วุ่นทั้งหมู่บ้าน! เจ้าวัดหายตัวไร้ร่องรอย ก่อนพบลาสิกขาเงียบ ชาวบ้านขอคำชี้แจงเงินวัด
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ 11 ตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ต่างพากันรวมตัวที่วัดป่าชื่อดัง ใน จ.บุรีรัมย์ ด้วยความวิตกกังวล เจ้าอาวาสวัด วัย 49 ปีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า จนต่อมาทราบว่าได้ลาสิกขาและย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด โดยมิได้ชี้แจงข้อมูลหรือบัญชีทางการเงินของวัดให้แก่ชาวบ้านทราบแต่อย่างใด
ภายหลังเกิดกระแสความไม่สบายใจ ตำรวจจาก สภ.ชุมแสง ได้เข้าตรวจสอบและสังเกตการณ์ในพื้นที่วัด เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดเหตุวุ่นวาย พบชาวบ้านจำนวนมากจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะติดต่อเจ้าอาวาสไม่ได้เลยตั้งแต่หายตัวไป
นางบุญเรียน ศิลาขจี อายุ 51 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ได้ยินข่าวลือว่าอดีตเจ้าอาวาสได้ซื้อที่ดินประมาณ 5 ไร่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และปลูกบ้านใหม่อยู่ที่นั่น โดยมีกระแสว่ามีผู้หญิงเกี่ยวข้อง จึงตัดสินใจลาสิกขา อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องนี้
ขณะที่นางจิราพร แรงกล้า อายุ 52 ปี ชาวบ้านอีกคนกล่าวว่า ชาวบ้านไม่ติดใจที่เจ้าอาวาสลาสิกขา เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่สิ่งที่ต้องการคือคำชี้แจงเกี่ยวกับเงินบริจาคของวัด เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา การรับบริจาคส่วนใหญ่ใช้ชื่อบัญชีส่วนตัวของเจ้าอาวาส เมื่อหายตัวไปโดยไม่ชี้แจง จึงทำให้ชาวบ้านรู้สึกคลางแคลงใจ
ด้านนายพัฒน์โรจน์ ระวีชัยนันท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 กล่าวว่า เจ้าอาวาส คนดังกล่าวอยู่ที่วัดป่ามานานกว่า 19 ปี เป็นพระที่ประชาชนศรัทธาในสายมูเตลู ชอบทำพิธีเสริมดวงและความเชื่อ ทั้งยังเปิดเผยว่า การทำบุญแต่ละครั้งมีมูลค่าสูงถึงหลักล้าน โดยปกติเข้าบัญชีวัด 2 บัญชี แต่เงินที่เข้าบัญชีส่วนตัวเจ้าอาวาสนั้น ตนไม่สามารถให้ข้อมูลได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการวัดได้เดินทางไปสอบถามอดีตเจ้าอาวาสที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเหตุผลในการลาสิกขาเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องผู้หญิงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และชาวบ้านยังคงรอคำอธิบายที่ชัดเจนจากอดีตเจ้าอาวาสต่อไป.