โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่านคลองลึกเงียบสนิท! สระแก้วปิดพรมแดน เขมรตกค้างไม่มีอนุโลมแล้ว

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.59 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.47 น. • เดลินิวส์
ด่านคลองลึกเงียบเหงา วันนี้ไม่มีการอนุโลมให้ข้ามแดนแล้ว แรงงานเขมรตกค้างประมาณ 200 คน หากจะข้ามแดนต้องแจ้งความประสงค์กับกงสุลกัมพูชา

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว วันนี้กลับสู่ความเงียบสงัด หลังจากการเจรจาระหว่างผู้นำไทยและกัมพูชาที่มาเลเซียเมื่อวานนี้ มีข้อสรุปให้หยุดยิงตั้งแต่เวลา 00.00 น.

แม้จังหวัดสระแก้วจะไม่มีเหตุปะทะโดยตรง แต่ตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ได้มีการอนุโลมให้คนทั้งสองสัญชาติเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ จากการประสานงานระดับกองทัพ หลังด่านถูกปิดตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยพบว่ามีชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศกว่า 10,000 คน ส่วนคนไทยก็กลับหลายพันคนเช่นกัน

สำหรับช่วงเช้าวันนี้ พบว่ายังมีชาวกัมพูชาประมาณ 200-300 คน พยายามเดินทางมาที่ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก เพื่อขอเดินทางออก แต่จะไม่มีการอนุโลมให้ข้ามแดนได้อีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าการเดินทางข้ามแดนจากนี้ จะต้องไปประสานงานกับกงสุลกัมพูชาเพื่อแจ้งความประสงค์ตามกระบวนการที่กำหนด

ชาวกัมพูชาคนหนึ่งที่เดินทางมาจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หลังทำงานรับจ้างทำน้ำกะทิมานานกว่า 2 ปี เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจกลับประเทศ เพราะญาติพี่น้องเรียกกลับ และเห็นคนกลับเยอะจึงอยากกลับไปพักสักครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน หรือจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง ก่อนจะเดินทางกลับมาทำงานในประเทศไทยอีกครั้ง

ด้านบรรยากาศที่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ซึ่งปกติคึกคักไปด้วยผู้คนและรถยนต์สัญจรไปมา กลับเงียบสนิทในวันนี้ ประตูทั้งสองฝั่งถูกล็อกด้วยกุญแจทุกช่องทาง ทั้งสำหรับรถและคนถูกปิดตาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...