12 เมษายน 1839 ‘พญามังราย’ ทรงสถาปนาเวียงเชียงใหม่ จุดกำเนิดราชธานีสำคัญแห่งล้านนา ย้อนวันสถาปนานครสำคัญ หมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ล้านนา
THE STATES TIMES
อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. เวลา 12.30 น. • THE STATES TIMES TEAM12 เมษายน พ.ศ. 1839 ‘พญามังราย’ ทรงสถาปนาเวียงเชียงใหม่ จุดกำเนิดราชธานีสำคัญแห่งล้านนา
วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839 เป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ภาคเหนือและของไทยโดยรวม เพราะเป็นวันที่ พญามังราย พญางำเมือง และพญาร่วง (พ่อขุนรามคำแหง) ทรงร่วมกันสถาปนาเมืองแห่งใหม่ขึ้นบริเวณพื้นที่ราบตอนเหนือระหว่างเชิงดอยสุเทพกับแม่น้ำปิง และขนานนามว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ซึ่งก็คือเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน โดยข้อมูลของกรมศิลปากรและจังหวัดเชียงใหม่ใช้วันที่นี้เป็นวันก่อตั้งเมืองอย่างชัดเจน
การสถาปนาเชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงการตั้งเมืองใหม่อีกแห่งหนึ่ง แต่คือการวางศูนย์กลางทางการเมือง การปกครอง ศาสนา และวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาอย่างเป็นระบบ เมืองนี้จึงมีฐานะเป็นราชธานีใหม่ที่ถูกออกแบบให้เป็นหัวใจของรัฐล้านนา และต่อมากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคเหนือสืบเนื่องยาวนานหลายศตวรรษ
ก่อนหน้าการสร้างเชียงใหม่ พญามังรายได้สร้าง เวียงกุมกาม ขึ้นก่อน และแหล่งข้อมูลของสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่อธิบายว่า เวียงกุมกามถูกขนานนามว่าเป็น “ราชธานีก่อนเมืองเชียงใหม่” โดยเอกสารประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่กล่าวว่าพญามังรายสร้างเมืองนี้ในปี พ.ศ. 1829 หลังยึดหริภุญชัยได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำและมีปัญหาน้ำท่วม จึงไม่น่าจะเหมาะสำหรับการพัฒนาเป็นราชธานีถาวรของอาณาจักรขนาดใหญ่
ด้วยเหตุนี้ การเลือกทำเลใหม่จึงเป็นการตัดสินพระทัยที่สำคัญมาก พื้นที่ซึ่งต่อมากลายเป็นเชียงใหม่ตั้งอยู่ระหว่าง ดอยสุเทพ กับ แม่น้ำปิง มีทั้งแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม ความสะดวกด้านคมนาคม และข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในการป้องกันเมือง กรมศิลปากรระบุชัดว่า พื้นที่นี้ถูกเลือกเพื่อให้เป็น ศูนย์กลางแห่งอาณาจักรล้านนา สะท้อนว่าการสร้างเชียงใหม่เป็นการคำนวณเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างรอบคอบ ไม่ใช่เพียงการขยายชุมชนตามธรรมชาติ
บุคคลสำคัญที่สุดของเหตุการณ์นี้คือ พญามังราย ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายและเป็นผู้สร้างอาณาจักรล้านนา พระองค์มิได้เพียงสร้างเมือง แต่ยังทรงวางรากฐานของการปกครอง การศาสนา และกฎหมาย โดยแหล่งข้อมูลของกรมศิลปากรระบุว่าพญามังรายทรงพัฒนาเชียงใหม่ ก่อสร้างวัดวาอาราม ตรากฎหมายที่เรียกว่า มังรายศาสตร์ และทำให้ล้านนามีระบบเศรษฐกิจ สังคม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ภาษา และตัวหนังสือของตนเองอย่างเด่นชัด
จุดที่ทำให้เรื่องการสถาปนาเชียงใหม่มีความพิเศษยิ่งขึ้น คือการเกี่ยวข้องกับ “สามกษัตริย์” ได้แก่ พญามังรายแห่งล้านนา พญางำเมืองแห่งพะเยา และพญาร่วงหรือพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย ข้อมูลจากศิลาจารึกวัดเชียงมั่นซึ่งกรมศิลปากรอ้างถึง ระบุว่าทั้งสามพระองค์ทรงร่วมกันสร้างเมืองเชียงใหม่และวัดเชียงมั่น ความทรงจำเช่นนี้สะท้อนว่า การก่อตั้งเชียงใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สัมพันธ์กับเครือข่ายอำนาจและพันธมิตรของรัฐสำคัญในภูมิภาคสุวรรณภูมิขณะนั้น
