ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)
ข้อมูลเบื้องต้น
แจ้งอัพนิยาย >>> วันอังคาร-ศุกร์ วันละ 3 ตอน เสาร์-อาทิตย์ วันละ 4 ตอน ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป….
***หยุดอัพทุกวันจันทร์***
จำนวนตอนที่อัพอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม
ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์
ฟู่เยี่ยนเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธอกลับมาจากเลิกงาน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอกลายเป็นเด็กสาวในชนบทจากปี 1970
ฉันอยากใช้ชีวิตสบาย ๆ แบบนี้ แต่ฉันไม่ได้คาดหวังพรจากดวงตาแห่งสวรรค์ มิติพิเศษ และมรดกของปรมาจารย์ด้านอภิปรัชญา
จากนั้นเป็นต้นมา เธอก็ขายโสม วาดยันตร์ สะสมของเก่า และเล่นพนันหยก ทั้งครอบครัวก็ร่ำรวยโดยไม่ได้ตั้งใจ !
แต่วันหนึ่ง ผู้คนได้ยินมาว่าอาจารย์ฟู่กำลังจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ และเธอจะไม่รับทำนายดวงชะตาอีกต่อไป
เรื่อง : ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์
>>>กดคลิกเข้าที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
มีแค้นต้องชำระ
ตอนที่ 2 มีแค้นต้องชำระ
“ที่แท้ก็เป็นเธอเองอย่างนั้นเหรอ หนิวชุ่ยฮวา ! นี่เธอคิดจะมาขโมยอะไรในบ้านของพวกเรา ! ” หวังซู่เหมยตะคอกออกมาด้วยความโกรธ พร้อมกับมือที่ดึงผมของหนิวชุ่ยฮวาไว้ไม่ยอมปล่อย
หากจะพูดถึงหนิวชุ่ยฮวานั้น ต้องบอกเลยว่าเหล่าพี่น้องตระกูลฟู่รู้จักเธอดีที่สุดแล้ว
สมาชิกของตระกูลฟู่มีพ่อของฟู่ต้าหย่งก็คือฟู่เหล่าชวน เขาได้แต่งงานกับซู่ฉี ลูกสาวของตระกูลเฉิน ซึ่งเธอก็คือแม่ของฟู่ต้าหย่งนั่นเอง โดยทั้งสองได้ให้กำเนิดลูกชายสามคน และลูกสาวอีกหนึ่งคน มีฟู่ต้าหย่งเป็นลูกชายคนโต ส่วนลูกชายคนรองก็คือฟู่ต้าจวงที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร และลูกชายคนที่สามชื่อฟู่ต้าอัน ฟู่ต้าอันทำงานที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ของเทศมณฑล เขายังไม่ได้แต่งงาน และตอนนี้ก็พักอาศัยอยู่ที่หอพักของโรงงาน นอกจากนี้ยังมีฟู่ต้าหนีอีกคน เธอเป็นลูกสาวคนเล็ก และตอนนี้เธอก็ได้แต่งงานพร้อมกับย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านเก่อเจียจวงแล้ว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ถัดไปนี้เอง
โดยปกติแล้ว เหล่าพี่น้องตระกูลฟู่มักจะติดต่อกันเป็นการส่วนตัวเท่านั้น พวกเขาไม่ได้เข้ามาที่หมู่บ้านอันผิงแต่อย่างใด และเรื่องที่พวกเขามักจะคุยกันอยู่เสมอก็คือเรื่องของหนิวชุ่ยฮวานั่นเอง
หลังจากที่ฝังศพภรรยาได้ไม่ถึงสามวัน ฟู่เหล่าชวนก็ได้พาหนิวชุ่ยฮวาและลูกชายของเธอเข้ามาอยู่ที่บ้าน เดิมทีหนิวชุ่ยฮวานั้นอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหนิวเจีย และเธอก็ได้แต่งงานกับหลี่หงซิ่นซึ่งอาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน โดยครอบครัวของเธอนั้นเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างร่ำรวย แต่แล้วเมื่อหลี่หงซิ่นขึ้นไปบนภูเขาเพื่อตัดฟืน เขาก็ได้ถูกหมาป่าตัวหนึ่งกัดเข้าที่ขา แม้ว่าจะเอาชีวิตรอดกลับมาถึงหมู่บ้านได้ แต่บาดแผลของเขาได้ติดเชื้ออย่างรุนแรงและเสียชีวิตไปในที่สุด
