เป็นภัยต่อความมั่นคง รวบ 3 เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว สูติบัตรทิพย์ ให้ จีน-เมียนมา พบพิรุธกว่า 50 ราย
วันนี้ 2 พฤษภาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมาที่เกิดขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกชาวจีน-เมียนมา เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” ขยายผลต่อเนื่อง หลังคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ผนึกกำลัง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจ CIB เปิดคดีที่ 3 พบขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกชาวจีน-เมียนมา เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา
ล่าสุดจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย เอี่ยวออกสูติบัตรปลอม-แก้ไขทะเบียนเท็จ พบเด็กเกี่ยวข้องอย่างน้อย 13 ราย เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จากพื้นที่ จ.นครราชสีมา ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการ ป.ป.ป. โดยมีคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ร่วมสอบสวนขยายผลอย่างเข้มข้น
คดีนี้สืบเนื่องจากการเปิดปฏิบัติการเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ว่าจ้างคนไทยให้จดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรปลอม เพื่อให้เด็กต่างชาติได้สัญชาติไทยมาแล้ว 2 คดี ผู้ต้องหา 6 ราย ก่อนจะขยายผลพบเครือข่ายใหม่เชื่อมโยงนายหน้าวีซ่ากลุ่มจีน
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติของเด็กที่มี “พาสปอร์ตจีน แต่มีสูติบัตรไทย” เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านตามทะเบียนใน อ.ห้วยแถลง กลับพบว่าถูกรื้อถอนไปนานแล้ว อีกทั้งโรงพยาบาลที่ถูกอ้างในเอกสารก็ไม่มีบันทึกการเกิดจริง ขณะที่บุคคลที่มีชื่อเป็นบิดาตามเอกสาร ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ทะเบียนบางรายรับสารภาพว่า มีการแอบอ้างชื่อบุคคลและสถานพยาบาล ออกสูติบัตรโดยมิชอบ รวมถึงแก้ไขข้อมูลทะเบียน เช่น ชื่อพ่อแม่ และอายุ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทย เบื้องต้นยืนยันความผิดชัดเจนแล้ว 13 ราย
ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน ที่สำนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ระดมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง 5 ปี พบเบื้องต้นแล้วกว่า 50 ราย ที่เข้าข่ายทุจริต
นายกิติพงศ์ฯ นายกเทศมนตรีเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาล พบว่าในจำนวน 45 ราย มีถึง 29 รายที่มีข้อมูลการเกิดจริงแต่ถูก “สวมสิทธิ์” ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 รายไม่พบข้อมูลการเกิดเลย เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมดและเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว นอกจากนี้ยังเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อเดินหน้าดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง โดยย้ำว่าผู้กระทำผิดจะไม่สามารถหลบหนีความผิดได้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการ “จีนเทา” ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ รวมถึงเครือข่ายปลอมบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และกรณีเด็กต้องสงสัยที่ถูกสกัดไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ
นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลางย้ำว่า ปัญหานี้เกิดจากทั้งพฤติกรรมไม่สุจริตของบุคคล และช่องโหว่ของระบบทะเบียนที่ยังเชื่อมโยงข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อมูลจากบางหน่วยงานที่ถูกนำไปแอบอ้างได้ง่าย พร้อมประกาศมาตรการเข้มงวดใหม่ ตรวจสอบตัวตนบุคคลต่างชาติอย่างละเอียด ทั้งความสัมพันธ์ หลักฐานชีวภาพ และเหตุผลการยื่นคำร้อง รวมถึงต้องรายงานผู้บริหารก่อนอนุมัติทุกกรณี
ทั้งนี้ DOPA N.I.C.E. เตรียมขยายผลต่อเนื่อง หลังพบเบาะแสว่ามีการกระทำลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยย้ำว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง และต้องเร่งจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิของคนไทย