โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หลักการจัดเก็บ ‘ภาษี’ ที่ทุกคนควรรู้!

Wealth Me Up

เผยแพร่ 24 ต.ค. 2566 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line| Youtube | Instagram

ทุกคนที่มีรายได้ ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ ล้วนมีหน้าที่ต้องยื่นคำนวณและเสียภาษี โดยสิ่งที่ได้รับเกือบทุกอย่างถือเป็นรายได้ที่ต้องคำนวณภาษีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น…

  • เงิน เช่น ธนบัตร/เหรียญ หรือการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
  • ทรัพย์สิน เช่น รางวัลชิงโชค ค่าตอบแทนที่ได้มาเป็นหุ้นบริษัท
  • ผลประโยชน์อื่น ที่แม้ไม่ได้รับก็หาซื้อ/เช่าได้ เช่น สิทธิบ้านพักสำหรับพนักงาน

รวมถึงสิ่งอื่น ๆ ที่ได้รับ และไม่ได้มีประกาศยกเว้นภาษี เช่น เงินภาษีที่นายจ้างหรือคนอื่นออกให้ เงินส่วนที่เกิดจากเครดิตภาษีเงินปันผล ฯลฯ

เมื่อเกือบทุกอย่างที่ได้มาล้วนเป็นรายได้ต้องเสียภาษี สิ่งที่ควรรู้ต่อมาคือหลักการในการจัดเก็บภาษี ซึ่งประเทศไทยใช้อยู่2 รูปแบบตามแหล่งที่มาของรายได้ ได้แก่

เงินได้เกิดจากแหล่งเงินในประเทศ

มักเรียกว่าหลักแหล่งเงินได้ ที่ครอบคลุมรายได้เกือบทุกอย่างที่เกิดขึ้นในไทย ได้แก่

  • เงินที่ลูกจ้างได้รับจากกิจการนายจ้างในประเทศไทย เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าล่วงเวลา ฯลฯ
  • เงินจากหน้าที่งานที่ตนทำในประเทศไทย เช่น รับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ ค่านายหน้า ฯลฯ
  • เงินจากกิจการที่ตนทำในประเทศไทย เช่น ธุรกิจนามส่วนตัว ค้าขาย ขายของออนไลน์ ฯลฯ
  • เงินจากทรัพย์สินของตนที่อยู่ในประเทศไทย เช่น ค่าเช่าคอนโด ดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรจากการขายหุ้น/กองทุน ฯลฯ

เงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศไทย

มักเรียกว่าหลักถิ่นที่อยู่ ซึ่งครอบคลุมคนที่อยู่อาศัยในไทยรวม180 วันขึ้นไปภายในปี พ.ศ. เดียวกัน และมีรายได้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศ ได้แก่

  • เงินหน้าที่งานที่ตนทำในต่างประเทศ เช่น รับจ้างที่ไม่ใช่การเป็นพนักงานประจำ ฯลฯ
  • เงินจากกิจการที่ตนทำในต่างประเทศ เช่น มีธุรกิจหรือร้านค้าที่ต่างประเทศ ฯลฯ
  • เงินจากทรัพย์สินของตนที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น ลงทุนหุ้นOffshore ผ่านบริษัทหลักทรัพย์(บัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ) ซื้อขายเหรียญดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศฯลฯ

โดยอดีตจนถึงปี2566 หากมีการนำรายได้จากต่างประเทศเข้าไทยในปีภาษีเดียวกับที่เกิดรายได้นั้น เงินส่วนนั้นเข้าข่ายต้องยื่นภาษีไทย เช่น กำไรจากการซื้อขายหุ้นที่ต่างประเทศ(Offshore) ปี65 หากนำเงินกำไรนั้นกลับเข้าไทยปี65 ก็ต้องนำกำไรมายื่นภาษีที่ไทย หลายคนจึงเลือกนำรายได้กลับเข้าไทยข้ามปีภาษี เช่น นำกลับเข้าไทยปี66 ก็จะไม่เข้าข่ายต้องยื่นภาษีที่ไทยโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตามเมื่อ15 ก.ย. 66 ที่ผ่านมาได้คำสั่งกรมสรรพากร ระบุว่าเงินที่นำเข้าไทยตั้งแต่ปี67 เป็นต้นไป ต้องนำเงินส่วนที่เป็นรายได้(ตามหลักถิ่นที่อยู่) มายื่นภาษีที่ไทย ไม่ว่ารายได้นั้นเกิดขึ้นในปีเดียวกันหรือปีอื่นก็ตาม

ทำให้นับตั้งแต่ปี67 เป็นต้นไป รายได้ที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศเมื่อนำเข้าไทย ก็ต้องยื่นและเสียภาษีที่ไทยด้วย เช่นเดียวกับรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศ ทำให้เกิดความเป็นธรรมในการเสียภาษีมากขึ้น เช่น พนักงานประจำที่ถูกส่งไปทำงานต่างประเทศโดยรับรายได้จากนายจ้างไทยเพื่อนำไปใช้จ่าย ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นที่ทำงานในไทย

ดังนั้นคนที่ไปทำงานหรือมีรายได้จากต่างประเทศ การเสียภาษีให้สรรพากรไทยจึงอาจไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก อย่างไรก็ตามสรรพากรไทยก็มีอนุสัญญาภาษีซ้อนอยู่กับ61 ประเทศ(ข้อมูล ณ29 ก.ย. 66 www.rd.go.th/765.html) ที่ส่งผลให้รายได้บางอย่างเมื่อเสียภาษีที่ต่างประเทศแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีที่ไทยอีก

ภาษีเงินได้ เรื่องใกล้ตัวของทุกคนที่มีรายได้ ไม่ว่าอาชีพใดหรือมีรายได้จากไหน เพื่อให้เงินภาษีนั้นได้มีโอกาสถูกนำไปกระจายสร้างโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่าเราที่อาจมีอยู่จำนวนมากในประเทศไทย

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...