วิกฤตอาหารทะเล ดีเซลพุ่งลิตรละ 50 ร้านค้าสมุทรสาครบวกเพิ่มกล่องละ 50 บาท
วันนี้ (8 เม.ย.2569) สถานการณ์ราคาพลังงานในประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่วิกฤตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง โดยสถิติตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. - 8 เม.ย. รวมระยะเวลาเพียง 19 วัน มีการปรับขึ้นราคาทั้งสิ้น 8 ครั้ง รวมเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 20.60 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันพุ่งสูงกว่าลิตรละ 50 บาท จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 29 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในเวลาไม่ถึงเดือน
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (สขบท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ว่า ภาคธุรกิจขนส่งจำเป็นต้องปรับค่าบริการแบบขั้นบันไดเพื่อความอยู่รอด โดยรอบแรกปรับขึ้นร้อยละ 10 เมื่อวันที่ 1 เม.ย. และรอบที่ 2 อีกร้อยละ 10 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. รวมเป็นการปรับขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นการปรับตามต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากสัดส่วนค่าน้ำมันคิดเป็นร้อยละ 40-45 ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด ทั้งนี้มีสูตรคำนวณที่ชัดเจนว่า ทุก ๆ 1 บาทของราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งขยับตัวสูงขึ้นทันทีร้อยละ 3
ที่จ.สมุทรสาคร แหล่งกระจายสินค้าประมงที่สำคัญ พบว่าบริษัทรับขนส่งสินค้าอาหารทะเล เริ่มปรับขึ้นค่าขนส่งอีกกล่องละ 50 บาท โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นวันแรก ผู้บริหารบริษัทขนส่งระบุว่า ไม่สามารถแบกรับภาระได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเส้นทางระยะไกลอย่างพื้นที่ภาคใต้ที่ค่าน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก ด้านผู้ใช้บริการส่งเนื้อปูแกะไปยัง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ยอมรับว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อกำไร และการดำเนินธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการปิดปั๊มน้ำมัน ในช่วงเวลา 22.00 - 05.00 น. เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อรถขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดและอาหารทะเล ซึ่งจำเป็นต้องออกเดินทางในช่วงเวลากลางคืน เพื่อให้สินค้าถึงปลายทางในสภาพที่สดใหม่ การปิดปั๊มทำให้เกิดความยากลำบากในการวางแผนเดินทาง และเสี่ยงต่อการที่สินค้าจะได้รับความเสียหาย
ประธาน สขบท. ยังให้ความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาล สั่งปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการลดแรงกดดันในระยะสั้น และไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับราคาที่พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 20 บาท การลดราคาเพียงเท่านี้ ไม่สามารถทำให้ผู้ประกอบการปรับลดค่าขนส่งลงมาได้ เนื่องจากที่ผ่านมาค่าขนส่งปรับตัวขึ้นไม่ทันกับราคาน้ำมันที่กระโดดไปไกลมากแล้ว
ข้อเสนอแนะที่สำคัญคือ รัฐบาลควรพิจารณารื้อโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ต้นทุนแฝงจากการขนส่งจะถูกผลักภาระไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โรงงานผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น จนกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศอย่างรุนแรง
อ่านข่าวอื่น :
ระบายได้แค่ 20%! กูรูวิเคราะห์ 14 วันพักรบ เคลียร์ทางเรือติดค้างไม่จบ
บขส.ยันตรึงราคาถึง 19 เม.ย. จัดรถเพียงพอช่วงสงกรานต์
"สีหศักดิ์" แจ้งพบร่าง 3 ลูกเรือ มยุรี นารี แล้ว เร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย