายุขัยลงเป็นเด็กที่เรียนดีหัวดีคนหนึ่ง ผลมาจากความทะเยอทะยานที่อยากจะยกระดับของตัวเองขึ้น จึงทำให้เธอมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนในส่วนนี้มาลิสาก็ขอชื่นชมก็แล้วกัน
“แทนไทครับ มาตรงนี้หน่อยครับ”
มาลิสาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แทนไทเด็กน้อยตัวผอมแห้งก็ยังคงกลัวเธออยู่ มาลิสาคิดในใจว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยที่เด็กน้อยจะดีขึ้นได้เพราะการกระทำของละลิสาแท้ๆเลย มาลิสาอดต่อว่าในใจไม่ได้
‘ต่อไปนี้เราคือละลิสาจะไม่มีมาลิสาอีกต่อไป’
มาลิสานึกถึงชื่อตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย เธอบอกกับตัวเองว่าตอนนี้เธอคือละลิสาและละลิสาก็คือตัวเธอ ไว้ถ้าเธอหายดีกว่านี้ค่อยออกไปสำรวจด้านนอกก็ยังไม่สาย สาเหตุการเจ็บป่วยของร่างนี้คือออกไปตากฝนข้างนอกบ้าน ประกอบด้วยร่างกายที่บอบบางอ่อนแอของเธอ อีกทั้งยังไม่มีคนดูแลที่ถูกต้องจึงทำให้ช็อคตายด้วยไข้ที่สูงมาก สาเหตุนี้จึงทำให้เธอเข้ามาสวมร่างนี้ได้
‘ขอให้เธอไปสู่สุขตินะ ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือแทนเธอเอง’
ละลิสาคนใหม่คิด เธออวยพรให้ละลิสาคนเดิมจงไปสู่ภพภูมิที่ดี เธอจะใช้โอกาสที่เธอได้ทะลุมายังโลกคู่ขนานนี้ใช้ชีวิตอย่างที่เธอต้องการ อันดับแรกที่เธอต้องทำคือการยกระดับครอบครัวของเธอให้ดีขึ้นเสียก่อน เธอมุ่งมั่นคิดอยู่ภายในใจ
“แทนไทครับมาหาพี่หน่อย”
ละสิสาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เธอขอร้องให้น้องชายเข้ามาหาเธอใกล้ๆ แทนไทเห็นพี่สาวเปลี่ยนไปก็รู้สึกกลัวเพราะถ้าหากเขาทำอะไรให้พี่ของเขาไม่ถูกใจก็จะถูกทุบตีอย่างแรง แทนไทนิ่งคิดแบบเด็กๆ แต่เขาก็ไม่สามารถจะปฏิเสธออกไปได้เขาจึงค่อยๆขยับตัวเล็กๆของเขาเข้ามาหาพี่สาวอย่างละลิสา
ละลิสาเห็นน้องชายของตัวเองขยับตัวเข้าหาอย่างน่ารัก เธอยกให้แทนไทเป็นน้องชายของเธอเรียบร้อยแล้ว เพราะเธอมายังโลกนี้เพียงคนเดียว ถ้าหากเธอมีคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นมาอีกสักหนึ่งคนเธอก็ยังอุ่นใจได้ที่อย่างน้อยๆเธอก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลก ถึงตอนแรกเธอจะโวยวายว่าไม่อยากมีตัวภาระก็เถอะ แทนไทขยับมาตรงข้างเตียงของพี่สาวอย่างน่ารัก เขาหยุดลงเมื่อเห็นว่าตัวเองนั้นอยู่ใกล้พี่สาวแล้ว ละลิสายกมือขึ้นลูบหัวของแทนไท เด็กน้อยสะดุ้งเมื่อเห็นเธอยกมือขึ้น เธอจึงพูดออกไปอย่างอ่อนโยนว่า
“พี่สาวขอโทษแทนไทนะครับ ต่อไปพี่จะทำดีกับแทนไทให้มากกว่าเดิม”
ละลิสาบอกขอโทษพร้อมอธิบายให้เด็กน้อยรู้ว่าต่อไปเธอจะไม่กลับไปเป็นพี่สาวใจร้ายอีกแล้วเพราะเธอได้ผ่านความเป็นความตายมาแล้วและเธอก็ได้รู้แล้วว่าเธอนั้นไม่เหลือใครเธอเหลือแค่แทนไทคนเดียว เด็กน้อยร้องไห้เสียงดังเมื่อคิดว่าพี่สาวจะไม่ทำร้ายร่างกายและดุด่าเขาอีกแล้ว เขาจะได้มีพี่สาวที่ใจดีแล้ว แทนไทร้องไห้เสียงดังด้วยความดีใจทำให้ละลิสาต้องกอดปลอบอยู่นานกว่าน้องน้อยของเธอจะหยุดร้อง
“แทนไทกินข้าวหรือยังครับ”
ลิสาถามน้องชายทันทีเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยสงบลงแล้ว แทนไทยังไม่ได้ตอบแต่มีเสียงท้องร้องดังขึ้นมาเสียก่อน ลิสามองภาพตรงหน้าอย่างเอ็นดู เธอแอบคิดว่าในตอนที่ร่างนี้สลบไปสองวันแทนไทจะใช้ชีวิตแบบไหนกัน แค่คิดเธอก็รู้สึกใจหายขึ้นมาทันที นี่ยังดีนะที่เธอไม่ได้สลบไปนานกว่านี้ เพราะถ้านานกว่านี้คนที่จะตายอีกคนคงจะเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารตรงหน้าของเธออย่างแน่นอน
