โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 15-01-25 (A5 อย่านะ!!! อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย!!!)

Share2Trade

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.16 น. • Share2Trade

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม15-01-25(A5 อย่านะ!!! อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย!!!)

15-01-25 สวัสดีปีใหม่ 2568 “ปีงูไฟ" ค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

***เห็นรายงานการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของ A5 โดย “นายทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล” ซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯได้จำหน่ายหุ้นจำนวน 25,500,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.1646 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 …มาทรงนี้ ทำเอาเจ๊ใจหวิวๆ อย่าน๊าาาาาา..อย่าให้เป็นอย่างที่กลัวเลยนะ!!! ไม่อาววววว-ไม่พูด!!!

***A5 แจ้งว่า “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการการบริหารงาน โครงสร้างการจัดการ และอำนาจการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด”

***หันไปดูราคาหุ้นรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา A5 เคยแตะระดับสูงสุดที่ 3.54 บาท และลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 2.14 บาทเมื่อเร็วๆ นี้ส่วนเมื่อวานราคาหุ้นปิดที่ 2.52 บาท พอส่องไปที่สภาพคล่องวอลุ่มการซื้อขายก้อมีมาเรื่อยๆ ไม่หวือหวานัก..แต่เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและคึกคักขึ้นมาคือช่วงราวๆ ปลายเดือน ต.ค.ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้..เจ๊กลัวววววววว!!!

***มาถึงเรื่องของ SA บอกเลยไม่มีอะไรต้องกังวล!!! ออกแถลงการณ์ให้รู้ทั่วกันไปเลยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ รวมถึงสื่อออนไลน์ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานะหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของผู้บริหาร บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อดังกล่าวข้างต้น เป็นข้อมูล ณ เดือน พ.ย.67 ซึ่งยังไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน แต่ข้อมูลปัจจุบันสัดส่วนหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของผู้บริหารมีจำนวนประมาณ 15% เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำไม่มีนัยสำคัญ และไม่สามารถส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ได้

***SA ขอให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจบริษัทฯ ต่อการดำเนินงานภายใต้เจตนารมณ์ดังกล่าวข้างต้น และสอดคล้องกับกฎระเบียบต่างๆ เพื่อพัฒนาบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ที่หมายเลข 02-617-1555 ต่อ 1500 หรืออีเมล์ ir@siameseasset.co.th

***”ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ปีมะเส็ง ปีนี้ตรงกับวันที่ 29 ม.ค.โดยเป็นเทศกาลที่จะเกิด

1.)ความคึกคักการจับจ่ายเนื้อสัตว์, อาหารและผลไม้เพื่อไหว้บรรพบุรุษ

2.) วันหยุดยาวของผู้ที่มีเชื้อสายจีน (จีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง) ออกไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศและการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว ฯลฯ คาดจะเป็นปัจจัยหนุนการใช้บริการในไทยทั้งทางด่วน, ปั๊มน้ำมัน, ห้างสรรพสินค้า, สายการบิน, โรงแรม รวมถึงการซื้อสินค้า อาทิ เสื้อผ้า ฯลฯ

3.)เทศกาลการแจกเงินและ ทอง ในธรรมเนียมคนจีน ถือว่าเป็นการเสริมสิริมงคล สำหรับผู้ให้และผู้รับ ฯลฯ โดยรวมหากอิง ม.หอการค้าไทย ประเมินการจับจ่ายในช่วง “ตรุษจีน”ปีนี้ เม็ดเงินสะพัด 3.2%y-y อยู่ที่ 109,313ล้านบาท (ยังไม่ได้รวมกันใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาราว8 แสน - 1 ล้านคน)

***เซียนหุ้นค่าย KSS ประเมินกระแสการเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลตรุษจีน ปีนี้ที่มีความน่าสนใจ โดยได้ทำการศึกษาสถิติผลตอบแทนหุ้นไทยในช่วงตรุษจีนย้อนหลัง 6 ปีพบว่าก่อนเทศกาลตรุษจีน 2 และ 1 สัปดาห์ SET Index +0.81% และ +0.23% ตามลำดับ Sector ที่ได้ประโยชน์กับเทศกาลตรุษจีนปรับขึ้นในทางเดียวกัน และกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุดหากซื้อก่อน 2 สัปดาห์ และความเป็นไปได้ที่จะให้ผลตอบแทนบวกเกิน 50% คือ กลุ่มการเงิน +2.73% กลุ่มขนส่ง +1.59% กลุ่มเกษตร +1.4% กลุ่มสื่อสาร +1.33% กลุ่มอาหาร+1.21% กลุ่มค้าปลีก +1.03%

***กลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำเก็งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลตรุษจีน เน้น

-กลุ่มการเงิน AEONTS-KTC

-กลุ่มขนส่ง AOT

-กลุ่มเกษตร CPF-GFPT

-กลุ่มสื่อสาร ADVANC

-กลุ่มค้าปลีก CPALL

***ตกหล่นไม่ได้สำหรับเรื่องสุดท้ายของวันนี้คือเรื่อง “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ซึ่งครม.อนุมัติร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไปแล้วและเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายใน 1-2 เดือนนี้ เปิดทางเอกชนไทยร่วมทุนต่างชาติ ลงทุนแห่งละ 1-2 แสนล้าน

***เซียนหุ้นต่างมองว่าเรื่องนี้เป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวในระยะยาวจากโอกาสที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปจะเพิ่มขึ้นได้ดีในอนาคตซึ่งจะเป็น upside กับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นได้อีก 5-10% ทั้งนี้มีการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปีนี้จะอยู่ที่ 39 ล้านคนเพิ่มขึ้น +10% YoY และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 8 ล้านคน เพิ่มขึ้น +19% YoY และประเมินว่าจะมีโอกาสเปิดในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก เช่น ภูเก็ต และ พัทยา เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มีมากขึ้น

***สำหรับหุ้นที่จะได้ประโยชน์จะเป็นกลุ่ม Aviation ได้แก่ AOT-AAVและกลุ่มโรงแรมที่เน้นรายได้จากจังหวัดใหญ่ในประเทศ ได้แก่ CENTEL-ERWนอกจากนี้ยังมองเป็น sentiment บวกกับกลุ่ม BTSเนื่องจากเคยมีกระแสข่าวว่าบริษัทอาจจะเข้าไปศึกษาการลงทุน อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูรายละเอียดความชัดเจนเพิ่มเติม รวมถึงคาดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลบวกต่อกลุ่ม Aesthetic โดยเฉพาะ MASTERซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากต่างชาติที่ 30%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...