หนิวชุ่ยฮวาจึงกลายเป็นหม้ายนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเธอยังมีลูกชายอีกหนึ่งคน เขาชื่อว่าจู่จื่อ เป็นคนที่ไม่ค่อยเอาไหน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หวังซู่เหมยเองก็รู้สึกโมโหมากเช่นกัน ก่อนหน้านี้ฟู่เหล่าชวน พ่อสามีของเธอเป็นคนที่ใจดีและดูมีคุณธรรมมาก ๆ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้ เขาปล่อยให้โครงกระดูกแม่สามีของเธอต้องทนเหน็บหนาวในหลุมอย่างโดดเดี่ยว ส่วนตัวเขานั้นกลับอยู่ในห้องที่แสนอบอุ่นกับผู้หญิงอีกคนอย่างสบายใจ
ก่อนหน้านี้ หนิวชุ่ยฮวาได้เก็บกระเป๋าย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของฟู่เหล่าชวน ก่อนที่แม่สามีของเธอจะเสียชีวิตครบเจ็ดวันเสียด้วยซ้ำ
ซึ่งข่าวลือนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ทานมื้อเย็นเสร็จ ทุกคนก็จะพากันซุบซิบและพูดคุยถึงเรื่องนี้ ซึ่งทุกคนต่างก็สงสัยว่าทำไมหนิวชุ่ยฮวานั้นถึงได้ดูอ่อนเยาว์และดูดีขนาดนี้ ไม่ว่าพ่อหม้ายหรือหนุ่มโสดหลายคนที่อยู่ในละแวกนี้ต่างก็ตกหลุมรักเธอกันหมด แต่สุดท้ายฟู่เหล่าชวนก็ได้เธอไปเชยชม
แต่ทุกคนก็พอจะคาดเดาถึงสิ่งนี้ได้ รวมไปถึงหวังซู่เหมยเองก็พอจะเดาออกเช่นกัน โดยทุกคนต่างก็คิดว่าที่จริงแล้วเป็นเพราะฟู่เหล่าชวนนั้นทำงานอยู่ในเหมืองถ่านหิน ซึ่งเขานั้นได้รับเงินเดือนมากกว่า 20 หยวนต่อเดือนเลยทีเดียว และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ฟู่เหล่าชวนนั้นได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้จู่จื่อลูกชายของหนิวชุ่ยฮวานั้นเข้ารับตำแหน่งต่อจากเขา หลังจากเขาเกษียณในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอีกด้วย
เมื่อความแค้นในอดีตและปัจจุบันได้ระเบิดขึ้นมาพร้อมกับ หวังซู่เหมยก็ยิ่งรู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น
เธอดึงผมของหนิวชุ่ยฮวาเอาไว้ พร้อมกับสั่งให้ฟู่เยี่ยนไปเรียกให้คนมาช่วย ฟู่เยี่ยนจึงรีบวิ่งไปที่ประตูรั้วหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยจับขโมยด้วย ! ”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของฟู่เยี่ยน ทุกคนที่อยู่ตามทุ่งนาใกล้เคียงก็ได้รีบวิ่งมาพร้อมกับจอบในมือทันที
โดยคนแรกที่มาถึงก็คือหลี่หงอี้ เขาเป็นเพื่อนบ้านของฟู่ต้าหย่ง ซึ่งเขากำลังกลับบ้านมาหาครอบครัวในวันหยุดพอดี
ในตอนนี้ หนิวชุ่ยฮวาที่กำลังถูกหวังซู่เหมยดึงผมเอาไว้ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะได้หลุดออกจากพันธนาการของหวังซู่เหมย แต่ยิ่งดิ้นมากเท่าไร หวังซู่เหมยก็ยิ่งดึงแรงมากขึ้นเท่านั้น
“ซู่เหม่ย เธอกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ ฉันมาเยี่ยมเสี่ยวฮั่วต่างหากล่ะ ! ปล่อยฉันก่อนเถอะ แล้วเราค่อยมาคุยกันดีกว่า ! ” หนิวชุ่ยฮวาพยายามผละตัวออกไป แต่หวังซู่เหมยก็ไม่ยอม เธอไม่ต้องการที่จะฟังคำพูดเหล่านี้ และไม่เพียงแค่เธอจะไม่ปล่อยเท่านั้น เธอยังออกแรงดึงมากขึ้นอีกด้วย
ทันใดนั้นเอง หลี่หงอี้ก็ได้วิ่งเข้ามาพร้อมกับฟู่เยี่ยน ก่อนจะพบกับฉากตรงหน้า เมื่อเห็นว่าหัวขโมยคนนั้นเป็นผู้หญิง จึงเป็นเรื่องยากที่ตัวเขาเองจะเข้าไปยุ่งได้
“เอ่อ คือว่า……พี่สะใภ้ ผมว่าพวกเราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่าครับ ตอนนี้ผมได้ขอให้คนของผมไปตามผู้นำหมู่บ้านมาแล้วครับ”