ลิสามองสำรวจร่างผอมแห้งจนเห็นกระดูกของเด็กน้อยที่แทบจะปลิวไปตามลมด้วยความอ่อนใจระคนสงสารกับโชคชะตาของแทนไท ไม่เป็นไรนะพี่สาวคนนี้จะขุนให้แทนไทอ้วนขึ้นมาให้ได้ เธอจะทำดีกับแทนไทให้มากๆ ลิสาคิดแล้วก็สัญญากับตัวเองในใจ
“แทนไทครับ เราไปห้องครัวกันเถอะ”
ลิสาชวนน้องชายให้ออกไปหาอะไรทานที่ห้องครัว เธอจะได้สำรวจด้วยว่าสิ่งของภายในบ้านนี้เหลือมากน้อยขนาดไหน ตอนนี้ร่างบางทั้งสองเดินไปในห้องครัวพร้อมกัน ลิสาแทบจะร้องไห้เมื่อเธอไม่เห็นอะไรที่สามารถกินได้เลย เธอทบทวนความทรงจำในร่างนี้ เธอพบว่าถ้าออกไปข้างนอกอีกหน่อยจะเป็นป่าและมีแม่น้ำตัดผ่าน เธอบอกให้น้องชายของเธออดทนกับความหิวอีกนิด ลิสาให้น้องชายดื่มน้ำรองท้องไปก่อนและเธอเองก็ดื่มน้ำไปสองแก้วใหญ่เพื่อประทังความหิวในยามนี้ ในอดีตเธอว่าเธอก็ใช้ชีวิตลำบากแล้วนะแต่ก็ยังดีที่เธอยังมีข้าวให้กิน แต่นี้ไม่มีอะไรให้กินเลยแม้แต่ข้าว เธอไม่อยากจะตำหนิเจ้าของร่างเพราะเธอก็สำนึกบุญคุณอยู่ที่ตัวเธอนั้นได้ใช้ร่างกายของเจ้าของร่างนี้
“แทนไทครับบ้านเรามีตระกร้าหรือเปล่า”
ลิสาถามเพราะในความทรงจำไม่มีข้อมูลส่วนนี้เลย ลิสาคนเดิมทำเป็นแต่ชี้นิ้วสั่งแทนไทให้ทำงานอยู่ฝ่ายเดียว พูดแล้วก็อดที่จะโมโหไม่ได้ ใจเย็นๆ ลิสาปลอบใจตัวเอง แทนไทพยักหน้าแล้วรีบเดินไปอีกทางเพื่อจะไปเอาตระกร้ามาให้พี่สาว
“นี่ครับ”
แทนไทพูดด้วยน้ำเสียงเล็กๆน่ารัก ลิสายิ้มอย่างเอ็นดูและมองผ่านเลยไปที่ตะกร้าหวายขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปที่แทนไทได้ยื่นมาให้กับตนเอง ลิสารับมาและยกขึ้นสะพานบนหลังของตัวเองทันที
“ขอบคุณครับ ไปกันเถอะ”
ลิสาบอกแล้วจูงมือเล็กๆของน้องชายให้เดินตามเธอมา แทนไทมองมือของพี่สาวที่จับจูงตัวเองออกไปด้วยความดีใจและตื่นเต้น เขาดีใจมากที่ในที่สุดพี่สาวของเขาก็จะรักเขาแล้ว ด้วยความที่แทนไทยังเป็นเด็กเขายังมีความบริสุทธิ์อยู่ในตัวจึงทำให้เขานั้นไม่ได้มีความแค้นอะไรมากมาย เขาแค่น้อยใจและเสียใจมากเท่านั้นที่พี่สาวไม่ได้รักและไม่ต้องการตัวเอง ลิสารีบจูงมือเล็กๆของน้องชายให้ออกมาจากกระท่อมหลังน้อยของพวกเธอและทั้งสองก็เดินเข้าไปในป่าที่อยู่ภายในความทรงจำของลิสา
รีไรท์…มินตราวดี
เริ่มต้นใช้ชีวิตในต่างโลก รีไรท์
ละลิสาหรือลิสาเดินนำหน้าน้องชายตัวน้อยของเธอเข้าไปในป่า เธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปในป่าลึกมากเพราะเธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเธอคงไม่สามารถปกป้องน้องชายของเธอได้อย่างแน่นอน ลิสามองบรรยากาศรอบๆ เธอมองทิวทัศน์ที่เธอเห็นอยู่ในตอนนี้อย่างสำรวจ จะว่าไปต่างโลกหรือโลกคู่ขนานนี้อากาศดีกว่าโลกที่เธอจากมาเสียอีก ลิสาสูดเอาอากาศบริสุทธิ์นี้เข้าไปในปอดลึกๆ เธอแอบดีใจกับการทะลุมิติในครั้งนี้เพราะเธอได้ลดอายุของตัวเองไปตั้งหลายปี ละลิสาในปัจจุบันเป็นหญิงสาวอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น
“เจอแล้ว”
ลิสาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น เธอรีบพาน้องชายของเธอมาตรงบริเวณใกล้ๆแม่น้ำ เธอเห็นผักบุ้งเต็มไปหมด ที่นี่เขาไม่กินกันเหรอแปลกใจจัง
“มันคืออะไรครับพี่สาว”
เสียงของแทนไทถามขึ้นอย่างสงสัย เขาเริ่มกล้าที่จะพูดคุยกับลิสามากขึ้นเพราะรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนและจริงใจของพี่สาวคนใหม่นี้ แทนไทดีใจมากที่พี่สาวตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนใจดีและพูดคุยกับเขาอย่างไพเราะ ไม่ตะคอกคุยกันเหมือนเมื่อก่อน
