โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฟินันเซีย” เชียร์ซื้อ BBL เป้า 188 บาท หลังโกยกำไร Q1 ทะลุหมื่นล้าน โตเกินคาด 21%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSSIA เปิดเผยบทวิเคราะห์ แนะนำ "ซื้อ" หุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL พร้อมยกให้เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ภายหลังธนาคารรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประมาณการไว้ถึง 21% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 11% โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 41.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรทั้งปี

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองและภาษี (PPOP) อยู่ที่ 22.6 พันล้านบาท สูงกว่าคาดเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 41.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังผ่านจุดสูงสุดตามฤดูกาล ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 44.7% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการที่ระดับ 50.1%

ส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงตามคาดที่ 4.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.40% ปรับตัวลดลง 0.16% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.10% ด้านการเติบโตของสินเชื่อสูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงหนุนโดยกลุ่มการผลิตและพาณิชย์เป็นหลัก แม้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกุมภาพันธ์จะกดดันผลตอบแทนสินทรัพย์ แต่ต้นทุนทางการเงินก็ปรับลดลงมากกว่าที่คาด หนุนโดยสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 62.1%

ด้านคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และสอดคล้องกับเป้าหมายปี 2569 โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.10% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อพาณิชย์ที่กลับมาผิดนัดชำระและยังต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) อยู่ที่ 1.37% ซึ่งปรับตัวสูงกว่ากรอบเป้าหมายและประมาณการจากการตั้งสำรองเพิ่มเติม ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 318% จากระดับ 324% ณ สิ้นปี 2568

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการผลการดำเนินงานในช่วงปี 2569-2571 ไว้ที่ระดับเดิม โดยคาดว่ากำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 จะเริ่มมีทิศทางอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พร้อมกันนี้ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่า BBL มีความน่าสนใจด้วยมูลค่าราคาเป้าหมายอิงค่า PBV ที่ 0.60 เท่า หรือประเมินเป็นราคาเป้าหมายที่ 188.00 บาทต่อหุ้น ผนวกกับยังให้คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับที่น่าดึงดูดใจถึง 5-6% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...