เมื่อเห็นว่าคน ๆ นั้นคือหนิวชุ่ยฮวา ใบหน้าของหลี่หงอี้ก็ดูเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
เพราะหลี่หงซิ่น สามีที่เสียชีวิตไปของหนิวชุ่ยฮวานั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขานั่นเอง
“น้องชาย นายกลับจากพักร้อนแล้วอย่างนั้นเหรอ ต้องขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่มีเวลาไปทักทายนายเลย พอดีฉันกำลังยุ่งกับการจัดการกับหัวขโมยที่ไร้ยางอายคนนี้อยู่ ฉันกลัวว่าเธอจะหนีไปโดยไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ! ” หวังซู่เหมยกล่าวทักทายหลี่หงอี้ ขณะที่มือของเธอก็ยังคงจับผมของหนิวชุ่ยฮวาเอาไว้ ก่อนจะลากตัวไปที่ลานหน้าบ้าน
ในตอนนี้ ก็ได้มีคนกลุ่มหนึ่งมายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเธอแล้ว ดังนั้นบริเวณลานบ้านจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่มาคอยดูฉากความตื่นเต้นนี้ เพราะถึงอย่างไร เรื่องราวในครอบครัวของเหล่าฟู่นั้นก็เป็นที่ซุบซิบของชาวบ้านไปก่อนหน้านี้อยู่แล้ว คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากหากพลาดสิ่งที่น่าตื่นเต้นนี้ไป ไม่นานนัก เหล่าชาวบ้านมากมายก็ได้มารวมตัวกันเต็มลานบ้านไปหมด
ผู้นำหมู่บ้านฟู่เฉิงและฟู่ต้าหย่งมาถึงพร้อมกัน ก่อนจะพบว่ามีชาวบ้านมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ และทุกคนต่างก็มีท่าทีที่ดูตื่นเต้นมาก ๆ อีกด้วย
ฟู่เฉิงเป็นญาติของฟู่ต้าหย่ง โดยเขาเป็นรุ่นที่ 5 ของตระกูลฟู่ ดังนั้นฟู่เฉิงจึงเรียกฟู่ต้าหย่งว่าลุง เมื่อฟู่เยี่ยนเห็นว่าพ่อของเธอและผู้นำหมู่บ้านฟู่เฉิงกลับมาแล้ว เธอจึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“คุณป้า ปล่อยมือก่อนเถอะครับ แล้วเรามาคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลจะดีกว่า” ทันทีที่มาถึง ฟู่เฉิงก็ได้พูดเกลี้ยกล่อมหวังซู่เหมยให้เธอยอมปล่อยมือ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซู่เหมยก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี ในตอนนี้มีทั้งผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านมากมายอยู่ที่นี่ ดังนั้นเธอจึงไม่กลัวว่าหนิวชุ่ยฮวาจะวิ่งหนีไปอีกแล้ว
“คุณป้า มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ ? ” ในตอนนี้ หนิวชุ่ยฮวาเอาแต่ก้มหน้าและร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร ฟู่เฉิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันกลับมาถามหวังซู่เหมยแทน
“ทุกคนช่วยเป็นพยานด้วย สิ่งที่ฉันได้ทำลงไปนั้น ฉันไม่ได้ทำโดยไร้เหตุผล ! ตอนที่พวกเรากลับจากพาเสี่ยวฮั่วไปหาหมอ ฉันก็เห็นว่าหนิวชุ่ยฮวาคนไร้ยางอายคนนี้กำลังขโมยของในบ้านของฉันอยู่ ดังนั้นฉันจึงได้เข้าไปจับเธอเอาไว้ ก่อนจะลากเธอออกมาเหมือนที่ทุกคนเห็นนี่แหละ ! ”
“แล้วจะให้ฉันสุภาพกับโจรที่มาขโมยของถึงในบ้านของตัวเองได้ยังไงกันล่ะ ! ” หวังซู่เหมยพูดพร้อมกับชูเส้นผมของหนิวชุ่ยฮวาที่ขาดติดมือมาให้ทุกคนดู
“หนิวชุ่ยฮวา คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงได้เข้าไปในบ้านของคนอื่นขณะที่พวกเขาไม่อยู่บ้านแบบนี้ล่ะ ? ” ฟู่เฉิงมองไปที่หนิวชุ่ยฮวาพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็ได้มองไปที่หนิวชุ่ยฮวาซึ่งตอนนี้กำลังนั่งร้องไห้พร้อมกับทรงผมที่ดูยุ่งเหยิงอยู่ทันที