“ต้นนี้คือผักบุ้ง”
ลิสาบอกน้องชายของเธอ
“รีบช่วยพี่เก็บเร็ว เดี๋ยวพี่จะทำของอร่อยๆให้กิน”
แทนไทเมื่อได้ยินว่าจะได้กินของอร่อยก็ยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เขารีบเก็บตามที่พี่สาวได้สอน ตอนนี้สองคนพี่น้องเก็บผักบุ้งใส่ตะกร้าหวายได้เยอะพอสมควรจึงหยุดลง เธอลองเดินสำรวจอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ลิสาคิด ลิสาเดินออกไปเรื่อยๆเธอพบกับกระเทียมและพริกอีกหลายต้น เธอแอบคิดว่าคนที่นี่ไม่รู้จักกันหรือไงถึงปล่อยให้พวกมันเจริญเติบโตเยอะมากมายขนาดนี้
“รีบกลับกันดีกว่าใกล้จะมืดแล้ว”
ลิสาพูดพร้อมจูงมือน้องชายกลับทันที อันที่จริงเธอไม่กล้าปล่อยมือน้องชายของเธอเลย เธอกลัวว่าน้องชายของเธอจะหลงแล้วเธอก็มโนว่าตัวเองจะไม่ได้เจอกับเด็กน้อยที่น่ารักและว่านอนสอนง่ายอย่างแทนไทอีกเธอก็เลยไม่ยอมปล่อยมือออกจากมือเล็กๆคู่นี้เลย
แทนไทอบอุ่นใจเมื่อเห็นว่าพี่สาวของตัวเองใจดีขึ้นมาก ความเสียใจและความน้อยใจก่อนหน้านั้นแทบจะหายไปจนหมด แทนไทคิดอะไรเพลินๆแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเขาสะดุดเข้ากับรากไม้จนเกือบจะล้มลง
“แทนไท!!!”
ลิสาเรียกแทนไทเสียงดังจนน้องชายสะดุ้ง เขาคิดว่าพี่สาวจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แทนไทกลัวจนร้องไห้ตัวสั่น ลิสามองภาพนั้นด้วยความปวดใจ ถึงน้องชายจะกล้าคุยกับเธอมากขึ้นแต่ลึกๆในใจยังคงกลัวเธออยู่เหมือนเดิม
“พี่ขอโทษครับ พี่ตกใจกลัวแทนไทล้ม ขอโทษที่เสียงดังใส่ครับ”
ลิสารีบเข้าไปปลอบน้อง เธออธิบายเหตุผลที่เสียงดังใส่ ลิสาตกใจมากเมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆของแทนไทกำลังจะล้มลงบนพื้น เธอรีบดึงมือของน้องชายเอาไว้อย่างแรงเพื่อไม่ให้ล้มลงและเธอก็เผลอเรียกชื่อน้องชายดังไปหน่อยก็เท่านั้นเอง ลิสาคิดในใจว่าเมื่อไหร่นะที่แทนไทจะเลิกกลัวเธอจริงๆ
ลิสานั่งลงกอดร่างเล็กอย่างปลอบโยน เธอโยกตัวเบาๆพร้อมพูดว่าพี่ขอโทษ แทนไทร้องไห้สักพักก็เงียบเสียงลงเหลือแต่อาการสะอึกเล็กน้อย ลิสาดึงมือน้องให้ลุกขึ้นและทั้งสองก็เดินทางกลับไปที่กระท่อมหลังน้อยที่เหมือนจะป้องกันอะไรไม่ได้สักอย่างเลย ลิสามองกระท่อมหลังเล็กๆและรั้วบ้านที่เริ่มจะพังลงเพราะทำมาจากไม้ เธอส่ายหน้าเมื่อเห็นสภาพบ้านของตัวเอง รออีกนิด ถ้าเธอรวยเธอจะทำบ้านหลังใหญ่ให้น้องชายของเธอเอง แทนไทยังคงซึมอยู่ เขากลัวว่าถ้าเขาส่งเสียงขึ้นมาพี่สาวจะอารมณ์ไม่ดีใส่ เขากลัวว่าพี่สาวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แทนไทเลยเงียบนับตั้งแต่นั้นมา
“แทนไทนั่งรอพี่ตรงนี้ก่อนนะครับ”
ลิสาบอกน้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอให้แทนไทนั่งตรงเก้าอี้ตัวเล็กๆกลางบ้านที่มีโต๊ะตัวไม่ใหญ่มากวางอยู่ มุมนี้คงเป็นโต๊ะอาหาร ในอดีตลิสาคนเดิมทำอาหารง่ายๆทุกวันจะมีแค่ผัดผักกับข้าวต้มเปล่าๆเพียงเท่านั้น เนื่องจากเธอทำอาหารไม่เป็น ยังดีที่ลิสาคนใหม่อย่างเธอทำอาหารเป็นเพราะเธอออกมาใช้ชีวิตคนเดียวตั้งหลายปี อาหารง่ายๆแค่นี้ทำไมเธอจะทำไม่ได้
แทนไทพยักหน้าให้ลิสา ลิสาเลยเดินเข้าครัวไป เธอมองน้ำที่เหลืออยู่ในถังไม่มาก เอาไว้พรุ่งนี้เธอค่อยไปตักน้ำมาเพิ่ม ลิสาคิดว่าโลกคู่ขนานที่เธอเห็นตอนนี้ ถ้าเทียบกับโลกที่เธอจากมามันดูล้าหลังกว่ามาก ดูจากโทรทัศน์ไม่มี มือถือไม่มี อินเทอร์เน็ตก็ไม่มี แม้แต่ท่อน้ำ ก๊อกน้ำที่เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกของพวกนี้ก็ยังไม่มีเลย
