โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พูดแล้วทำ ?” ในคำแถลงนโยบายอนุทิน 2

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

“กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย”

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
(แถลงนโยบายต่อรัฐสภา 9 เม.ย. 2569)

การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถือเป็นภารกิจสำคัญที่นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ โดยต้องแถลงนโยบายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศอย่างเป็นทางการ

วันที่ 9 เม.ย. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ กล่าวแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 รวมทั้งเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายและซักถามถึงนโยบายที่ได้แถลงไป

The Active ชวนสำรวจคำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 ในเอกสารความหนา 19 หน้า (ไม่รวมภาคผนวก) ว่ามีความท้าทายอะไรที่รออยู่ และคำมั่นสัญญาถึงนโยบายที่รัฐบาลจะดำเนินการหลังจากนี้

อนุทิน

3 หลักการสำคัญ ในรัฐบาลอนุทิน 1-2

ในคำแถลงนโยบายระบุว่า รัฐบาลนี้จะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้เหมือนกับตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลอนุทิน 1 เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา

ชูผลงานที่ผ่านมา

ในช่วงต้นของคำแถลงนโยบาย มีการระบุถึงการดำเนินงานของรัฐบาลตัวเองที่ผ่านมา (หรือรัฐบาลอนุทิน 1) ที่ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win โดยระบุทั้งหมด 12 นโยบาย ได้แก่

  • การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส
  • การจัดทำมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
  • การแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาและการปกป้องอธิปไตยของประเทศ
  • การปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติดอย่างเข้มข้น
  • การสร้างความปลอดภัยและการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
  • การแก้ปัญหาคอขวดเพื่อกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • การเร่งเจรจาการค้าและการบุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
  • การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร
  • การยกเลิกมูลค่าขั้นต่ำและเก็บอากรสินค้านำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศ
  • การผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ
  • การประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เร็วขึ้น
  • การจัดทำประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นที่มาของ “ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงาน” ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ใน 5 นโยบายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การยกระดับบริการกงสุลเพื่อคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ
  • การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ
  • การบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่สำคัญ โดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี สารเคมีอุตสาหกรรม วัตถุดิบปิโตรเคมี
  • การบริหารสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
  • การดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

4 ด้านเร่งทำ

เอกสารระบุหากรัฐบาลได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินอย่างสมบูรณ์แล้ว จะเร่งดำเนินการใน 4 ด้าน

  • เร่งดำเนินการตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป
  • เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยต่าง ๆ ให้กับพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • เร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน หารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้า-ส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการพลิกวิกฤตของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศและการเจรจากับประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป
  • เร่งจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันปฏิทินงบประมาณปกติ และจะดำเนินการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์

4 ภัยที่ไทยเผชิญ

เอกสารยังระบุถึง “ภัยที่ล้วนเป็นแรงกดดันและบั่นทอนศักยภาพการเติบโตให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น” ที่ประเทศไทยทุกวันนี้กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งล้วนเป็นภัยที่ “ส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น” ทั้งหมด 4 ภัยด้วยกัน ได้แก่

  • ภัยด้านเศรษฐกิจ จากวิกฤตหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยี และผลิตภาพโดยรวมที่ถดถอย
  • ภัยด้านสังคม จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำ ปัญหายาเสพติด ความไม่เข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ความเหลื่อมล้ำในสังคม ข้อจำกัดของทุนมนุษย์และระบบสวัสดิการ
  • ภัยด้านสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง
  • ภัยด้านความมั่นคง จากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ระเบียบโลกเดิมที่เคยเกื้อหนุนความมีเสถียรภาพด้านความมั่นคงและการค้าเสรี กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บริบทใหม่ที่มีความไม่แน่นอนและเต็มไปด้วยความท้าทาย อาทิ การเก็บภาษีนำเข้าและดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
    เพื่อประโยชน์ของประเทศตน ความขัดแย้งทางอาวุธ การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

นโยบาย 5 ด้าน 23 หัวข้อใหญ่

คำแถลงระบุถึงนโยบายสำคัญเพื่อ “เพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย” ใน 5 ด้าน ได้แก่

  • ด้านเศรษฐกิจ 5 นโยบายใหญ่ รวม 2,823 คำ
  • ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 7 นโยบายใหญ่ รวม 860 คำ
  • ด้านสังคม 3 นโยบายใหญ่ รวม 1,008 คำ
  • ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 4 นโยบายใหญ่ รวม 784 คำ
  • ด้านการปฏิรูปกฎหมาย การบริหารภาครัฐ 4 นโยบายใหญ่ รวม 964 คำ

ทั้งหมด 23 นโยบายใหญ่ รวม 6,439 คำ

คล้ายกับตอนแถลงนโยบายรัฐบาลเฉพาะกิจครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ที่แบ่งออกเป็น 5 ด้านเหมือนกัน (ยกเว้นด้านความมั่นคง ที่ไม่ได้ระบุคำว่า “การต่างประเทศ”) แต่มีเพียง 15 นโยบายใหญ่เท่านั้น