หลังจากที่ได้ยินคำถามนี้ หนิวชุ่ยฮวาจึงได้พูดออกมาอย่างสะอึกสะอื้นว่า “ฉันได้ยินมาว่าเสี่ยวฮั่วไม่สบาย ฉันจึงได้รีบมาที่นี่เพื่อมาเยี่ยมเธอ แต่เมื่อฉันเปิดประตูเข้ามา กลับพบว่าไม่มีใครอยู่เลยสักคน ซึ่งฉันเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลอะไร จึงได้นั่งรอพวกเขาอยู่ที่ห้องโถง ด้วยความที่รอนาน ฉันจึงหวังดีเห็นว่าบ้านไม่เป็นระเบียบ ฉันก็เลยคิดว่าจะเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านให้ลูกสะใภ้สักหน่อย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอก็เข้ามาดึงผมของฉันจากด้านหลัง ก่อนจะลากฉันออกมาข้างนอกแบบนี้ ! ”
ขณะที่เขาพูดนั้น เธอก็ได้ปาดน้ำตาบนแก้มด้วยท่าทีที่ดูน่าสงสาร ฟู่เยี่ยนมองไปท่าทีที่ดูแสแสร้งนี้ ! ก่อนจะตระหนักขึ้นมาได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ เสียแล้ว
“เหลวไหล ! แม่สามีอย่างนั้นเหรอ ? แล้วใครเป็นลูกสะใภ้ของคุณกัน ? แม่สามีของฉันได้จากโลกนี้ไปตั้งนานแล้ว ! และเราก็ได้แยกบ้านออกมาแล้ว ที่นี่คือบ้านของฉันหวังซู่เหมย ! สิ่งของที่แม่สามีทิ้งไว้ให้หลังจากไป ก็ถูกเธอเอารัดเอาเปรียบไปหมด พวกเราไม่ได้อะไรเลยด้วยซ้ำ แต่นี่เธอยังมารื้อค้นข้าวของในบ้านของคนอื่นอีก ! ” หวังซู่เหมยตะคอกออกมาด้วยความโกรธ ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับจ้องเขม็งไปยังศีรษะของหนิวชุ่ยฮวา และเกิดความรู้สึกอยากจะเข้าไปกระชากผมของเธออีกครั้ง
กล้าดีอย่างไรถึงได้มาเรียกเธอว่าลูกสะใภ้ และยังมีหน้ามาบอกว่าจะช่วยทำความสะอาดบ้านให้กับเธออีก ความผิดทั้งหมดนี้เกิดมาจากพ่อสามีที่ไร้ยางอายของเธอคนเดียว ! เขาได้นำปัญหานี้มาสู่บ้านของตระกูลฟู่
“ต้าหย่ง ซู่เหม่ยกำลังใส่ร้ายแม่ ทั้งที่แม่อุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเธอทำความสะอาดบ้านแท้ ๆ แต่เธอกลับทำแบบนี้กับแม่ เธอทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงกัน หากพ่อของนายกลับมา นายก็ไปอธิบายกับเขาเองก็แล้วกัน ! ”
หนิวชุ่ยฮวาหันไปมองฟู่ต้าหย่ง ก่อนจะพูดถึงฟู่เหล่าชวนขึ้นมา โดยเธอตั้งใจที่จะใช้ฟู่เหล่าชวนมาขู่พวกเขา แต่ฟู่ต้าหย่งกลับรู้สึกว่าหากจะกล่าวหาใครสักคนนั้น ก็จะต้องแสดงหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อน
ซึ่งการที่จะหลักฐานนั้นใช่เรื่องยากอะไรเลย ตอนนี้ฟู่เยี่ยนยังคงเม้มริมฝีปากแน่น เธอยังคงไม่ได้พูดถึงเรื่องที่หนิวชุ่ยฮวาเป็นคนผลักเจ้าของร่างเดิมของเธอจนศีรษะกระแทกพื้น
ก่อนหน้านี้ แม่ของเธอโกรธมาก ๆ และทั้งสองคนก็ทะเลาะกันอย่างดุเดือด ดังนั้นเธอจึงไม่มีโอกาสที่จะพูดถึงเรื่องนี้เลย เมื่อทั้งสองฝ่ายดูสงบลงแล้ว นี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดแล้วที่เธอจะพูดเรื่องนี้ออกไป
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เธอกำลังจะพูดนั้น จู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงแสงที่สว่างวาบขึ้นมาในดวงตาของเธอ ราวกับมีบางสิ่งไม่ปกติ
ทันใดนั้นเอง หลังจากที่เห็นแสงนั้น ดวงตาของเธอก็เริ่มพร่ามัวลงไปเรื่อย ๆ
ฟู่เยี่ยนที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที นี่คือผลที่เกิดจากศีรษะของเธอได้รับกระกระทบกระเทือนอย่างนั้นหรือ เธอกำลังจะตาบอดใช่ไหม ? !