“เฮ้อ…”
ลิสาถอนหายใจเบาๆ ตอนนี้เธอล้างผักก่อนดีกว่า ยังดีนะที่ยังมีไม้ขีดไฟ ลิสามองหาอุปกรณ์จุดไฟเธอพบว่าเหลือไม้ขีดไฟอยู่อีกแค่ห้าอันสำหรับจุดไฟ เธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้วเพราะตอนนี้เธอไม่มีแม้แต่เงิน ลิสาทุบกระเทียม ทุบพริกเล็กน้อยเพราะกลัวมันจะเผ็ดเกินไปและน้องชายของเธอจะกินไม่ได้ เธอใส่น้ำลงไปแทนน้ำมันเพราะน้ำมันไม่มี เธอปรุงรสได้แค่ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยเท่านั้นเพราะมีเพียงเท่านี้ เธออยากจะบ้าตายกับความยากจนที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ เสียงผัดเข้ากับกระทะที่ดังลอดออกมาจากห้องครัวทำให้ท้องน้อยๆของแทนไทร้องอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พี่สาวสลบไปเขาก็ไม่ได้ทานอะไรอีกเลยนอกจากดื่มน้ำเพียงอย่างเดียว
“พี่มาแล้วครับ”
ลิสาส่งเสียงมาก่อนตัว เธอเอาผัดผักบุ้งไฟแดงของเธอเทลงจานกระเบื้องเล็กๆสองจานและมีช้อนส้อมที่เธอหามาได้ ของที่มีทำไมมันอนาถขนาดนี้ ให้มันผ่านวันนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะ ลิสาคิดในใจอย่างปลงๆ แทนไทมองอาหารที่อยู่ตรงหน้าแล้วน้ำลายไหล มันหอมมาก แทนไทไม่เคยเห็นอาหารแบบนี้เลย ลิสามองเห็นแทนไททำท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งเอ็นดูเข้าไปใหญ่
“ทานได้เลยครับ”
ลิสาตักเอาผัดผักบุ้งไฟแดงเข้าปากก่อนเป็นอันดับแรกเพราะเธอรู้ว่าถ้าเธอไม่ทานแทนไทก็คงไม่กล้าทาน เมื่อแทนไทเห็นพี่สาวตักผัดผักตรงหน้าเข้าปากเขาก็รีบทำตามทันทีเพราะตอนนี้ท้องน้อยๆร้องเสียงดังออกมาเป็นพักๆ ลิสามองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจที่เห็นว่าอาหารที่เธอทำนั้นถูกปากของแทนไทมากแค่ไหน
“กินเยอะๆนะครับจะได้โตไวๆ”
ลิสาบอกแทนไทด้วยความเอ็นดู เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและแทนไทก็ยิ้มกว้างให้เธอเช่นเดียวกัน เด็กหนอเด็กมิน่าเขาถึงบอกว่าเด็กคือผ้าขาวอยากจะให้เขาเป็นแบบไหนก็ขีดเขียนลงไปได้เลย นี่ยังดีนะที่ลึกๆแทนไทเป็นเด็กที่มีจิตใจดีจึงทำให้เขายังคงความบริสุทธิ์แบบนี้เอาไว้ได้ แต่กับบางคนถึงจะเป็นเด็กแต่ภายในไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนเช่นแทนไททุกคน แทนไทกินผัดผักด้วยความอร่อย เขาคิดในใจว่าพี่สาวของเขาตื่นขึ้นมารอบนี้ทั้งใจดีอ่อนโยนและทำอาหารอร่อยๆให้เขาทาน แทนไทมีความสุขที่สุดเลย
“แทนไทรอพี่ตรงนี้ก่อนนะครับ พี่จะไปล้างจานก่อน”
ลิสาบอกให้น้องชายนั่งรอก่อนแต่แทนไทบอกกับเธอว่า
“แทนจะช่วยพี่สาวครับ”
ลิสาถึงกับใจอ่อนยวบกับความน่ารักนี้ของแทนไท เธออดคิดไม่ได้ว่าลิสาคนเก่าทำไมถึงกล้าทำร้ายแทนไทได้ลงคอแต่คนตายไปแล้วก็ช่างเขาเถอะ ลิสามองออกไปตรงหน้าอย่างไร้จุดหมายแล้วก็รีบพยักหน้าตกลงให้แทนไทมาช่วยเธอจะได้เสร็จไวๆและจะได้รีบนอนกันสักที สองพี่น้องช่วยกันล้างจานจนเสร็จ
“ไปเช็ดตัวกันเถอะ”
ลิสาบอกกับน้องชายของเธอเพราะน้ำในบ้านเหลือไม่มากแล้ว ถ้าเธอใช้น้ำอาบน้ำเธอก็กลัวว่าน้ำมันจะไม่พอ พรุ่งนี้เธอค่อยวางแผนใหม่ว่าจะทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ลิสาเดินจูงมือน้อยๆของแทนไทมาที่ห้องน้ำอันแสนคับแคบบริเวณกระท่อมหลังน้อย ห้องน้ำของพวกเธอจะอยู่ด้านนอกถัดจากกระท่อมออกมา ลิสาบอกให้น้องชายแก้ผ้าออกให้หมด แต่แทนไทไม่ชินกับการที่พี่สาวมาทำให้แบบนี้
“แทนจะทำเองครับ”
ลิสานิ่งคิด นั่นสิน้องของเธอคงอายแน่นอน จะว่าไปแล้วเจ็ดขวบก็โตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว ลิสาเลยยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและบอกว่าเธอจะเฝ้าอยู่ข้างหน้าประตูห้องน้ำให้เอง แทนไทพยักหน้าแล้วรีบเอาผ้าผืนเล็กที่พี่สาวยื่นให้ก่อนหน้านี้จุ่มลงไปในถังน้ำแล้วบิดผ้าเล็กน้อยแต่เนื่องจากแรงของแทนไทยังมีแค่นิดเดียวทำให้บิดผ้าอย่างยากลำบาก แทนไทเลยใช้ผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลูบไล้ไปทั่วร่างกาย สักพักก็เสร็จเรียบร้อยเด็กน้อยจึงเดินออกมาหาพี่สาวที่ตอนนี้ยืนรอเขาอยู่หน้าห้องน้ำ
“เสร็จแล้วครับ”
แทนไทบอกด้วยน้ำเสียงน่ารัก ลิสามองอย่างเอ็นดู เธอบอกให้แทนไทไปรอเธอข้างในบ้านก่อนเดี๋ยวจะโดนยุงกัดแต่แทนไทไม่ยอมไปจะรอพี่สาวอยู่ตรงนี้ ลิสาเลยตกลงและบอกว่าพี่จะรีบทำอะไรให้เสร็จไวๆ เธอเดินเข้าห้องน้ำไป ลิสามองสำรวจไปทั่วห้องอย่างไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ ในระหว่างที่เธอรอน้องชายอาบน้ำเธอคิดอะไรในหัวของเธอเต็มไปหมด ตอนนี้เธอกำลังวางแผนที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะไปเริ่มต้นใช้ชีวิตในเมืองมากกว่าเพราะที่นั้นคงจะเจริญกว่าหมู่บ้านนี้มาก อีกทั้งที่นั้นยังมีโรงเรียนดีๆหลายแห่งอีกด้วย เธอที่มาจากโลกเก่าและมันเจริญกว่าที่นี่ก็อดที่จะให้ความสำคัญกับการศึกษาไม่ได้ เธออยากให้น้องชายอย่างแทนไทได้เข้าเรียนเขาจะได้มีความรู้และนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดช่วยเหลือตัวเองได้ในอนาคต
มือขาวเรียวสวยบิดผ้าหมาดๆและลูบไล้ไปทั่วใบหน้าหวาน ลิสามองกระจกตรงหน้าที่สะท้อนใบหน้าของเธอในตอนนี้ เธอรู้สึกว่าร่างนี้สวยมากถ้าเทียบกับร่างเดิมของตัวเอง เธอคิดว่าหน้าเก่าของเธอนั้นเทียบไม่ติดเลยทีเดียว ถ้าติดอาจจะเป็นขี้เล็บของลิสาคนนี้ก็อาจเป็นไปได้ เธอรีบแต่งตัวใหม่จะได้ออกไปหาน้องชายเสียทีป่านนี้คงรอเธอนานแล้ว
ลิสาก้มมองชุดนอนของเธอที่ใส่อยู่ในตอนนี้ จะว่าไปแล้วการแต่งตัวก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ที่ต่างคือการออกแบบของชุดมากกว่า เธอคิด ชุดที่เธอเห็นในตอนนี้มันเป็นชุดที่ธรรมดามากสำหรับเธอแต่กับลิสาคนก่อนเธอถึงขนาดเก็บเงินเพื่อที่จะซื้อชุดธรรมดาๆพวกนี้กับเครื่องสำอางที่เธอสำรวจดูแล้วไม่เห็นจะมีชิ้นไหนที่เธออยากจะใช้เลยสักชิ้นเดียว
“พี่เสร็จแล้วครับ”
ลิสาเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นว่าน้องชายของเธอยังคงรออยู่ตรงที่เดิม เธอรีบเดินไปจูงมือเล็กๆของน้องชายเพื่อจะเดินเข้าไปในกระท่อมหลังน้อยด้วยกัน
“วันนี้แทนไทนอนกับพี่นะครับ”
ลิสาบอกกับแทนไททันที เมื่อก่อนแทนไทได้นอนในห้องแต่นอนอยู่กลางบ้านด้านนอกที่มีแค่หมอนใบเล็กๆกับผ้าห่มผืนบางๆที่แทบจะปกปิดความหนาวเย็นในยามค่ำคืนไม่ได้เลย เธอรู้ว่าน้องชายคิดอะไรอยู่จึงพูดไปอีกรอบว่า
“พี่บอกแล้วไงว่าพี่เปลี่ยนไปแล้ว และพี่ก็อยากดูแลแทนไทนะครับ เราเหลือกันแค่สองคนพี่น้องแล้วนะ ต่อไปพี่สัญญาพี่จะทำให้เราสองคนไม่ลำบากอย่างนี้อีกแล้ว”
ลิสาพูดและอธิบายให้น้องชายฟังอย่างใจเย็น แทนไทพยักหน้าด้วยความดีใจ วันนี้เขาจะได้นอนกับพี่สาวคนสวยของเขาแล้ว แทนไทดีใจที่สุดเลย เด็กน้อยคิดในใจ ถ้าลิสาได้ยินความคิดของแทนไทเธอคงจะหลงรักแทนไทมากกว่านี้ไปอีกหลายร้อยเท่า
รีไรท์…มินตราวดี
ระบบร้อยล้านเท่า รีไรท์
ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วแต่คนที่จากมาในที่ไกลแสนไกลอย่างลิสายังหลับตาลงนอนไม่ได้ เธอรอคอยเวลาเที่ยงคืนอยู่ เธอคาดหวังว่าพรวิเศษที่ท่านเทพองค์นั้นที่ทำให้เธอตายให้มามันจะคุ้มค่าพอ เธอขอให้ของที่ได้เป็นสิ่งที่เธอจะสามารถเอาตัวรอดในโลกคู่ขนานนี้ได้ ลิสามองดูนาฬิกาเรือนเล็กๆที่ติดอยู่ผนังภายในห้องของเธอ เธอลืมถามไปว่าเธอมีสิ่งของพิเศษติดตัวมาด้วยอีกหรือเปล่า เพราะถ้าเธอสุ่มได้ของแล้วของที่เธอได้นั้นจะไปอยู่ที่ตรงไหน? ลิสามองนาฬิกาอย่างรอคอย เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาทีก็จะเที่ยงคืนแล้ว เธอมองน้องชายของเธอที่หลับไปก่อนนานแล้ว ลิสาหยิบผ้าห่มขึ้นมาและคลุมไปที่ร่างน้อยๆนั้นอย่างเบามือ อากาศกลางคืนที่นี่ก็หนาวเย็นเหมือนกันนะ ลิสาคิดในใจ
“เที่ยงคืนแล้ว..ไม่เห็นมีอะไร”
ลิสาพูดขึ้นเบาๆกับตัวเอง แต่อยู่ๆเธอก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของท่านเทพเจ้าแห่งโชคชะตา เธอยังคงจำเสียงของท่านได้ขึ้นใจ
‘นังหนู เจ้าจงเริ่มต้นใช้ระบบโดยการเรียกระบบร้อยล้านเท่าขึ้นมาก่อน’
เสียงของท่านเทพอธิบายให้ลิสาฟัง เธอสรุปคำพูดของท่านเทพได้ว่าเธอต้องเรียกชื่อระบบร้อยล้านเท่าและทำการสุ่ม โดยเธอสามารถสั่งการได้ภายในใจโดยไม่ต้องออกเสียงใดๆ หลังจากเธอสุ่มของเสร็จของที่ได้จะอยู่ในช่องเก็บของที่อยู่ในตัวของเธอ ท่านเทพยังอธิบายว่าช่องเก็บของนี้เป็นของวิเศษเพียงชิ้นเดียวที่ท่านได้ให้กับเธอมา คุณสมบัติของช่องเก็บของนี้จะคล้ายกับมิติ มิติที่ท่านได้อธิบายให้เธอเข้าใจมันคล้ายกับช่องว่างช่องหนึ่งที่ไม่มีจุดสิ้นสุด สามารถเก็บของเข้าไปในนั้นได้แบบไม่จำกัด ลิสาขอบคุณเทพเจ้าแห่งโชคชะตา เธอก็ทำการทดลองโดยการเก็บหมอนเน่าๆเข้าไปในช่องเก็บของ
‘เอ๊ะหายไปจริงๆด้วยแล้วมันไปอยู่ไหน’
จู่ๆก็มีข้อมูลเด้งขึ้นมาตรงหน้าของเธอคล้ายๆหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี เธอมองรายละเอียตรงหน้าและเห็นแค่ว่าในช่องสี่เหลี่ยมมีรูปหมอนอยู่หนึ่งใบแสดงตัวเลขเป็นเลขหนึ่ง เธอลองเก็บผ้าห่มอีกหนึ่งผืนที่อยู่ฝั่งเธอเข้าไป ปรากฏว่าเธอก็สามารถเก็บมันเข้าไปได้ และพอเธอมองที่ข้อมูลก็เห็นเป็นรูปผ้าห่มและแสดงจำนวนตัวเลขเป็นเลขหนึ่ง เธอเริ่มเข้าใจ เธอลองสั่งการโดยคิดในใจว่าให้หน้าจอด้านหน้าหายไปแล้วมันก็หายไปทันที เธอลองเรียกมันออกมาอีกครั้งมันก็เด้งออกมาให้เธอเห็นเช่นเดิม แบบนี้มันสะดวกสบายกับเธอมาก ดังนั้นธอควรสุ่มระบบร้อยล้านเท่าได้แล้ว
‘ระบบร้อยล้านเท่า’
ลิสาพูดในใจและเธอก็ต้องเบิกตาคู่สวยของเธอมองไปที่กล่องตรงหน้าของเธอ กล่องที่เธอเห็นในตอนนี้เป็นกล่องสีทองที่มีลวดลายสวยงามมาก เธอมองไม่ออกว่ามันเป็นรูปอะไรแต่เธอรู้แค่ว่ามันสวยมากก็เท่านั้น เธอมองดูลวดลายอีกครั้งอย่างชื่นชม
‘ทำการสุ่ม’
ลิสาไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยลองคิดและสั่งการออกไปทันที กล่องที่เธอเห็นด้านหน้าตอนนี้ค่อยๆเปิดออกพร้อมกับแสงสีทองจ้าจนลิสาต้องหลับตาลงข้างหนึ่ง เธอค่อยๆเปิดเปลือกตาของเธอขึ้นมาดูอีกครั้ง
“นี่มัน…”
ลิสาพูดออกมาเบาๆ เธอเห็นจำนวนเงิน 500 GG (โลกคู่ขนานหน่วยเงินเป็น GG) ลิสามองเห็นจำนวนเงินที่สุ่มได้ก็ยิ่งตื่นเต้น เธอได้ห้าร้อยจีจีก็จริงแต่เมื่อคูณด้วยร้อยล้านเท่าแล้วลิสาอ้าปากค้างไปทันที
ขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้รับเงินจำนวน 50,000,000,000 GG (ห้าหมื่นล้านจีจี)
