โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

OSP โชว์กำไร Q1 นิวไฮ 1.15 พันลบ. รับยอดขายพุ่ง-คุมต้นทุนเยี่ยม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตในธุรกิจหลักได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการรวมศูนย์การผลิตไว้ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในระบบโลจิสติกส์ ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนโดยรวมในปีนี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการทำกิจกรรมการตลาดและการส่งเสริมการค้าที่เหมาะสม โดยเน้นผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน

สำหรับรายละเอียดผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 OSP มีรายได้รวมอยู่ที่ 6,345 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐานที่ปรับปรุงด้วยอัตราแลกเปลี่ยนตลาดเพื่อให้สอดคล้องกับปีปัจจุบัน) โดยได้รับแรงผลักดันสำคัญจากรายได้กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโตถึง 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการรุกตลาดพรีเมียม (Premiumization) ผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ อาทิ เอ็ม-150 ฝาทอง สูตรพรีเมียม ราคา 12 บาท รวมถึงการตอบรับที่ดีของกลุ่มเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพอย่าง ลิโพวิตัน-ดี น้ำตาล 0% และกลยุทธ์การเพิ่มปริมาณจาก 100 มิลลิลิตร เป็น 150 มิลลิลิตร ในราคา 15 บาท เพื่อมอบความคุ้มค่า (Value for Money) และปริมาณที่จุใจมากขึ้นให้กับผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน OSP สามารถสร้างสถิติอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้สูงถึง 42.5% และมีกำไรปกติพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,157 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพสูง (Supply Chain Optimization) และจากการรวมศูนย์การผลิตที่ช่วยลดต้นทุนคงที่ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร (SG&A) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 19.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่เน้นผลลัพธ์ (ROI-driven) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ

ทั้งนี้ OSP ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด โดยครองอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังและกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ นำโดยแบรนด์ซี-วิท (C-vitt) และเปปทีน (Peptein) ทางด้านกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลมีอัตราการเติบโต 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบรนด์เบบี้มายด์ยังคงครองอันดับหนึ่งในกลุ่มสบู่เหลวสำหรับเด็ก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ของบริษัท พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะแบรนด์ อัลตร้ามายด์ (Ultramild) ที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากการขยายฐานสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ (Adult Segment) อาทิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงแชมพูสูตรอ่อนโยน ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนช่วยยกระดับอัตรากำไรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นางสาวมุกดา กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของรากฐานภายในองค์กร การปรับตัวที่รวดเร็ว และศักยภาพของทีมงานที่ร่วมกันผลักดันกลยุทธ์ "Supply Resilience" เพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ผันผวนหรือการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยมีการล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า 3-6 เดือน พร้อมเดินหน้าปรับเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ในเชิงรุก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ OSP มีความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปี 2569 จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และก้าวเดินเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...