5 กลุ่มยุทธศาสตร์

เอกสารดังกล่าวทิ้งท้าย กำหนดให้มีกลไกการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้แนวคิดการบริหารภาครัฐด้วยระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) เพื่อให้สามารถปฏิบัตินโยบายได้จริง ทั้งหมด 5 กลุ่มในระยะเริ่มต้น ได้แก่

  • ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เร่งสร้างความมั่งคั่งและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ลงทุนเพื่ออนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ตลอดจนพัฒนากฎหมายและระเบียบเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • ด้านการผลิต การค้า และบริการ เร่งเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพการผลิตภาคเกษตร เกษตรแปรรูป พัฒนาและเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ และพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย รวมถึงผลักดัน SMEs ให้เติบโตและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าระดับประเทศ รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
  • ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อให้กับคนไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถแข่งขันภายใต้กติกาใหม่ของโลก
  • ด้านสังคมและสวัสดิการ ยกระดับทุนมนุษย์และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน และสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางการคลังและการคุ้มครองทางสังคม
  • ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ยกระดับสถานะและบทบาทไทยในเวทีโลก รักษาผลประโยชน์และเสถียรภาพในบริบทโลกหลายขั้ว และเสริมความมั่นคงภายใน-ชายแดน-กองทัพ ให้พร้อมรับภัยคุกคามสมัยใหม่

ไร้ “จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” ในถ้อยคำแถลง

แม้ในเอกสารจะมีการระบุถึงผลงานของรัฐบาลอนุทิน 1 ว่าได้มีการดำเนินการ “จัดทำประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง”

อย่างไรก็ตาม นโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 กลับไม่ได้ระบุถึงการ “จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” ซึ่งผ่านการทำประชามติในวาระ 1 ในวันเดียวกับที่มีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา

ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงโดยหลายฝ่าย เช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. และหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงวาระสำคัญของประเทศ ที่ไม่ถูกบรรจุในเอกสารแถลงนโยบายฉบับนี้

อะไรคือวาระของประเทศที่รัฐบาลชุดนี้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เช่น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ไม่เห็นการบรรจุอยู่ในการแสดงนโยบายฉบับนี้

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

เช่นเดียวกับ รศ.นันทนา นันทวโรภาส สว. ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้บรรจุเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเอกสารดังกล่าว

สิ่งที่สำคัญนโยบายรัฐบาลนี้ไม่ได้บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่ประชาชน 21 ล้านเสียงลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญไปพร้อมกับการเลือกตั้ง ดังนั้น รัฐบาลต้องมีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็ว รวมทั้งยังไม่มีการบรรจุเรื่องของนิติธรรม ไว้ในนโยบายของรัฐบาล

รศ.นันทนา นันทวโรภาส

“สันติภาพชายแดนใต้” ยังไม่ชัด – จริงจังไม่พอ

เอกสารระบุการแก้ปัญหาชายแดนใต้ในด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ข้อที่ 9 “ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย” ในข้อย่อย 9.3 ระบุเพียง

“9.3 แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินการ เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้”

ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์กับ The Active ว่า แม้จะมีการพูดถึงการสร้างสันติสุข สันติภาพยั่งยืน แต่การขยายความอาจดูน้อยไปหน่อย สะท้อนได้ว่ารัฐบาลอาจยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้เกิดการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน อาจมองในแง่บวก สะท้อนว่าการแก้ปัญหาชายแดนใต้ยังมีความต่อเนื่องอยู่บ้าง แต่ยังน้อยไปหน่อย

ในขณะที่ รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้สัมภาษณ์ว่า คำแถลงแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลอาจยังไม่ได้จริงจังกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ แม้ทราบดีว่ามีวิกฤตพลังงาน และเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องแก้ปัญหาเร่งด่วน แต่นโยบายชายแดนใต้กลับพูดอย่างกว้าง ๆ และไม่มีคีย์เวิร์ดสำคัญที่เชื่อมโยงให้เห็นการผลักดันนโยบายเป็นรูปธรรม เช่นคำว่า “กระบวนการพูดคุยสันติภาพ สันติสุข” หรือ “การเมืองนำการทหาร”

อ่านคำแถลงนโยบายฉบับเต็ม

คำแถลงนโยบาย รัฐบาลอนุทิน 2ดาวน์โหลด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ทส.หอบหลักฐานให้ บชก.สอบขบวนการฮุบป่าระนอง 3,000 ไร่

37 นาทีที่แล้ว

"มาดามแป้ง" ปัดตอบ ชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม"

58 นาทีที่แล้ว

ผู้สูงอายุขึ้นฟรี "รถไฟฟ้าบีทีเอส-สายสีทอง" 13-15 เม.ย.นี้

59 นาทีที่แล้ว

เช็กอุณหภูมิย้อนหลังเดือน "เมษายน" ปีไหนไทยร้อนสุด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...