ตอนนี้ลิสาอึ้งไปกับระบบร้อยล้านเท่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอรีบเอามืออุดปากตัวเองอย่างไวเพราะเธอกลัวว่าจะส่งเสียงออกมาแล้วทำให้แทนไทตื่น ลิสายิ้มอย่างมีความสุข เธอพอใจมากกับพรวิเศษที่ท่านเทพให้มาแทนคำขอโทษ แบบนี้เธอจะกลัวการใช้ชีวิตบนโลกคู่ขนานอีกทำไม? ตอนนี้เธอมีระบบร้อยล้านเท่า อีกทั้งรอบแรกที่สุ่ม เธอยังได้เงินเยอะมากมายถึงเพียงนี้ ขอแค่มีเงินทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น ลิสาหัวเราะกับตัวเอง พรุ่งนี้เธอจะพาแทนไทออกจากหมู่บ้านเล็กๆนี้และไปใช้ชีวิตในเมืองด้วยกันสองคนพี่น้อง แค่คิดเธอก็มีความสุขแล้ว เธอนอนวางแผนในใจแล้วเผลอหลับไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ตื่นได้แล้วครับแทนไท”
ลิสาปลุกน้องชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอนั่งมองหน้าเด็กน้อยที่ผอมจนมองเห็นกระดูกด้วยความเอ็นดู ถ้าแทนไทถูกเธอขุนให้อ้วนกว่านี้อีกสักหน่อยคงจะน่ารักไม่เบา ลิสาคิด
“แทนตื่นแล้วครับ”
แทนไทบอกกับพี่สาวทั้งๆที่ตายังคงปิดสนิทอยู่ ลิสาหัวเราะให้กับภาพน่ารักของน้องชาย
“ถ้าแทนไทลุก วันนี้พี่สาวมีเรื่องดีมากๆจะเล่าให้ฟังด้วย”
ลิสาพูดหลอกล่อให้เด็กชายได้สนใจและก็ไม่ผิดตามที่เธอคิด เมื่อน้องชายตัวน้อยของเธอได้ยินก็รีบลืมตาขึ้นในทันทีที่เธอพูดจบ แทนไทมองหน้าพี่สาวอย่างรอคอยแต่พี่สาวก็ไม่ยอมพูดเสียที
“บอกแทนหน่อยนะครับ”
แทนไทอ้อนพี่สาวอย่างน่ารักแล้วคิดเหรอว่าพี่สาวที่หลงรักน้องชายอย่างแทนไทตั้งแต่แรกเห็นจะไม่รีบบอกออกไป ใครทนได้ก็ทนไป แต่เธอทนไม่ได้กับความน่ารักนี้ของน้องชายตัวเอง
“วันนี้เราจะเข้าไปในเมืองและจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”
ลิสาบอกน้องชายและพูดอีกว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปแทนไทอยากได้อะไรเธอก็สามารถซื้อให้ได้ทั้งหมด อยากกินของอร่อยแค่ไหนเธอก็จะพาได้กิน อยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่รองเท้าคู่ใหม่เธอก็จะหามาให้ได้ เมื่อแทนไทได้ฟังก็ลุกขึ้นจากที่นอนแล้วชูมือขึ้นไปบนหัวและกระโดดดึ๋งๆขึ้นลงอย่างน่ารัก
“เย้ๆๆ แทนจะได้จริงๆใช่ไหมครับ”
แทนไทเมื่อกระโดดจนพอใจแล้วก็หยุด เขาหันมาถามกับลิสาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ลิสามองหน้าน้องชายของเธอแล้วส่งยิ้มหวานไปให้
“จริงที่สุดแต่ขอแค่แทนไทต้องเป็นเด็กดีของพี่เข้าใจหรือเปล่า”
แทนไทรีบพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร
“แทนจะเป็นเด็กดีครับ”
ลิสาได้ยินเสียงน้อยๆที่ตอบด้วยกลับมาด้วยเสียงที่ดังและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอพยักหน้าอย่างพอใจ ลิสาหัวเราะเบาๆในลำคออย่างมีความสุข
“ถ้าอย่างนั้นเด็กดีของพี่ต้องรีบไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะครับ”
ลิสาบอกเสียงหวาน เธอต้องหัวเราะเสียงดังเมื่อน้องชายตัวเล็กของเธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ตอนนี้ยังเช้าอยู่ถ้าพวกเธอจะเดินทางเข้าไปในเมืองคงจะมีรถม้าอยู่แน่นอนตามความทรงจำของร่างนี้ ถ้างั้นรีบทำอะไรก่อนดีกว่า เธอค่อยไปหาอะไรทานเมื่อไปถึงในเมืองแล้ว ลิสาคิดแล้วรีบเดินไวๆออกไปตามน้องชายที่น่ารักของเธอ
ลิสาเข้าไปในห้องน้ำเห็นภาพที่แทนไทน้อยกำลังกวักน้ำด้วยมือเล็กๆไปที่ใบหน้าของตัวเองและแปรงฟันอย่างน่ารัก เธอมองภาพด้วยความสงสารกับความยากจนนี้ ยาสีฟันแทบจะไม่มีบีบออกมาได้แค่นิดเดียว ลิสาเลยเดินไปเอามีดในห้องครัวมาแล้วตัดหลอดยาสีฟันออกจากกัน เธอล้างหน้าแปรงฟันแต่ก็ยังไม่ได้อาบน้ำอยู่ดีเพราะน้ำมีไม่มากพอ สองคนพี่น้องล้างหน้าแปรงฟันเช็ดตัวเรียบร้อยเสร็จก็รีบจูงมือกันออกจากห้องน้ำ ทั้งสองเข้าไปที่ห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุดใหม่ ลิสามองดูชุดสีซีดๆของน้องชายตัวเองแล้วส่ายหัวเบาๆให้กับลิสาคนก่อน ไม่เป็นไรไว้ไปในเมืองเมื่อไหร่เธอค่อยซื้อชุดใหม่ให้น้องเธอหลายๆชุดก็แล้วกัน รวมไปถึงเธอต้องไปซื้อพวกหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่านว่าโลกที่เธออยู่ตอนนี้มีความเป็นไปเป็นมาเป็นอย่างไรกันแน่เพราะแค่ในความทรงจำของเจ้าของร่างนี้มันน้อยมากเกินไป ลิสาคนก่อนแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย เธอจะอยู่แค่ในหมู่บ้านและเดินทางไปกลับโรงเรียนใกล้ๆบ้านโดยการเดินเท้าไปเองประมาณสามกิโลเมตร ลิสาแอบคิดว่าทั้งๆที่ไปเรียนทำไมข้อมูลพื้นฐานพวกนี้ถึงไม่มีอยู่เลย พอนึกถึงตรงนี้เธอเลยคิดว่าลิสาคนก่อนก็ไม่ได้อ่อนแอจนทำอะไรไม่ได้ คงเป็นเพราะถึงวาระสุดท้ายของเธอแล้วจริงๆ คนเราเมื่อหมดกรรมก็ต้องไป ลิสาคิดเพราะเธอก็ผ่านความตายมาแล้วเช่นกัน
ลิสามองดูชุดที่ดูดีที่สุดให้กับน้องชายของเธอ และเธอมองดูชุดที่มีสีสันสดใสและใหม่กว่าของน้องชายเธอหลายเท่ามันเป็นชุดของเธอเอง ชุดที่ลิสาคนเดิมได้ซื้อให้กับตัวเอง เธอเห็นแป้งฝุ่นและลิปมันเธอก็หยิบมาแล้วเทแป้งใส่มือตัวเองและทาไปที่ตัวของน้องชายรวมไปถึงหน้าของแทนไทด้วย เธอใช้มือป้ายลิปมันแล้วถูไปที่ริมฝีปากแห้งๆของน้องชายตัวเล็กของเธอ
‘ไม่ต้องห่วงนะต่อไปพี่จะดูแลแทนไทเอง’
ลิสาคิดในใจและมองแทนไทด้วยความเอ็นดู แทนไทดีใจมากที่พี่สาวทาแป้งแต่งตัวให้อย่างใจดี
“รอพี่ก่อนนะครับ”
ลิสาบอกน้องชายแล้วรีบผลัดเสื้อผ้าด้วยความเร็วเพราะเธอกลัวว่าจะสายไปมากกว่านี้แล้วจะไม่มีรถม้า ระหว่างที่ลิสาทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอได้ลองเรียกเอาเงินออกจากช่องเก็บของมิติออกมาดู ปรากฏว่ามันใช้งานได้ง่ายมากเธอแค่นึกว่าจะเอาออกมาเท่าไหร่มันก็จะออกมาเป็นจำนวนตามที่เธอคิด ถ้าเธอเรียกเงินออกมาเยอะมันก็จะเป็นแผ่นเธอสังเกตสีของเงินในโลกนี้ที่ไม่เหมือนกับโลกเดิมของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งยังดูเหรียญว่าแต่ละเหรียญมันมีลักษณะเป็นเช่นไรเพื่อจดจำลักษณะเอาไว้ให้ได้ เธอจะได้เข้าใจความรู้พื้นฐานของโลกคู่ขนานใบนี้
ตอนนี้ลิสาเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว เธอเดินไปรอบบ้านเพื่อที่จะสำรวจว่าเธอจะเอาสิ่งของไหนไปได้บ้างแต่เมื่อเดินดูแล้วไม่มีของชิ้นไหนที่ควรจะเก็บเอาไว้ได้เลยนอกจากเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของตัวเอง ลิสาตัดสินใจทิ้งของเหล่านี้เอาไว้และเธอก็เดินออกไปหาน้องชายของเธอทันที
“แทนไทครับเราไปกันเถอะ”
ลิสาขยับหมวกเล็กๆที่เก่าแล้วให้เข้ากับหัวเล็กๆของน้องชายตัวน้อย
“ครับ”
แทนไทบอกอย่างตื่นเต้น นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ออกจากบ้านหลังนี้ และยิ่งดีใจเมื่อพี่สาวสัญญาแล้วว่าจะซื้อของที่เขาอยากได้ให้ แทนไทจะเป็นเด็กดีให้พี่สาวรักเขาแบบนี้ไปนานๆเลย เด็กชายส่งยิ้มอย่างน่ารักให้กับพี่สาว ลิสาก็ส่งยิ้มอบอุ่นกลับมาให้แทนไทน้อยเช่นเดียวกัน สองคนพี่น้องเดินออกจากกระท่อมหลังน้อยไปอย่างไม่มีความอาลัยอาวรณ์สักนิด ลิสาทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเล็กน้อยว่าเธอต้องไปตรงไหน ครู่เดียวเธอก็จูงมือเล็กๆของน้องชายให้ก้าวเดินตามเธอออกมา
รีไรท์…มินตราวดี