โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับสัญญาณ อีลีตใหม่ 3 ขั้วจับมือ ภารกิจลับ 'ชินวัตร' จับตาทายาท จปร.9 ยุค 'บิ๊กปู' แคล้วภักดี ทัพ 1 โฟกัส 'แอ้ม-กอล์ฟ'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 02.15 น.

รายงานพิเศษ

จับสัญญาณ อีลีตใหม่

3 ขั้วจับมือ

ภารกิจลับ ‘ชินวัตร’

จับตาทายาท จปร.9

ยุค ‘บิ๊กปู’ แคล้วภักดี

ทัพ 1 โฟกัส ‘แอ้ม-กอล์ฟ’

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างขั้วชินวัตร ที่นำโดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทย กับขั้วอีลีท อนุรักษนิยม ภายใต้สมการ “ดีล” ยังคงดำเนินอยู่

โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวสะพัดถึงภารกิจสำคัญของครอบครัวชินวัตร พร้อมหน้า ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และบิดา-มารดา ในช่วงก่อนปีใหม่ ที่ทำให้บรรดาลูกพรรคเพื่อไทยต่างใจชื้น

จนทำให้มีการพิเคราะห์กัน เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นายทักษิณ เร่งสปีด โหมหนักในการหาเสียง สู้ศึกนายก อบจ. และแสดงความมั่นใจในการหาเสียง การให้สัมภาษณ์ และคำพูดต่างๆ ที่สะท้อนถึงความมั่นใจว่า จะไม่พบจุดจบเหมือนเดิม

ด้วยเพราะมี “ดีล” กับขั้วอนุรักษนิยม จนทำให้กลายเป็นขั้วอนุรักษนิยมใหม่ และกลายเป็นอีลีตใหม่ ที่ประกาศตัวจะทำเพื่อสถาบันและประเทศชาติ และมั่นใจว่าจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก เพราะกองทัพถูกจัดวางโครงสร้างใหม่ และการยังให้กองทัพภาคที่ 1 ขุมกำลังปฏิวัติของ ทบ. เป็น ฉก.ทม.รอ.904 เป็นทหารคอแดง กองทัพภาคเดียวของ ทบ.

ประกอบกับเป็นที่รู้กันว่า เป็นยุคที่มีสัญญาณไฟแดงสำหรับการปฏิวัติรัฐประหาร

สัญญาณหนึ่งที่เห็นชัดในช่วงปีใหม่ ที่ น.ส.แพทองธาร เข้าพบสวัสดีปีใหม่บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ทำเนียบวังสราญรมย์ ที่ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของการเมืองไทย ที่นายกฯ หญิง ลูกสาวอดีตนายกฯ ที่เคยถูกรัฐประหารล้มอำนาจ โดยที่ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับแผนรัฐประหาร และได้รับเชิญเป็นนายกรัฐมนตรี หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

พล.อ.สุรยุทธ์ ถือเป็นสัญลักษณ์ของขั้วอำนาจบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในฐานะลูกป๋าคนโปรด จนมีการวิเคราะห์กันว่า หากเจ้าแห่งบ้านสี่เสาฯ ยังคงอยู่ การกลับไทยของนายทักษิณ จะราบรื่นเช่นที่เป็นมา หรือไม่

ในขณะเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ถือเป็นขั้วอำนาจอนุรักษนิยม สายอีลีต ที่เสมือนร่วมอยู่ใน “ดีล” ด้วย เพราะแม้จะเชื่อกันว่า มีบิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. สมัยเป็นรองเลขาฯ สนว. เป็นคนเดินเกม แทนขั้วอำนาจ 3 ป. และอีลีต แต่ก็รู้กันดีว่า ครอบคลุมถึงขั้วอำนาจใดบ้าง

ภาพการพบปะพูดคุยกัน ตั้งแต่งานศพมารดา นายเศรษฐา ทวีสิน สมัยเป็นนายกฯ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายทักษิณ สวัสดีพบปะทักทายกัน จนมาถึงการที่ น.ส.แพทองธาร ก็พบปะเจอหน้า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่เนืองๆ ในงานพระราชพิธี และการรับเสด็จฯ

แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ก็ยังพบปะพูดคุยกันตามงานพิธีต่างๆ โดยมีรายงานว่า ทุกครั้งที่พบกัน พล.อ.ประยุทธ์ จะฝากชาติบ้านเมือง ฝากกองทัพ

แม้แต่ในงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพบก เมื่อค่ำ 20 มกราคมที่ผ่านมา ที่หอประชุม ทบ.ใหม่ ย่านพระราม 9 ก็ปรากฏภาพชื่นมื่นของนายภูมิธรรม กับ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.สุรยุทธ์

แต่ที่กำลังเป็นที่จับตาคือ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต รมว.มหาดไทย 1 ในสมาชิก 3 ป. ที่ห่างหายไปจากงานกองทัพ เพราะไม่มาร่วมงานวันกองทัพบก และก่อนหน้า พล.อ.อนุพงษ์ก็ไม่มาร่วมงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ทั้งๆ ที่เคยมาทุกปี และมักจะมาเคียงข้างเป็นเพื่อน พล.อ.ประยุทธ์เสมอ

จนเป็นที่สังเกตว่า พล.อ.อนุพงษ์หายไป ตั้งแต่คืนดีกับบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่ง 3 ป. จน พล.อ.ประวิตรยอมให้ พล.อ.อนุพงษ์ นำอวยพรปีใหม่เป็นครั้งแรก หลังจากที่มีข่าว พล.อ.ประวิตร ไม่พอใจที่ พล.อ.อนุพงษ์ ไปร่วมมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จนทำให้ดีลของ พล.อ.ประวิตร กับนายทักษิณ ล่มสลาย

ดับฝันโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร จะเป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นที่ฮือฮากันใน ทบ. หลังรองแอ้ม พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ได้นั่งรถตรวจพลสวนสนาม ในพิธีสวนสนามสาบานธง หรือพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในวันกองทัพบก 18 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การทหารม้า สระบุรี

เป็นการขึ้นนั่งรถตรวจพลฯ ในขบวนรถของบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ที่โดยปกติแล้ว จะต้องเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 กับเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1

แต่เนื่องจากแม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ติดภารกิจรับเสด็จฯ จึงมอบหมายให้ พล.ต.ณัฐเดช ปฏิบัติหน้าที่ ขึ้นนั่งรถตรวจพลฯ แทน โดยมี พล.ต.สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการ ทภ.1 นั่งด้วย

เพราะหากเทียบจากตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่มี 3 คน และเป็น ตท.28 ทั้งหมดแล้ว พล.ต.ณัฐเดช เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 3 ส่วนรองกอล์ฟ พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 1 และรองมด พล.ต.อาจิณ ปัทมจิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 2 ที่ล้วนเป็นทหารคอแดง และอยู่ใน ฉก.ทม.รอ.904 หรือ ฉก.ทหารคอแดง

หากแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่อยู่ หรือติดภารกิจ ก็มักจะมอบหมายให้รองแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 1 ปฏิบัติภารกิจแทน โดยเฉพาะงานสำคัญ เช่น พิธีสวนสนาม วันกองทัพบก

แต่ในกรณีนี้ พล.ท.อมฤต มอบตามสายงาน เนื่องจาก พล.ต.ณัฐเดช ดูแลสายงานกำลังพล จึงทำให้ พล.ต.ณัฐเดช ถูกจับตามอง

พล.ต.ณัฐเดช ถือเป็นแคนดิเดตแม่ทัพภาคที่1 คนหนึ่งของเตรียมทหาร 28 ที่แม้จะไม่ค่อยถูกโฟกัส แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะชีวิตที่พลิกผัน จากที่เติบโตมาจาก ร.11 รอ. เป็นผู้หมวดใน ร.11 พัน 2 รอ. และไปเป็น ผบ.ศร.พัน 1 ผบ.หน่วยคุมกำลังในสายการศึกษา

จนเคยไปเป็นนายทหารในสายงานดุริยางค์ เพราะความที่เป็นนักดนตรี นักร้อง ตั้งแต่สมัยเรียนเตรียมทหาร และนายร้อย จปร.

ก่อนมาเป็น รอง ผบ.มทบ.11 และรอง ผบ.พล1 รอ. ในยุคที่ ตท.28 กำลังเฟื่องฟู แล้วขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ. ขุมกำลังหลักของ ทบ. และเป็นทหารคอแดง แกนหลักสำคัญใน ฉก.ทม.รอ.904 ในขณะนั้นได้

ย่อมไม่ใช่แค่เพราะเป็น ตท.28 ที่มีพลังภายในจากแกนนำรุ่น ที่เป็นระดับคีย์แมนในทหารคอแดงนอก ทบ.

ด้วยความที่ พล.ต.ณัฐเดช เคยอยู่ ร.11 รอ. หรือเรียกได้ว่า อยู่ในสาย “ราบ 11” ที่มีบิ๊กทหารคนสำคัญเป็นผู้บังคับบัญชาเก่า ทั้งบิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. และอดีตรองราชเลขาธิการ ผู้มากบารมี และบิ๊กอ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด

แต่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง คือ พล.ต.ณัฐเดช ยังเป็นลูกชายของ พล.ต.วิจิตร จันทรางศุ อดีตทหารรักษาพระองค์ ที่เติบโตจาก ร.1 รอ. แกนนำ จปร.9 เพื่อนร่วมรุ่นของบิ๊กแคล้ว พล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์ บิดา พล.อ.พนา ผบ.ทบ.

โดยใน จปร.9 มีบิ๊กเหวียง พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต ผบ.ทบ. และอดีต รมว.กลาโหม เป็นประธานรุ่น และสนิทสนมกับ พล.อ.ปรีชา อย่างมาก และให้ พล.อ.ปรีชา อดีต ผบ.ศูนย์การทหารราบ เป็นปลัดบัญชี ทบ. คุมงบประมาณ ทบ.

และหลังเกษียณแล้ว พล.อ.ปรีชา ก็ยังไปมาหาสู่อยู่ในก๊วนของ พล.อ.เชษฐา มาโดยตลอด

ทุกวันเกิด 23 สิงหาคมของทุกปี พล.อ.ปรีชาก็จะมาร่วมอวยพรวันเกิด พล.อ.เชษฐา และพบปะเพื่อนร่วมรุ่นอยู่เสมอ แม้แต่เมื่อ พล.อ.ปรีชา ป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.เชษฐา ก็ยังมาเยี่ยม

กล่าวกันว่า การที่ พล.อ.พนา ได้เป็น ผบ.ทบ. แบบฉลุย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเป็นลูกชายของ พล.อ.ปรีชา ซึ่งเคยเป็นนายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และเป็นนายทหารที่มีความจงรักภักดีโดยสายเลือดก็ว่าได้

สายใยเพื่อน จปร.9 เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ปรีชา บิดา ผบ.ทบ. จึงกลับมาถูกจับตามอง เพราะในรุ่นนี้มีหลายคนที่ลูกชายเป็นทหาร และเป็น ตท.28

เพราะในผองเพื่อน ตท.28 ก็เป็นแคนดิเดตแม่ทัพภาคที่ 1 และรวมถึง ผบ.ทบ.ในอนาคตมีหลายคน โดยมีแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 นำคนอื่นไปก่อนแล้วก้าวหนึ่ง แม้มีอายุราชการถึงกันยายน 2571 พร้อม พล.ท.อมฤต แม่ทัพภาคที่ 1 รุ่นพี่ ตท.27 ก็ตาม แต่ พล.ท.วรยส ก็ยังไม่สิ้นหวัง

แต่แคนดิเดตที่ ตท.28 หวังผล คือ พล.ต.สราวุธ สายวงศ์เทวัญคอแดง ที่เติบโตมาจาก ร.1 รอ. แคนดิเดตที่ถูกจับตามองมากที่สุด และมีอายุราชการถึง 2573 สามารถรับไม้ต่อจาก พล.ท.อมฤต ได้ทั้งเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ทบ.