หลังการสร้างเมืองแล้ว ทั้งสามพระองค์ยังทรงโปรดให้สร้างเจดีย์ขึ้นที่ เวียงเชียงมั่น บริเวณหอนอนหรือที่ประทับชั่วคราวระหว่างควบคุมการสร้างเมือง ซึ่งเดิมเรียกว่า เวียงเหล็ก หรือ เวียงเล็ก จากนั้นพญามังรายทรงย้ายไปประทับยัง เวียงแก้ว และถวายตำหนักเดิมให้สร้างเป็นวัด พระราชทานนามว่า “วัดเชียงมั่น” ซึ่งมีความหมายว่า “บ้านเมืองที่มีความมั่นคง” วัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ แต่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แรกเริ่มของการสถาปนาเชียงใหม่ทั้งในมิติทางการเมืองและศาสนา
หลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันเรื่องราวนี้ คือ ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น ซึ่งกรมศิลปากรระบุว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า จารึกดังกล่าวกล่าวถึงความสัมพันธ์ของสามกษัตริย์ การร่วมกันสร้างเมืองเชียงใหม่ การขุดคู ก่อกำแพงสามชั้นทั้งสี่ด้าน และการสถาปนาวัดเชียงมั่นขึ้นจากพระราชมณเฑียรเดิม จึงทำให้เรื่องการสร้างเมืองเชียงใหม่มีฐานรองรับจากทั้งตำนานและหลักฐานจารึกในท้องถิ่นล้านนาเอง
ชื่อเต็มของเมืองที่สร้างขึ้นใหม่คือ “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ซึ่งเป็นนามที่มีนัยมงคลและยิ่งใหญ่ คำว่า “เชียงใหม่” เองก็มีความหมายตรงตัวว่า เมืองใหม่ เป็นการประกาศการเกิดขึ้นของราชธานีใหม่ภายใต้ราชวงศ์มังรายอย่างเด่นชัด ชื่อนี้จึงไม่ใช่แค่ชื่อเรียกทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นถ้อยคำที่ประกาศความชอบธรรม ความรุ่งเรือง และความหวังของรัฐล้านนาในระยะเริ่มต้นด้วย
ในมิติที่กว้างกว่าเมืองเดียว การสถาปนาเชียงใหม่ทำให้ล้านนามีศูนย์กลางที่แข็งแรงพอจะพัฒนาเป็นอาณาจักรสำคัญของภูมิภาค กรมศิลปากรอธิบายว่าล้านนาเติบโตร่วมสมัยกับสุโขทัยและล้านช้าง เกิดความผูกพันและการผสมผสานกันทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี เศรษฐกิจ และสังคม นั่นทำให้เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงของล้านนา แต่ยังเป็นศูนย์กลางอารยธรรมที่เชื่อมโลกภาคเหนือเข้ากับรัฐสำคัญอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคต้นด้วย
ทุกวันนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังคงจัดพิธีรำลึกการก่อตั้งเมืองอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นข่าวของจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2567 ที่ระบุการจัดพิธียอสวยไหว้สาพญามังราย เนื่องในโอกาสครบรอบ 728 ปีการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ สะท้อนว่าเหตุการณ์วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839 ไม่ได้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ในเอกสาร แต่ยังเป็นความทรงจำร่วมและอัตลักษณ์สำคัญของชาวเชียงใหม่มาจนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839 จึงเป็นมากกว่าวันสถาปนาเมือง เพราะคือวันที่วางรากฐานของราชธานีแห่งล้านนา เมืองซึ่งเติบโตขึ้นจากวิสัยทัศน์ของพญามังราย การเลือกชัยภูมิอย่างรอบคอบ ความร่วมมือของสามกษัตริย์ และการหลอมรวมอำนาจทางการเมืองเข้ากับศาสนาและวัฒนธรรมอย่างแนบแน่น จนทำให้ เชียงใหม่ กลายเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของไทย และยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผู้คนมากกว่า 700 ปีต่อมา
ที่มา : https://shorturl.asia/ANrnX