โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ROJNA หุ้นนิคมฯ แกร่ง ผลงานฟื้นต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ คาดปี 66 จ่ายปันผล ยีลด์พุ่ง 9%

Wealthy Thai

อัพเดต 27 ม.ค. 2567 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2566 เวลา 09.44 น.

หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google และ Microsoft ประกาศลงทุนในไทย เม็ดเงินรวม 2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังไม่รวมบริษัทอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังเร่งเจรจา เช่น Tesla, Walmart, Western Digital และ Amazon
หากบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ตบเท้าเข้ามาปักฐานลงทุนในประเทศไทยจริง หุ้นที่น่าจะได้รับผลบวกเป็นกลุ่มแรกๆ คงหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีหนึ่งในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมที่แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวดี และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 9% มาฝาก
หุ้นตัวนั่นคือ ROJNA หรือ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจกิจผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ของประเทศไทย
โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน ROJNA มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 12,021.75 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 10.23 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ย. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 16 พ.ย. 66 อยู่ที่ 5.95 บาท ปรับตัวลดลง 4.80% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 5.04%
สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผล ROJNA มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 1-2 ครั้ง ดังนั้นหากนักลงทุนถือหุ้น ROJNA ตั้งแต่ปี 2561 มาจนถึงปัจจุบัน จะได้รับเงินปันผลทั้งหมด 9 ครั้ง รวมเป็นเงินรวม 1.90 บาทต่อหุ้น
ส่วนแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในงวดผลประกอบการปี 2566 – 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะให้ผลตอบแทนในระดับสูง 9-11% โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.51บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 9% และปี 2567 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.62 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 11%
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักวิเคราะห์ให้มุมมองว่า ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าจะลดลง โดยอัตรากำไรของ IU จะลดลงเนื่องจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น ประเมินจะเพิ่มขึ้นราว 9-10% จากไตรมาส 3/66 และค่า Ft ที่ลดลง 0.2 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคาดว่าจะลดลงราว 28% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่จะถูกชดเชยด้วยรายได้จากการโอนที่ดินที่คาดว่าจะสูงขึ้น โดย ROJNA มี Backlog จำนวน 1,661 ไร่ ซึ่งจะรับรู้รายได้ปีนี้และปี 2567
ดังนั้นยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.3 บาท เพราะคาดว่ากำไรจากโรงไฟฟ้าจะสูงขึ้นในปีหน้า สนับสนุนจากอัตรา Ft ที่จะปรับเพิ่มขึ้น และรายได้จากนิคมอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งขึ้น จาก backlog จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์จะทบทวนประมาณการของเรา โดยมีแนวโน้มบวก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...