แม้จะมีข่าวสะพัดว่า พล.ท.อมฤต ที่ก็เคยควบแข่งมากับ ตท.28 แบบเข้มข้น จนได้ชัยขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เล็งส่งไม้ต่อให้ ผบ.ลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพน้อยที่ 1 รุ่นน้อง ตท.30 ที่เกษียณกันยายน 2572

พล.ต.สิทธิพร แม้จะไม่ใช่ ตท.28 แต่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคีย์แมน ตท.28 สายคอแดงนอก ทบ. แถมยังอยู่ในเครือข่าย OV ศิษย์พี่ศิษย์น้องวชิราวุธฯ เพราะเส้นทางเติบโตก็ไม่ธรรมดา เพราะแม้กำเนิดจาก พล.ร.9 แต่มาเป็น ผบ.พล.1 รอ. เป็นทหารคอแดงได้

และเป็นเครือข่ายคอแดงคนเดียวที่รอดพ้นปฏิบัติการล้างทัพบกของบิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. ส่งท้ายก่อนเกษียณ จาก ผบ.พล.1 รอ. มาเป็นรองแม่ทัพน้อยที่ 1 และคาดว่าจะเข้าไลน์ในโยกย้ายครั้งหน้า ที่จะมาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 เพราะในโยกย้ายกลางปี หรือโผเมษายนนี้ ที่เริ่มจัดทำกันแล้ว อาจมีการขยับรองแม่ทัพภาคที่ 1 โดยเฉพาะ พล.ต.อาจิณ ทหารม้า ที่ไม่อาจขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ทหารราบจองมาตลอด จึงอาจขยับออกไปเป็นพลโท เพราะตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา ทบ.ว่าง แม้จะมีรองอาร์ม พล.ต.โกญจนาท ธูปเทียนรัตน์ รองเจ้ากรมยุทธศึกษา ทบ. รุ่นน้อง ตท.29 ทหารม้าเหมือนกัน จ่ออยู่ก็ตาม

ประการหนึ่ง หาก พล.ต.สิทธิพร ขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ในโยกย้ายเมษายนนี้ ย่อมมีนัยสำคัญ

ประการที่ 2 มีกระแสข่าว และเป็นที่จับตามองว่า พล.ท.อมฤต อาจนั่งแม่ทัพภาคที่ 1 ยาว 2 ปี แล้วค่อยขึ้น 5 เสือ ทบ. ในโยกย้ายตุลาคม 2569 เพื่อไปจ่อรอเป็น ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.อ.พนา ที่จะเกษียณกันยายน 2570 เพราะหาก พล.ท.อมฤต นั่ง 2 ปี ก็จะชะลอและปิดโอกาสของแคนดิเดต ตท.28 ที่จะขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่อาจเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 รอไปก่อน แต่กว่าจะขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ก็จะไม่ทันขึ้น 5 เสือ เพื่อชิง ผบ.ทบ.

จนมองกันว่า เป็นการดึงจังหวะ ตท.28 เพื่อรอ พล.ต.สิทธิพร

แต่ในอีกด้านหนึ่ง พล.ต.สราวุธ ก็ยังคงถูกวางตัวไว้เป็นตัวเต็งแม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ทบ.ในอนาคตอันใกล้ และเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 คนที่ 1 และในฉก.ทม.รอ.904 ที่มี พล.ท.อมฤต เป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 นั้น พล.ต.สราวุธ ก็ได้รับมอบหมายให้เป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ในส่วนของกองทัพบก หรือเรียกว่า เป็น ผบ.ฉก.คอแดง/ทบ.

แต่แคนดิเดตของ ตท.28 ยังมี พล.ต.ณัฐเดช อีกคนที่เกษียณ 2572 อาจมาแบบเงียบๆ แต่ไม่อาจมองข้าม

เพราะสมการอำนาจชิงกองทัพคอแดง หัวใจกำลังรบของ ทบ. ยังคงมีปัจจัยแทรกซ้อนได้เสมอ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับสัญญาณ อีลีตใหม่ 3 ขั้วจับมือ ภารกิจลับ ‘ชินวัตร’ จับตาทายาท จปร.9 ยุค ‘บิ๊กปู’ แคล้วภักดี ทัพ 1 โฟกัส ‘แอ้ม-กอล์ฟ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...