ศาลสูงสหรัฐฯ ส่อแววยืนยันคำตัดสินแบน TikTok ด้านบริษัทแม่โวยสภาคองเกรสอาจทำกับธุรกิจอื่น
ศาลสูงสหรัฐฯ ส่อแววยืนยันคำตัดสินแบน TikTok ด้านบริษัทแม่โวยสภาคองเกรสอาจทำกับธุรกิจอื่น
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 ม.ค. 68 10:37 น.
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีท่าทีสนับสนุนกฎหมายที่บังคับให้มีการขายหรือแบนการใช้งาน แอปวิดีโอสั้นยอดนิยม “TikTok” ในสหรัฐฯ ภายในวันที่ 19ม.ค.นี้ เมื่อพิจารณาจากประเด็นความมั่นคงของชาติจากจีนที่นำไปสู่การปราบปรามครั้งนี้
ในระหว่างการพิจารณาคดี ที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ผู้พิพากษาทั้ง 9 ราย ได้ซักถามทนายความฝั่ง TikTok และ ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่จากจีน รวมไปถึงผู้ใช้งานแอปเกี่ยวกับความเสี่ยงที่รัฐบาลจีนอาจใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในการสอดส่องข้อมูลของชาวอเมริกันและดำเนินปฏิบัติการแทรกแซงอย่างลับ ๆ ในขณะเดียวกันก็ได้สอบถามถึงข้อกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกด้วย
จอห์น โรเบิร์ตส์ (John Roberts) ประธานศาลฎีกา ถามโนเอล ฟรานซิสโก (Noel Francisco) ทนายความของ TikTok และ ByteDance ว่า “เราควรมองข้ามประเด็นที่ว่า บริษัทแม่ในลำดับสูงสุดของธุรกิจนั้น มีการทำหน้าที่ข่าวกรองให้กับรัฐบาลจีนอย่างนั้นหรือ”
ก่อนหน้านี้ TikTok และผู้ใช้งานต่างรวมตัวยื่นฟ้องเพื่อขอใหศาลระงับกฎหมายที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบ โดยยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลชั้นต้นที่รับรองกฎหมายดังกล่าว พร้อมระบุว่า เป็นการละเมิดการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกภายใต้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 (First Amendment) แม้ว่า ผู้พิพากษาบางส่วนจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายต่อสิทธิเสรีภาพดังกล่าว แต่ให้น้ำหนักไปที่ความกังวลถึงผลกระทบในด้านความมั่นคงของชาติมากกว่า จากการที่ TikTok รวบรวมข้อมูลฐานผู้ใช้งานในประเทศ ซึ่งมีจำนวนมากถึง 170 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรในสหรัฐฯ
เบรตต์ คาวานอห์ (Brett Kavanaugh) หนึ่งในผู้พิพากษาถาม TikTok เกี่ยวกับความเสี่ยงในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากการที่จีนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้แอปตั้งแต่อายุน้อย และนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งหากมีคนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ เข้าทำงานในเอฟบีไอ ซีไอเอ หรือกระทรวงการต่างประเทศ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้
การพิจารณาคดีครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดด้านการค้าระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ได้คัดค้านคำสั่งแบนดังกล่าว โดยทรัมป์เรียกร้องให้ศาลเลื่อนกำหนดเส้นตายการสั่งแบนในวันที่ 19 ม.ค.ออกไป เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่มีโอกาสหาทางแก้ไขปัญหาในคดีนี้ทางการเมือง
ด้านทนายความของ TikTok และ ByteDance บริษัทแม่ในจีน ได้เตือนระหว่างการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการขายบังคับให้ TikTok ขายกิจการ มิฉะนั้นจะถูกห้ามใช้งานในสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า หากสภาคองเกรสสามารถทำเช่นนี้กับ TikTok ได้ ก็อาจทำแบบเดียวกันกับบริษัทอื่น ๆ ได้เช่นกัน
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