บทลงโทษ
ตอนที่ 3 บทลงโทษ
ฟู่เยี่ยนพยายามกะพริบตาซ้ำ ๆ และในที่สุด ม่านหมอกเหล่านั้นที่ปกคลุมดวงตาของเธอก็ค่อย ๆ จางหายไป
เธอมองที่หนิวชุ่ยฮวาอีกครั้ง และทันใดนั้นเอง เธอก็สามารถมองทะลุผ่านเสื้อผ้าของหนิวชุ่ยฮวาได้ เธอเห็นผ้าเช็ดหน้าสีขาวราวกับหิมะผืนหนึ่งถูกซุกอยู่บริเวณหน้าอกของหนิวชุ่ยฮวา โดยบนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นได้ปักรูปดอกเหมยหลายดอกเอาไว้ พร้อมกับมีคำว่า ‘เหมย’ ถูกปักเอาไว้บนนั้นอีกด้วย !
อะไรกัน… นี่คือตาทิพย์อย่างนั้นหรือ ? !
ฟู่เยี่ยนตกใจเป็นอย่างมาก
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาที่เธอจะมาตกใจ ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้แอบเข้าไปดึงแขนเสื้อของหวังซู่เหมยเงียบ ๆ ก่อนจะมองไปที่หน้าอกของหนิวชุ่ยฮวา
ซึ่งด้วยความสัมพันธ์ระหว่าแม่ลูกของพวกเธอ หวังซู่เหมยสามารถเข้าใจได้โดยปริยาย เธอรีบพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าไปที่เสื้อของหนิวชุ่ยฮวาและดึงคอเสื้อออกทันที
ทันใดนั้นเอง ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเป็นรูปดอกเหมยก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเธอ
นี่มันสินสอดของเธอไม่ใช่หรือ ? หลังจากที่แต่งงานกับฟู่ต้าหย่งแล้ว หวังซู่เหมยไม่เคยใช้ของขวัญที่แม่สามีของเธอมอบให้เลย เธอแค่หยิบมันออกมาดูเป็นครั้งคราวให้หายคิดถึงแม่สามีเท่านั้น
“แล้วนี่คืออะไร ? ไหนลองอธิบายมาสิ สิ่งนี้มันจะเป็นของเธอไปได้ยังไง ! นี่คือของขวัญที่แม่สามีของฉันมอบให้ในวันที่ฉันแต่งงานต่างหากล่ะ ! ”
“ป้าหวัง ป้าดูนี่สิ ป้าเองก็เคยเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มาก่อนไม่ใช่เหรอ ตัวอักษร ‘เหมย’ ด้านบนนั้นคือชื่อของฉัน แต่ชื่อของเธอคือหนิวชุ่ยฮวา แล้วผ้าเช็ดหน้าของเธอจะมีคำว่า ‘เหมย’ ได้ยังไงกัน ? ” หวังซู่เหมยชูผ้าเช็ดหน้าของเธอที่ถูกขโมยไปขึ้นมา ก่อนจะเดินไปที่ลานบ้าน พร้อมกับส่งมันให้กับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งดู
“ใช่แล้ว มันเป็นฝีมือแม่สามีของเธอจริง ๆ ตอนที่ลูกชายของฉันคลอด แม่สามีของเธอก็ได้ให้ผ้ารัดหน้าท้องกับฉันเหมือนกัน และมันก็เป็นงานฝีมือที่ประณีตมาก ๆ อีกด้วย” หลังจากที่ดูผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นอย่างละเอียดแล้ว ป้าหวังก็ได้ยืนยันว่าผ้าผืนนี้เป็นของหวังซู่เหมยจริง ๆ
หนิวชุ่ยฮวาไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้เลย เธอไปเจอผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เข้าโดยบังเอิญ และเห็นว่ามันสวยดีก็เลยหยิบมันมาเท่านั้น
เนื่องจากตอนเด็ก ๆ เธอไม่ได้เรียนหนังสือ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถอ่านตัวอักษรที่เขียนคำว่า ‘เหมย’ บนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออก และไม่คิดเลยว่ามันจะกลายมาเป็นหลักฐานชั้นดีแบบนี้ ซึ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ งานฝีมือเย็บปักถักร้อยนั้นก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน
“ไอ้หยา ไม่คิดเลยนะว่าหนิวชุ่ยฮวาคนนี้ไม่เพียงแค่ขโมยสามีคนอื่นเท่านั้น แต่เธอยังชอบขโมยของอีกด้วย ไม่ได้การแล้ว ฉันขอกลับบ้านก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าที่บ้านของฉันมีอะไรหายไปบ้างหรือเปล่า ! ” ทันใดนั้นเอง ทุกคนต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
หนิวชุ่ยฮวาที่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงแสร้งทำเป็นก้มหน้าลงเพื่อเช็ดน้ำตา จนเผยให้เห็นเนินอกขาวนวลของเธอเล็กน้อย พร้อมกับดวงตาที่แดงเรื่อเนื่องจากการร้องไห้…
ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูมีเสน่ห์นี้ จึงทำให้ชาวบ้านบางคนรู้สึกสงสารเธอขึ้นมา “บางทีเธออาจจะเข้าไปทำความสะอาดจริง ๆ ก็ได้……” ก่อนที่จะพูดจบ เขาก็ถูกภรรยาของเขาทุบตีทันที
“หากมีของมีค่าอยู่ในบ้าน เราก็ควรจะเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี คนอื่นจะได้ไม่มาขโมยไป แล้วนี่คุณกำลังมองอะไรอยู่กันแน่ ทำไมต้องมองต่ำขนาดนั้นด้วย ? ” ทันทีที่พูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็บิดไปที่เอวของสามีตนเองอีกครั้ง
เมื่อเรื่องขโมยของได้ถูกเปิดโปงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แล้ว
ทันใดนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ได้เดินเข้าไป ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า “ป้าหนิวคะ เมื่อวานนี้ป้าก็ได้มาที่บ้านของหนูเหมือนกัน ป้ามาที่นี่เพื่อหาอะไรสักอย่าง และได้ผลักหนูล้มจนศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ป้าจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงเหรอคะ ! ”
“เธอมันไม่ใช่มนุษย์ ! ” หวังซู่เหมยที่ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกโกรธมากขึ้นกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาเพื่อต้องการที่จะขโมยของเท่านั้น แต่ยังทำร้ายลูกสาวของเธอจนได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ทำไมถึงได้โหดเหี้ยมเช่นนี้ !
“แม่คะ เมื่อวานนี้หนูอ่านหนังสืออยู่ในบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นที่ห้องโถง ในตอนแรกหนูคิดว่าพ่อกับแม่กลับมาแล้ว จึงเดินออกไปดู แต่หนูกลับเห็นว่าป้าหนิวกำลังค้นข้าวของในบ้านของเราอยู่ หนูก็เลยเดินเข้าไปถามว่าเธอกำลังหาอะไร แต่เมื่อป้าหนิวเห็นหนู เธอก็รีบเดินปรี่เข้ามาหาหนูอย่างไม่พูดไม่จา”
“จากนั้น ป้าหนิวก็ได้ผลักหนูให้ตกจากบันได และหลังจากนั้นหนูก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยค่ะ” ฟู่เยี่ยนเล่าความฝันของเธอให้กับหวังซู่เหมยฟัง
“เสี่ยวฮั่ว นี่เธอกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ ก่อนหน้านี่ฉันไม่ได้มาที่นี่เลยนะ ทำไมเธอถึงได้พูดแบบนั้นกัน ใครสอนให้เธอเป็นเด็กขี้โกหกแบบนี้ ! ” หนิวชุ่ยฮวารู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบพูดแก้ต่างออกไปด้วยความร้อนรน
“หนิวชุ่ยฮวา เธอยังกล้าพูดว่าไม่ใช่ความผิดของเธออีกอย่างนั้นเหรอ ! เมื่อวานตอนเย็นฉันยังเห็นเธอเดินออกไปจากที่นี่อยู่เลย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่เยี่ยนจึงได้หันไปมองยังคนที่พูดทันที ก่อนจะพบว่าเป็นป้ากุ้ยหลาน เพื่อนบ้านของเธอนั่นเอง
“กุ้ยหลาน เธออย่ามาพูดเหลวไหลนะ ! เมื่อวานนี้ฉันอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลย ซึ่งทุกคนก็เห็น นี่เธอกำลังพยายามใส่ร้ายฉันอยู่อย่างนั้นเหรอ ! ” หนิวชุ่ยฮวายังคงไม่ยอมแพ้ ก่อนจะเริ่มพูดโกหกอีกครั้ง
“หนิวชุ่ยฮวา เธอคงจะคิดว่าไม่มีใครเห็นสิ่งที่เธอทำสินะ โชคดีที่เพื่อนบ้านของฉันเห็นเธอเข้า ! ”
“ได้เลย หนิวชุ่ยฮวา ลูกสาวของฉันเกือบจะมาตายเพราะเธอ แต่เธอยังกล้ามาพูดแบบนี้อีกเหรอ ! ” หลังจากพูดจบ หวังซู่เหมยก็ลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาหนิวชุ่ยฮวาทันที
“อย่ามาโกหก หนิวชุ่ยฮวา เธอจะบอกว่าเธออยู่แต่ที่บ้านได้อย่างไรกัน มีคนเห็นเธอเดินออกไปจากที่นี่ไม่ใช่เหรอ แค่นี้พยานก็น่าจะแน่นหนาพอแล้วนะ” ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังดูฉากความตื่นเต้นนี้อยู่ก็ได้พูดขึ้นมา ทำให้ทุกคนต่างก็พูดคุยกันและได้ข้อสรุปว่าหนิวชุ่ยฮวานั้นผลักเสี่ยวฮั่วจริง ๆ
สุดท้าย ผู้นำหมู่บ้านฟู่เฉิงก็ได้เข้าไปขวางหวังซู่เหมยเอาไว้ ส่วนหนิวชุ่ยฮวาก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้ไม่มีใครเห็นใจเธอเลย
แม้แต่ฟู่เฉิงเองก็ไม่ได้หลงกลเธอเช่นกัน “หนิวชุ่ยฮวา เนื่องจากคุณได้ผลักเสี่ยวฮั่วตกจากบันได ดังนั้นคุณจะต้องจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลของเสี่ยวฮั่ว คุณลุงครับ ช่วยคำนวณค่ารักษาพยาบาลของเสี่ยวฮั่วมาด้วยนะครับ”
ในตอนนี้ ฟู่ต้าหย่งที่เงียบอยู่ข้าง ๆ ก็ถึงกับกำหมัดเอาไว้แน่น แต่หลังจากที่ได้สติกลับมาแล้ว เขาก็ค่อย ๆ คลายมือออก
ฟู่ต้าหย่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปที่ภรรยาของเขาพลางถอนหายใจออกมา “ลืมมันไปเสียเถอะ คิดเสียว่าเสี่ยวฮั่วโชคร้ายไปถูกสุนัขกัดเอาก็แล้วกัน ฉันไม่ต้องการค่ารักษาพยาบาลอะไรหรอก” ทันทีที่พูดจบ เขาก็นั่งลงที่เก้าอี้ด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิด
แม้ว่าฟู่เยี่ยนอยากจะคัดค้านเรื่องนี้มาก ๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นพ่อ เธอก็ทำอะไรไม่ได้ !
