โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พุ่งไม่หยุด! คลัสเตอร์สถานบันเทิง "ตลาดคับคั่งบึงกาฬ" ติดแล้ว 66 คน ลามเกือบทุกอำเภอ

Khaosod

อัพเดต 08 ธ.ค. 2564 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 18.48 น.

พุ่งไม่หยุด! คลัสเตอร์สถานบันเทิง "ตลาดคับคั่งบึงกาฬ" ติดแล้ว 66 คน ลามเกือบทุกอำเภอ เร่งสอบสวนโรค พร้อมประชุมยกระดับมาตรการ

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 ที่สำนักงานสาธารณสุขบึงกาฬ นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 2,454 ราย กำลังรักษาอยู่ 175 ราย เสียชีวิตสะสม 18 ราย ในช่วงที่สัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวนผู้ป่วยรายวันมีแนวโน้มค่อนข้างสูงขึ้น เนื่องจากเกิดคลัสเตอร์ที่สำคัญ คือคลัสเตอร์ร้านอาหารตลาดคับคั่ง ในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ

โดยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ทาง รพ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับร้านอาหารชื่อว่า ตลาดคับคั่ง ซึ่งมีผู้รับบริการเป็นลูกค้าค่อนข้างมากในแต่ละวัน ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาย อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย แต่เรียนออนไลน์ ได้ตรวจ ATK เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ผลเป็นบวก

ผู้ป่วยให้ประวัติว่า เริ่มป่วยในวันที่ 1 ธ.ค. ก่อนหน้านั้นในวันที่ 28 พ.ย. เดินทางไปที่ร้านคับคั่ง โดยร่วมรับประทานอาหารสังสรรค์กับเพื่อน ซึ่งมีประวัติไปร้านคับคั่งตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. ทำให้มีผู้สัมผัสในร้านคับคั่งหลายราย ทั้งเพื่อนที่ไปร่วมกินดื่มด้วยกัน และพนักงานภายในร้าน

ส่วนอีกรายเป็นหญิงอายุ 18 ปี มีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. มีอาการไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รส เข้ารับการตรวจที่ รพ.บึงกาฬ ปรากฏว่าติดเชื้อโควิด-19 ผู้ป่วยเป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค ชั้น ปวส. วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ปี 1 นอกเวลาจะมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านคับคั่ง ไทม์ไลน์ที่สำคัญคือจะไปทำงานที่ร้านคับคั่งทุกวัน คาดว่าพนักงานร้านและลูกค้าน่าจะมีการนั่งกินดื่มด้วยกัน ทำให้ติดเชื้อและกระจายเป็นวงกว้าง

นพ.ภมร กล่าวต่อว่า จากไทม์ไลน์จะเห็นได้ว่า ทั้งพนักงานเสิร์ฟ พนักงานร้านอาหาร และผู้ป่วยรายแรก ซึ่งน่าจะมีการสัมผัสกันตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.ทำให้มีการสัมผัสกับลูกค้าคนอื่น หรือพนักงานร้านคนอื่นจำนวนมาก ภายหลังตรวจเจอเชื้อจากผู้ป่วยรายแรกตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ทีมสอบสวนควบคุมโรคจึงต้องสืบสวนสอบสวนโรคว่า มีใครสัมผัสบ้าง เบื้องต้นมีพนักงานในร้านประมาณ 50 คน ต้องรับการตรวจ ATK

จากนั้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬมีการประกาศว่า ใครที่เดินทางไปที่ร้านคับคั่ง ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. จนถึงวันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นมา หากมีอาการหรือสงสัยสามารถมาตรวจได้ที่สถานบริการใกล้บ้าน ปรากฏว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. จนถึงปัจจุบัน พบผลเป็นบวกจำนวนหลายราย วันที่ 1 ธ.ค. พบ 2 ราย, วันที่ 2 ธ.ค. พบ 3 ราย, วันที่ 3 ธ.ค. พบ 2 ราย, วันที่ 4 ธ.ค. พบ 27 ราย, วันที่ 5 ธ.ค. พบ 12 ราย, วันที่ 6 ธ.ค. พบ 12 ราย และวันที่ 7 ธ.ค. พบอีก 8 ราย รวมทั้งหมด 66 ราย

นพ.ภมร กล่าวอีกว่า จากตัวเลขที่ค่อนข้างสูงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การติดเชื้อเกิดขึ้นในร้านอาหารที่มีคนจำนวนมากไปใช้บริการและร้านมีพนักงานจำนวนมาก ทำให้เกิดการแพร่กระจายไปพื้นที่ต่างๆ เป็นวงกว้าง เท่าที่ทีมสืบสวนสอบสวนควบคุมโรคได้รายงาน ทั้ง 66 ราย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เมือง 50 ราย, อ.ศรีวิไล 4 ราย, อ.พรเจริญ 5 ราย, อ.โซ่พิสัย 4 ราย, อ.ปากคาด 1 ราย, อ.บุ่งคล้า 1 ราย และอ.เซกา อีก 1 ราย กระจายไปเกือบทุกอำเภอของ จ.บึงกาฬ เนื่องจากร้านอาหารคับคั่งเป็นที่นิยมที่คนเดินทางเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก

นพ.ภมร กล่าวต่อว่า ทางจังหวัดได้สั่งปิดร้านคับคั่งตั้งแต่วันที่ 1-11 ธ.ค. เป็นเบื้องต้น ในส่วนของพนักงานที่เสี่ยงสูงให้กักตัวที่บ้าน ส่วนผู้ป่วยก็เข้าสู่กระบวนการรักษา และทุกอำเภอที่มีผู้ป่วยยืนยัน ทางทีมสอบสวนของอำเภอจะไปสอบสวนและเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยงสูงที่ภูมิลำเนาของผู้ป่วย แล้วสั่งกักตัวผู้เสี่ยงสูงที่บ้าน ซึ่งพบหลายอำเภอ

นพ.ภมร กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากเป็นพนักงานของสถานประกอบการหลายแห่ง ซึ่งทางทีมสอบสวนของอำเภอที่เกี่ยวข้องได้ลงไปสอบสวนควบคุมโรคที่สถานบริการแห่งนั้น เช่น ผู้ป่วยที่ไปเที่ยวร้านคับคั่งทั้ง 66 รายนั้น ทำงานอยู่หลายที่ ได้แก่ ร้านซิกเนเจอร์, ร้านฉลองบาร์, ร้านเซฟโซน, ร้านโรงเหล้า, ร้านทรู, ร้านฟอร์ดบึงกาฬ, ร้านโตโยต้าบึงกาฬ, บริษัทแฟลชบึงกาฬ, บริษัทเจแอนด์ทีที่บึงกาฬ และครัวลุงน้อย

ซึ่งสถานประกอบการเหล่านั้นจะมีพนักงานที่ไปเที่ยวร้านคับคั่ง และติดเชื้อโควิด-19 ทำให้สถานประกอบการต่างๆ สั่งปิดชั่วคราวเพื่อทำความสะอาด ซักประวัติ กักตัวเพื่อนร่วมงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงไว้อย่างน้อย 7 วัน และมีการใช้พนักงานชุดใหม่มาทำงานแทน ซึ่งต้องติดตามตรวจอีกครั้งว่า จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่

นพ.ภมร กล่าวต่อว่า จ.บึงกาฬ ขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนที่ไปเที่ยวานคับคั่ง ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. จนถึงวันที่ 1 ธ.ค. หากใครมีอาการทางเดินหายใจเช่น ไข้ ไอ น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รส หรือสงสัยว่าตัวเองจะติดเชื้อ ขอให้รีบไปตรวจ ATK หรือ RT-PCR ที่โรงพยาบาล หรือ รพ.สต.ใกล้บ้านได้ทันที ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาตรวจจนเกือบหมดแล้ว

นพ.ภมร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ จะประชุมยกระดับมาตรการควบคุมร้านอาหารที่มีคนนั่งกิน และมีการแสดงดนตรี เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดเช่นกรณีของร้านคับคั่ง ซึ่งต้องรอมติจากคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะมีการจำกัดการกินดื่ม และการแสดงดนตรีให้มากขึ้น เพื่อสกัดไม่ให้มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างเช่นนี้อีก ซึ่งขณะนี้ จ.บึงกาฬ มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อต่อวันเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ กำลังลดลง จึงคิดว่าต้องยกระดับการ์ดของเราให้สูงขึ้นกว่านี้

นพ.ภมร กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนของ จ.บึงกาฬ ปัจจุบันมีประชาชนได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 208,622 คน คิดเป็น 57.13% ตามฐานประชากร โดยสัปดาห์นี้ จ.บึงกาฬ จะรณรงค์ฉีดวัคซีนเข็ม 1 ให้ประชาชนทั่วไปทั้งหมด 20,000 โดส ถึง 12 ธ.ค. เพื่อให้ทะลุเป้า 60% ของฐานประชากร

"ที่สำคัญในวันที่ 10 ธ.ค. ทาง จ.บึงกาฬ จะทำกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนทุกอำเภอพร้อมกัน 1 วัน 1 หมื่นโดส โดยจะเปิดงานที่โรงเรียนหนองเข็งวิทยา ต.โนนสว่าง อ.เมืองบึงกาฬ เวลา 09.00 น. ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนของรางวัล/ของชำร่วย ในการแจกให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาฉีดวัคซีน จากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปรับบริการได้ที่จุดบริการวัคซีนโรงเรียนหนองเข็งวิทยา ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมทุกอำเภอ" นพ.ภมร ทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...