ROJNA หุ้นนิคมฯ แกร่ง ผลงานฟื้นต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ คาดปี 66 จ่ายปันผล ยีลด์พุ่ง 9%
หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google และ Microsoft ประกาศลงทุนในไทย เม็ดเงินรวม 2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังไม่รวมบริษัทอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังเร่งเจรจา เช่น Tesla, Walmart, Western Digital และ Amazon
หากบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ตบเท้าเข้ามาปักฐานลงทุนในประเทศไทยจริง หุ้นที่น่าจะได้รับผลบวกเป็นกลุ่มแรกๆ คงหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีหนึ่งในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมที่แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวดี และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 9% มาฝาก
หุ้นตัวนั่นคือ ROJNA หรือ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจกิจผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ของประเทศไทย
โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน ROJNA มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 12,021.75 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 10.23 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ย. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 16 พ.ย. 66 อยู่ที่ 5.95 บาท ปรับตัวลดลง 4.80% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 5.04%
สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผล ROJNA มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 1-2 ครั้ง ดังนั้นหากนักลงทุนถือหุ้น ROJNA ตั้งแต่ปี 2561 มาจนถึงปัจจุบัน จะได้รับเงินปันผลทั้งหมด 9 ครั้ง รวมเป็นเงินรวม 1.90 บาทต่อหุ้น
ส่วนแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในงวดผลประกอบการปี 2566 – 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะให้ผลตอบแทนในระดับสูง 9-11% โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.51บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 9% และปี 2567 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.62 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 11%
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักวิเคราะห์ให้มุมมองว่า ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าจะลดลง โดยอัตรากำไรของ IU จะลดลงเนื่องจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น ประเมินจะเพิ่มขึ้นราว 9-10% จากไตรมาส 3/66 และค่า Ft ที่ลดลง 0.2 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคาดว่าจะลดลงราว 28% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่จะถูกชดเชยด้วยรายได้จากการโอนที่ดินที่คาดว่าจะสูงขึ้น โดย ROJNA มี Backlog จำนวน 1,661 ไร่ ซึ่งจะรับรู้รายได้ปีนี้และปี 2567
ดังนั้นยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.3 บาท เพราะคาดว่ากำไรจากโรงไฟฟ้าจะสูงขึ้นในปีหน้า สนับสนุนจากอัตรา Ft ที่จะปรับเพิ่มขึ้น และรายได้จากนิคมอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งขึ้น จาก backlog จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์จะทบทวนประมาณการของเรา โดยมีแนวโน้มบวก