UNESCO เปิดยุคใหม่!! รู้จัก “Khaled El-Enany” ผู้สืบภารกิจมรดกโลกและสันติภาพ จากอียิปต์ นั่งผอ.ใหญ่คนที่ 12 ด้วยคะแนนท่วมท้น นักวิชาการอียิปต์สู่เวทีโลก
รู้จัก…ศาสตราจารย์ Khaled El-Enany ผู้อำนวยการใหญ่องค์การ UNESCO
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2025 ที่ประชุมใหญ่ขององค์การ UNESCO ณ เมือง Samarkand เมืองมรดกโลกของประเทศ Uzbekistan ได้เลือก ศาสตราจารย์ Khaled El-Enany จากอียิปต์ให้เป็นผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การ โดยได้รับคะแนนเสียง 172 เสียง จากทั้งหมด 174 เสียง ผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่เข้ารับตำแหน่งในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2025 ต่อจาก Audrey Azoulay ซึ่งดำรงตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2017
ศาสตราจารย์ Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ชาวอียิปต์ เกิดในปี 1971 เป็นนักอียิปต์วิทยาและศาสตราจารย์ด้านอียิปต์วิทยาของมหาวิทยาลัย Helwan (อียิปต์) ซึ่งเขาได้ทำการสอนมานานกว่า 30 ปี เขาเคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้แบบเปิด และหัวหน้าแผนกมัคคุเทศก์ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านอียิปต์วิทยาจากมหาวิทยาลัย Paul-Valéry Montpellier 3 (ฝรั่งเศส) ซึ่งเขาเคยเป็นศาสตราจารย์รับเชิญหลายครั้ง
เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์แห่งชาติ (2014-2016) และพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงไคโร (2015-2016) ตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2022 เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโบราณวัตถุ และต่อมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
ศ. El-Enany เป็นสมาชิกของสมาคมวิชาการระดับนานาชาติหลายแห่ง เดือนพฤศจิกายน 2024 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยองค์การการท่องเที่ยวโลก และเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อุปถัมภ์กองทุนมรดกโลกแห่งแอฟริกา เขาได้รับรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติหลายรางวัล เขาสามรถพูดได้ 3 ภาษาคือ อาหรับ ฝรั่งเศส และอังกฤษ
ศ. El-Enany เป็นผู้อำนวยการใหญ่คนที่ 12 ขององค์การ UNESCO เขาเป็นผู้อำนวยการใหญ่คนแรกจากประเทศอาหรับ และคนที่สองจากทวีปแอฟริกาที่ดำรงตำแหน่งนี้ ต่อจาก Amadou Mahtar Mbow (1974-1987) จากเซเนกัล นายเอล-เอนานี จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 15 พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา 4 ปี
สำนักงาน UNESCO ในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของ สำนักงานยูเนสโก ส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ (UNESCO Bangkok) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานด้านการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และข้อมูลข่าวสารในระดับเอเชียและแปซิฟิก โดยสำนักงานฯ ตั้งอยูที่ อาคารหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เลขที่ 920 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทั้งหมด 8 แห่ง แบ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง และมรดกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ดังนี้:
มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage):
- นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2534): อดีตราชธานีที่มีความรุ่งเรืองและมีโบราณสถานอันทรงคุณค่า
- เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2534): แหล่งกำเนิดของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์
- แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (จ.อุดรธานี) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2535): แหล่งอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- เมืองโบราณศรีเทพ (จ.เพชรบูรณ์) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2566): เมืองโบราณสมัยวัฒนธรรมทวารวดีที่มีผังเมืองซ้อนกันสองชั้น
- ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา (จ.อุดรธานี) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2567): แหล่งมรดกโลกล่าสุด โดดเด่นด้วยการใช้หินทรายธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นศาสนสถานตามความเชื่อท้องถิ่น
มรดกทางธรรมชาติ (Natural Heritage):
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง (ครอบคลุม จ.อุทัยธานี, ตาก และกาญจนบุรี) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2534): แหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของเอเชีย
- กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (ครอบคลุม 6 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2548): แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด
- กลุ่มป่าแก่งกระจาน (ครอบคลุม จ.ราชบุรี, เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์) (ขึ้นทะเบียนปี พ.ศ. 2564): ผืนป่าที่มีความหลากหลายทางพรรณไม้และเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญ
นอกจากสถานที่แล้ว ไทยยังมีวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (IntangibleW Cultural Heritage) ของมนุษยชาติอีก 4 รายการ ได้แก่:
โขน (ปี พ.ศ. 2561)
นวดไทย (ปี พ.ศ. 2562)
โนรา (ปี พ.ศ. 2564)
สงกรานต์ในประเทศไทย (ปี พ.ศ. 2566)
โดย “เชียงใหม่” เป็นเมืองล่าสุดของประเทศไทย ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการเสนอชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยใช้ชื่อว่า "เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา" (Chiang Mai, the Capital of Lanna):
ความคืบหน้าล่าสุด: เมื่อเดือนมกราคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้มีมติเห็นชอบการจัดส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ต่อศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส เรียบร้อยแล้ว
พื้นที่ที่นำเสนอ: ครอบคลุมเขตเมืองเก่าเชียงใหม่, วัดสำคัญ (เช่น วัดพระสิงห์, วัดเจดีย์หลวง, วัดเชียงมั่น), และพื้นที่เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
ขั้นตอนต่อไป: อยู่ในระหว่างการรอผู้เชี่ยวชาญจาก ICOMOS (องค์กรที่ปรึกษาของ UNESCO) ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จริง ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินผลอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้
ซึ่ง “เชียงใหม่” ได้รับสถานะ "เมืองสร้างสรรค์" (UNESCO Creative Cities Network)
แม้จะยังไม่ได้เป็นมรดกโลกอย่างเต็มตัว แต่เชียงใหม่ได้รับสถานะสำคัญจาก UNESCO มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 คือ:
เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art): เนื่องจากความโดดเด่นของงานช่างสิบหมู่ งานไม้ งานเงิน งานเครื่องปั้นดินเผา และวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
เมืองหัตถศิลป์โลก (World Craft City): นอกจาก UNESCO แล้ว สภาหัตถศิลป์โลกยังยกย่องให้เชียงใหม่เป็นเมืองหัตถศิลป์ที่สำคัญระดับสากลอีกด้วย
เกี่ยวกับองค์การ UNESCO
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มีรัฐสมาชิก 194 ประเทศ มีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงโดยเป็นผู้นำความร่วมมือพหุภาคีด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การสื่อสาร และสารสนเทศ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ปารีส มีสำนักงานใน 54 ประเทศ และมีพนักงานกว่า 2,300 คน UNESCO ดูแลมรดกโลก เขตสงวนชีวมณฑล และอุทยานธรณีโลกกว่า 2,000 แห่ง เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ เมืองแห่งการเรียนรู้ เมืองที่ครอบคลุม และเมืองที่ยั่งยืน และโรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันฝึกอบรม และสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้องกว่า 13,000 แห่ง โดยมีเครือข่ายคณะกรรมการแห่งชาติ 200 แห่งทั่วโลก
“เนื่องจากสงครามเริ่มต้นในจิตใจของมนุษย์ ดังนั้นการสร้างปราการเพื่อสันติภาพจึงต้องเริ่มต้นในจิตใจของมนุษย์เช่นกัน” ธรรมนูญของ UNESCO ปี 1945
เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล