โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เพื่อครองโลก : 3) สถานะทางทหารและยุทธภูมิรัฐศาสตร์ของอเมริกากับจีน/การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 มี.ค. 2565 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 03.06 น.

การเมืองวัฒนธรรม

เกษียร เตชะพีระ

 

เพื่อครองโลก

: 3) สถานะทางทหารและยุทธภูมิรัฐศาสตร์ของอเมริกากับจีน

 

จีนเป็นอภิมหาอำนาจมารุ่งพุ่งแรงที่กำลังแซงขึ้นชิงอำนาจความเป็นเจ้าในโลกเหนืออเมริกาโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ เชื่อว่าจีนน่าจะกลายเป็นชาติใหญ่ที่สุดทางเศรษฐกิจของโลกแทนที่อเมริกาได้ในปี ค.ศ.2030 ตามการประเมินล่าสุดต้นปีนี้โดย The Centre for Economics and Business Research ของสหราชอาณาจักร ซึ่งสอดรับกับการประเมินของบริษัทประกันสินเชื่อ Euler Hermes https://www.voanews.com/a/chinas-economy-could-overtake-us-economy-by-2030/6380892.html)

อาศัยกำลังมหาศาลทางเศรษฐกิจดังกล่าว จีนยังกำลังทุ่มทุนสร้างแสนยานุภาพโดยเฉพาะทางนาวีขึ้นมาให้กวดใกล้ไล่ทันอเมริกาด้วย (ดูแผนภูมิประกอบ)

ทว่า เอาเข้าจริง จีนมีประสบการณ์สงครามและการแทรกแซงทางทหารยุคใกล้น้อยกว่าอเมริกามาก ครั้งสุดท้ายที่จีนรบใหญ่คือสงครามกับเวียดนามเมื่อ 43 ปีก่อน (https://artsandculture.google.com/entity/m02mvwd?hl=th) ขณะที่อเมริกาทำสงครามและปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่องมาตลอดไม่หยุดจวบจนปัจจุบัน ไม่ว่าในปานามา กรีเนดา ลิเบีย อัฟกานิสถาน อิรัก คาบสมุทรบอลข่าน เยเมน โซมาเลีย ปากีสถาน

มิหนำซ้ำ แม้จีนกำลังจัดสร้างท่าเรือ 40 แห่งเรียงรายตลอดแนวชายฝั่งรอบภาคพื้นทวีปยูเรเชียไป จรดชายฝั่งทวีปแอฟริกาตามโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) แต่อเมริกาก็มีฐานทัพและ “แท่นใบบัว” (lily pads อันเป็นศัพท์เกลื่อนคำ หมายถึงที่ตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารตามข้อตกลงร่วมมือด้านความมั่นคงกับนานาประเทศรวมทั้งไทย) กระจายกว้างทั่วโลกชนิดที่ไม่มีประเทศไหนเทียมทัน (ดูแผนที่ประกอบ)

การที่จีนจะวัดรอยเท้าทางทหารกับอเมริกาจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์อัลเฟรด แม็กคอย แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ชี้ว่าเบี้ยบนทางทหารของอเมริกาเหนือจีนถูกลดทอนลงด้วยปัจจัย 2 ประการ ได้แก่ : (https://www.democracynow.org/2021/11/16/us_china_meet_in_virtual_summit)

1) 20 ปีหลังนี้ ปฏิบัติการทางทหารส่วนใหญ่ของอเมริกาพุ่งเป้ารวมศูนย์ไปที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ตามตรรกะยุทธศาสตร์ที่มุ่งประกันความมั่นคงและการให้อเมริกันได้เข้าถึงแหล่งน้ำมันหลักของโลกที่นั่นอย่างสัมบูรณ์

ทว่า น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงที่กำลังจะตกยุคและถูกข้ามพ้นไปเนื่องจากภาวะโลกร้อนเหมือนที่ไม้ฟืนและถ่านหินได้ประสบ กล่าวในแง่นี้ อเมริกาได้ทุ่มงบประมาณไปถึง 8-10 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อประกันให้ได้มาซึ่งสินค้าพลังงานที่ในระยะยาวแล้วจะลงไปกองอยู่ในถังขยะประวัติศาสตร์อย่างไม่มีอนาคต

สักวันหนึ่งข้างหน้า เมื่อมีการเขียนประวัติศาสตร์จักรวรรดิอเมริกาขึ้นมาหลังมันถึงแก่อายุขัยในปี ค.ศ.2030 นี่น่าจะถูกถือเป็นการคำนวณผิดอย่างฉกรรจ์ทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่หลวงที่สุดของประเทศนี้

