โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนผ่อนบ้านไม่ไหว 1.3 แสนลบ. พุ่ง 37% ยอดปฏิเสธสินเชื่อ 50% อสังหา หั่นราคาสู้ศึก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ม.ค. 2567 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2567 เวลา 01.47 น.

อสังหา อ่วมพิษค่าครองชีพ ทำคนผ่อนบ้านไม่ไหวพุ่ง 37.2% มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยขึ้น 1% จ่ายค่าบ้านแพงขึ้น 7% ทำกำลังซื้อลด แบงก์รีเจคชั่นเรต 50% ฟากดัชนีราคาบ้านเดี่ยวขยับเซ่นต้นทุนก่อสร้าง ส่วนทาวน์เฮ้าส์ชะลอตัว ราคาลดลง ดีเวลลอปเปอร์หั่นราคาโครงการเก่าสู้ศึก

วันที่ 16 มกราคม 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ฝ่าปัจจัยลบต่อเนื่อง จากภาวะหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนสูง 90% ต่อ GDP และภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งทั้งปี 2566 ขึ้นทั้งหมด 8 ครั้ง แตะระดับ 2.5% ส่งผลให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง

คนไทยผ่อนบ้านไม่ไหวพุ่ง 37.2% แตะ 1.3 แสนล้านบาท

ข้อมูลจาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) อัปเดตไตรมาส 3 ปี 2566 พบว่า สัดส่วนหนี้ NPL หรือหนี้ที่ผิดชำระหนี้เกิน 30 วัน แต่ไม่ถึง 90 วัน (SM) เพิ่มขึ้น 20% (yoy) เป็น 200,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 170,000 ล้านบาท

คิดเป็นจำนวนบัญชี 690,000 บัญชี ขยายตัว 8.6% (yoy) จากเดิมอยู่ที่ 640,000 บัญชี ปัจจัยหลักมาจากค่าครองชีพสูงขึ้น อาทิ น้ำมันแพง

อย่างไรก็ดี“สินเชื่อบ้าน” ยังขยายตัวได้ 5% ทว่ากลุ่มค้างชำระผ่อนบ้านไม่ไหว (SM) พุ่ง 37.2% เป็น 130,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 99,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสัญญากู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือซื้อบ้านในวงเงิน 1.5 - 3 ล้านบาท

แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อบ้าน 50% ผ่อนบ้านแพงขึ้นล้านละ 7 พันบาท

ก่อนหน้านี้ ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า 2 ปัจจัยหลัก ผลักดันต้นทุน อสังหา คือ ราคาที่ดินเฉลี่ยเพิ่มปีละ 6-7%

และราคาค่าก่อสร้าง ที่มีแรงกดดันจากต้นทุนต่าง ๆ อาทิ อิฐมวลเบาขึ้นราคาเป็น 39 บาท จากเดิมราคา 20 บาท ขณะที่ค่าแรงงานขณะนี้อยู่ที่ 420 บาท/วัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ คิดเป็นต้นทุน 18-20% ของค่าก่อสร้าง

ด้านผู้กู้ซื้อบ้าน เผชิญปัจจัยลบด้านดอกเบี้ย โดยดอกเบี้ย 1% ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านเพิ่ม 7%

ยกตัวอย่าง ในอดีตกรณีบ้านราคา 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเพียง 4,000 บาท ปัจจุบันราคาผ่อนเพิ่มเป็น 7,000 บาท ส่งผลโดยตรงในแง่กำลังซื้อลดลง และสถาบันการเงินมีการปฏิเสธสินเชื่อมากกว่า 50%

ดัชนีราคาบ้านใหม่เพิ่ม กลุ่มบ้านเดี่ยวเพิ่ม เซ่นต้นทุนวัสดุขึ้นราคา

ดร. วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ โซน กทม. และปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2566 มีค่า 130.3 เพิ่มขึ้น 0.1% (yoy) ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนก่อสร้างขยับสูง ทำให้ราคาบ้านเพิ่มตาม

หลัก ๆ ส่วนที่ราคาเพิ่มเป็น “กลุ่มบ้านเดี่ยว” โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 133.8 เพิ่มขึ้น 2.1% (YoY)

  • บ้านเดี่ยว กทม. ดัชนีเท่ากับ 127.7 เพิ่มขึ้น 3.3% (YoY) แต่ลดลง -0.8% (QoQ) เพื่อกระตุ้นตลาดส่งท้ายปี 2566 บ้านเดี่ยวที่ปรับลดราคาลงส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวที่มีราคาแพงอยู่ในระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาทขึ้นไป ดังนี้

  • โซนราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง

    [* โซนลาดพร้าว\-บางกะปิ\-วังทองหลาง\-บึงกุ่ม\-สะพานสูง\-คันนายาว และพระโขนง\-บางนา\-สวนหลวง\-ประเวศ ]
    • บ้านเดี่ยว 3 จังหวัดปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 136.7 เพิ่มขึ้น 1.6% (YoY) และเพิ่มขึ้น 4.1% (QoQ) โซนราคาขึ้นมากสุด คือ
  • โซนลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท

    [* โซนบางกรวย\-บางใหญ่\-บางบัวทอง\-ไทรน้อย ในระดับราคา 5.01 – 7.50 ล้านบาท , * โซนเมืองปทุมธานี\-ลาดหลุมแก้ว\-สามโคก ในระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาทขึ้นไป ]

ทาวน์เฮ้าส์ชะลอตัว ลดราคาขาย

ดร. วิชัย กล่าวต่อไปว่า ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับ 128.7 ลดลง -0.5% (YoY) และลดลง -0.5% (QoQ)

  • ทาวน์เฮ้าส์กรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 127.6 ลดลง -0.5% (YoY) และลดลง -0.9% (QoQ)

โดยพบการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาลดลงต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 2 - 4 ปี 2566 ส่วนใหญ่เป็นโครงการเก่าตั้งแต่ปี 2564 และต้นทุนการผลิตยังเป็นต้นทุนเดิม

  • ทาวน์เฮ้าส์ 3 จังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) มีค่าดัชนีเท่ากับ 129.5 ลดลง -0.3% (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 0.2% (QoQ)

ทั้งนี้ ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ได้สะท้อนว่าราคาโดยภาพรวมของทาวน์เฮ้าส์ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าหากดูค่าเฉลี่ยของดัชนีในปี 2565 และปี 2566 เทียบกันจะพบว่าราคาทาวน์เฮ้าส์ใน 3 จังหวัดปริมณฑลลดลง -1.0%

เนื่องจากต้นทุนของราคาที่ดินในจังหวัดปริมณฑลไม่สูงเท่ากับ กทม. ทำให้ผู้ประกอบสามารถลดราคาลง เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค

“เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดเร่งระบายสต๊อกทาวน์เฮ้าส์ส่งท้ายปี 2566”

โดยโซนลดราคามากสุดใน กทม. มีดังนี้

  • โซนตลิ่งชัน-บางแค-ภาษีเจริญ-หนองแขม-ทวีวัฒนา ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท
    • โซนบางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่ ในระดับราคา 5.01 – 7.50 ล้านบาท
    • โซนลาดพร้าว-บางกะปิ-วังทองหลาง-บึงกุ่ม-สะพานสูง-คันนายาว ในระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาทขึ้นไป

ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดปริมณฑลพบว่ามีการลดลงราคามากที่สุด ดังนี้

  • โซนบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท
    • โซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท
    • โซนลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ ในระดับราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาท

อ่านข่าวอื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...