โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้นสิงคโปร์ คาดยังแกร่งในปี 2568 แม้ต้องระมัดระวัง ท่ามกลางแนวโน้มโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2568 เวลา 09.06 น.

ตลาดหุ้นสิงคโปร์ คาดยังแกร่งในปี 2568 ชี้สถานะยังมีเสถียรภาพต่อเนื่อง แม้ต้องระมัดระวัง ท่ามกลางแนวโน้มที่ไม่แน่นอนทั่วโลก

วันที่ 3 มกราคม 2568 เว็บไซต์แชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า ผู้สังเกตการณ์ตลาดมีความระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มหุ้นสิงคโปร์ในปี 2568 โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกและข้อจำกัดทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่สหรัฐ กำลังเปลี่ยนผ่านไปยังรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้ นายโดนัลด์ ทรัมป์

ในปี 2567 ดัชนีสเตรทไทม์ (STI) ของสิงคโปร์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐาน พุ่งสูงขึ้น 16.9% ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของภาคการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศ 3 แห่ง

ดัชนี STI เริ่มต้นปีด้วยความระมัดระวัง โดยเพิ่มขึ้น 0.16% ปิดที่ระดับ 3,793.57 จุดในวันซื้อขายแรก

นักวิเคราะห์เชื่อว่านักลงทุนจะยังคงชั่งน้ำหนักระหว่างเสถียรภาพในภูมิภาคกับความไม่แน่นอนของโลกในขณะที่พวกเขาเดินหน้าต่อไปในปีนี้ และแม้จะคาดว่าศรษฐกิจจะขยายตัวช้าลงในปี 2568 แต่ความสามารถในการฟื้นตัว การประเมินมูลค่าหุ้นที่เอื้ออำนวย และการปฏิรูปที่ดำเนินอยู่ของสิงคโปร์ ก็เป็นเหตุผลให้มองโลกในแง่บวก ไปพร้อม ๆ กับความระมัดระวังในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

นาเยียป จุน หรง นักกลยุทธ์การตลาดจาก IG Asia กล่าวว่า การฟื้นตัวของภาคการเงินน่าจะดำเนินต่อไป โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก็ตาม นอกจากนี้แล้ว การฟื้นตัวของกิจกรรมการบริหารความมั่งคั่งยังช่วยหนุนรายได้ของธนาคารอีกด้วย และในปี 2568 ความคาดหวังในแง่ดีจากการที่เฟดจะชะลอกระบวนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะช่วยรักษารายได้ดอกเบี้ย คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าปี 2568 อาจนำมาซึ่งความท้าทายต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์ มากกว่าผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในปี 2567 เนื่องจากสิงคโปร์เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก ประเทศจึงมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของอุปสงค์จากคู่ค้ารายใหญ่ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป

ด้านนายจอฟฟ์ ฮาววี นักกลยุทธ์การตลาดจากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่สูงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลกระทบทางอ้อมต่อตลาดหุ้นสิงคโปร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งอาจเผชิญกับอุปสรรคในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ก่อนที่จะฟื้นตัวในภายหลัง

ความสามารถของสหรัฐในการรักษาพลวัตการเติบโตเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง และหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับจำกัดเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจได้ ซึ่งในขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของจีนก็ยังคงไม่สม่ำเสมอ และจีนอาจต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ซึ่งการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งขึ้นของจีนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุปสงค์การส่งออกของสิงคโปร์

เศรษฐกิจของสิงคโปร์เติบโต 4% ในปี 2567 ตามการประมาณการล่วงหน้าของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ซึ่งเกินความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการเติบโตจะช้าลงในปี 2568 ที่ระหว่าง 2% ถึง 3%

นายฮาววี กล่าวว่า การเติบโตในปี 2568 ว่าแม้อาจไม่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็มีความหวัง โดยอ้างถึงการเติบโตที่มั่นคงซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการพลิกกลับของอุตสาหกรรมหลัก เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล วงจรรวม และปิโตรเคมี พร้อมชี้ว่าแม้จะมีอุปสรรคทั่วโลก แต่หุ้นสิงคโปร์ยังคงมีมูลค่าที่น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ

ขณะที่นายเยียป ชี้ว่า สภาพเศรษฐกิจมหภาคของสิงคโปร์น่าจะยังคงมีเสถียรภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจาก ความสามารถในการฟื้นตัวของภูมิภาค การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) กำลังดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดหุ้นในประเทศ ด้วยข้อเสนอต่าง ๆ ได้แก่ การดึงดูดบริษัทต่างๆ ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น และปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลเพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ซึ่งคาดว่าจะมีรายงานพร้อมคำแนะนำในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจช่วยกำหนดทิศทางระยะยาวของตลาดทุนของสิงคโปร์ได้

อ้างอิง : channelnewsasia.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...