2) พึงเข้าใจว่าการขยายแสนยานุภาพทางนาวีด้านหลักแล้วไม่ใช่เพื่อเข้าสู่การรบพุ่งขัดแย้งโดยตรง หน้าที่ของกำลังทัพเรือในประวัติศาสตร์ 500 ปีแห่งเกมอำนาจของนานาจักรวรรดินั้น เอาเข้าจริงไม่ใช่เพื่อทำสงครามล้วนๆ แต่ด้านหลักแล้วมันมีไว้ถักทอเครือข่ายเส้นทางลาดตระเวนในมหาสมุทรและทะเลเปิดทั้งหลายอันเป็นสาธารณะสมบัติของโลกให้อยู่ภายใต้การครอบงำควบคุมคุ้มกันทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจที่กำลังผงาดขึ้นครองความเป็นเจ้าในระดับโลกต่างหาก ทั้งนี้ รวมถึงแร่ธาตุทรัพยากรทรงคุณค่าใต้ทะเลและการประมงใต้ผิวน้ำด้วย

แน่นอน จีนก็กำลังทำอย่างเดียวกัน นั่นคือถักทอเครือข่ายเส้นทางลาดตระเวนทางน้ำและอากาศ ครอบคลุม “สายโซ่หมู่เกาะสายแรก” (the first island chain) โดยสร้างฐานทัพบนเกาะ 7 แห่งในหมู่เกาะสแปรตลีย์ของทะเลจีนใต้เข้าไปจรดทะเลจีนตะวันออกเพื่อผลักดันเขตอิทธิพลใต้การควบคุมของอเมริกาให้ถอยห่างออกไป

ผู้ชนะสงครามในอัฟกานิสถานคือจีน

แม็กคอยยังเห็นว่าจีนเป็นผู้ชนะสงครามในอัฟกานิสถานด้วยโดยไม่ต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว ขณะที่อเมริกากลับเป็นฝ่ายหนียะย่ายพ่ายจะแจออกมาหลังทุ่มทุนไปร่วม 8 ล้านล้านดอลลาร์โดยไม่ได้อะไรเลยนอกจากแผลสงคราม (https://tomdispatch.com/the-winner-in-afghanistan-china/)

ทั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์โครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่ประธานสีจิ้นผิงประกาศเมื่อ ค.ศ.2013 และดำเนินการมาตลอด นั่นคือแปรภาคพื้นทวีปยูเรเชียอันกว้างไพศาลให้กลายเป็นตลาดหนึ่งเดียวที่เชื่อมต่อกันโดยโครงสร้างพื้นฐาน

ปัญหาอยู่ตรงอัฟกานิสถาน ซึ่งเปรียบเหมือนรูโหว่ตรงกลางของขนมโดนัท อันได้แก่ เครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดมหึมาที่ตัดผ่ากลางภูมิภาคเอเชียกลาง ทำให้จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถเชื่อมต่อเอเชียกลางลงล่างไปยังปากีสถานและอินเดียซึ่งขาดแคลนพลังงานได้

ที่ผ่านมา สิ่งที่จีนทำก็คือ :

– วางท่อส่งก๊าซธรรมชาติไว้ทางเหนือของอัฟกานิสถาน

– สร้างระเบียงเศรษฐกิจปากีสถาน-จีนไว้ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน

– ทำข้อตกลงเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลกับอิหร่านเพื่อสร้างทางรถไฟและท่อส่งก๊าซทางตะวันตกของอัฟกานิสถานเมื่อปีที่แล้ว

นั่นแปลว่าในทางปฏิบัติจีนได้โอบล้อมอัฟกานิสถานไว้เรียบร้อยแล้วด้วยเส้นทางเหล็กกล้า แค่รอให้อัฟกานิสถานสุกงอมหล่นลงมาใส่มือจีนเท่านั้นเองโดยมิพักต้องลั่นกระสุนปืนแม้แต่นัดเดียว

ดังปรากฏว่าหนึ่งเดือนก่อนทาลิบันยึดอำนาจกลับคืนได้ในอัฟกานิสถาน กลุ่มทาลิบันได้ส่งคณะผู้แทนระดับสุดยอดไปจีน เข้าพบกับหวังอี้ รมว.ต่างประเทศของจีนและหารือรายละเอียดข้อตกลงที่ทางการทาลิบันจะส่งเสริมและอนุญาตให้จีนมาลงทุนในประเทศต่อไป

รางวัลเศรษฐกิจอันยิ่งใหญ่ในอัฟกานิสถานที่รอจีนอยู่ได้แก่แร่ธาตุหายาก (rare earth minerals) ซึ่งบรรดานักธรณีวิทยาประเมินว่ามีมูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แร่ธาตุดังกล่าวสำคัญไม่เพียงต่อจีน หากต่อเศรษฐกิจโลกด้วย เพราะมันจำเป็นสำหรับการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมอันจะเป็นตัวขับเคลื่อนการขนส่ง และแหล่งพลังงานสำรองต่อไปภายหน้าเมื่อโลกขยับเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปใช้เชื้อเพลิงพลังแสงอาทิตย์แทน

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...