โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรมชลฯ สั่งทุกพื้นที่เตรียมพร้อมเครื่องจักร วางแผนรับมือฝนระลอกใหม่

INN News

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 17.19 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • INN News

กรมชลฯ สั่งทุกพื้นที่เตรียมพร้อมเครื่องจักร กำลังคน 24 ชม. วางแผนรับมือฝนระลอกใหม่

วันนี้ (29 ก.ค.68) นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตลอดจนสำนักงานชลประทานที่ 1 -17 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

กรมชลฯ สั่งทุกพื้นที่เตรียมพร้อมเครื่องจักร วางแผนรับมือฝนระลอกใหม่

จากการรายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด (29 ก.ค.68) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 48,332 ล้าน ลบ.ม. (63% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 28,171 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 15,940 ล้าน ลบ.ม. (64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 8,931 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง จากนั้นจะมีปริมาณฝนเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้วางแผนใช้ “ทุ่งบางระกำ” เป็นพื้นที่หน่วงน้ำธรรมชาติ คาดว่าจะพร้อมใช้งานเต็มที่ภายหลังการเก็บเกี่ยวในช่วงกลางเดือนสิงหาคม

กรมชลฯ สั่งทุกพื้นที่เตรียมพร้อมเครื่องจักร วางแผนรับมือฝนระลอกใหม่

โดยขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วไม่ทำการเพาะปลูกซ้ำเนื่องจากอาจส่งผลให้ผลผลิตเสียหาย พร้อมกำชับไปยังโครงการชลประทานทุกแห่งให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด นำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อท้ายเขื่อน

เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ที่สำคัญให้ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 68 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชม. ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...