ทันใดนั้นเอง ชาวบ้านจึงเริ่มซุบซิบกันขึ้นมา “ดูเหมือนว่าฟู่เหล่าชวนจะทำให้ฟู่ต้าหย่งเสียใจไม่น้อยเลยนะ แล้วแบบนี้เขาจะยังคุยกับพ่อของเขาได้อยู่หรือเปล่า ? ”
“ถูกต้องแล้ว ฟู่เหล่าชวนไม่ได้สนใจลูกหลานของตัวเองเลย ทั้งยังพาตัวปัญหาเข้ามาอยู่ในบ้านอีก ! ” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้พูดขึ้นมาเพื่อปกป้องฟู่ต้าหย่ง
แต่ในฐานะที่ฟู่เฉิงเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เขาจึงไม่สามารถคืนคำได้ เพราะหากทำแบบนั้น หนิวชุ่ยฮวาจะทำผิดกฎได้อีกในอนาคต
ฟู่เฉิงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าฟู่ต้าหย่งไม่ยอมรับในคำตัดสินของเขา เขาเองก็พูดอะไรมากไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงพูดออกไปว่า “ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะครับ ในเมื่อผมได้ตัดสินเรื่องนี้ไปแล้ว ยังไงลุงก็ต้องได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลครับ ! ”
“หนิวชุ่ยฮวา คุณต้องนำเงิน 10 หยวนมาให้กับเสี่ยวฮั่วเพื่อเป็นเงินชดเชยค่ารักษาและค่าทำขวัญ ส่วนบทลงโทษสำหรับการลักขโมยนั้น คุณจะต้องไปทำความสะอาดคอกวัวเป็นเวลาหนึ่งเดือน เอาตามนี้ก็แล้วกัน” ฟู่เฉิงตัดสินอย่างเด็ดขาดทันที
หนิวชุ่ยฮวาไม่ได้คิดถึงเรื่องทำความสะอาดคอกวัวเลย แต่สิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นคือเงิน 10 หยวนต่างหาก เพราะนั่นคือเงินเดือนครึ่งเดือนของฟู่เหล่าชวนเลยก็ว่าได้ !
“ไอ้หยา นี่ฉันถูกกล่าวหาไม่พอ ยังต้องมาถูกผู้นำหมู่บ้านและคนอื่นรีดไถเงินอีกอย่างนั้นเหรอ ! ฟู่เหล่าชวนคุณจะรู้หรือเปล่าว่าตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน ภรรยาของคุณกำลังถูกครอบครัวลูกชายคนโตของคุณรังแกอยู่ ! ” หนิวชุ่ยฮวานั่งลงไปกับพื้นพร้อมกับเริ่มโวยวายออกมา
หลังจากที่ตัดสินเรื่องนี้เสร็จ ฟู่เฉิงก็ไม่ได้สนใจหนิวชุ่ยฮวาอีกต่อไป เขาหันหลังให้กับเธอ ก่อนจะคุยกับฟู่ต้าหย่งต่อ
เมื่อเห็นเช่นนั้น หนิวชุ่ยฮวาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นถือว่าเป็นที่สิ้นสุด เพราะท้ายที่สุดแล้วเรื่องเงินและข้อมูลพืชผลทางการเกษตรของแต่ละบ้านก็ถูกบันทึกเอาไว้ที่เขา
ทันใดนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ได้มองไปยังหนิวชุ่ยฮวาที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้น ก่อนจะเดินเข้าไปและกระซิบบางอย่างเบา ๆ จากนั้นหนิวชุ่ยฮวาก็รีบลุกขึ้นและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี เมื่อเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นได้จบลงแล้ว ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป เพราะตอนบ่ายพวกเขายังต้องไปทำงาน
ฟู่ต้าหย่งเดินไปส่งทุกคนที่หน้าประตู พร้อมกับกล่าวขอบคุณหลี่หงอี้และกุ้ยหลานที่มาช่วยครอบครัวของเขา พร้อมกับนัดเลี้ยงขอบคุณในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว เขาจึงได้ปิดประตู ถึงเวลาที่เขาจะต้องซ่อมแซมประตูไม้เก่า ๆ บานนี้ให้แข็งแรงมากขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเข้ามาได้ง่าย ๆ
ทันทีที่เขาหันกลับมาก็พบว่าภรรยาและลูกสาวของเขายังคงยืนอยู่ในสนาม เขาจึงได้เอ่ยถามออกไปว่า “มัวยืนทำอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่เข้าไปข้างในอีกล่ะ”
หลังจากที่พูดจบ เขาก็ได้เข้ามาช่วยประคองฟู่เยี่ยนเดินเข้าไปข้างในบ้าน ขณะที่เดินอยู่นั้น เขาก็ถามฟู่เยี่ยนไปว่า “ลูกพูดอะไรกับเธออย่างนั้นเหรอ ? ทำไมเธอถึงได้รีบเดินออกไปเร็วขนาดนั้นกันล่ะ ? ”
ฟู่เยี่ยนยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะตอบไปว่า “หนูบอกว่ากับเธอไปว่ามีมดอยู่ที่พื้น และมันก็ได้เข้าไปในกางเกงของเธอแล้วด้วย แค่นี้เองค่ะ”
แต่ในความเป็นจริงนั้น เธอได้บอกไปว่าหากหนิวชุ่ยฮวาไม่ยอมกลับไป วิญญาณคุณย่าของเธอจะตามมาหลอกหนิวชุ่ยฮวาต่างหากล่ะ !