ความหวังใหม่! นักวิจัยพบสารสำคัญช่วยแก้ผมบางตามพันธุกรรมแบบไม่ต้องใช้ยา
ปัจจุบัน ภาวะผมบางหรือศีรษะจากพันธุกรรม ซึ่งมักถูกเรียกว่าภาวะ “ศีรษะล้านแบบผู้ชาย” (Male Pattern Baldness) แม้จะไม่ได้จำกัดว่าจะเกิดเฉพาะเพศชายเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์
โดยปกติแล้วคนเราจะสูญเสียเส้นผมประมาณ 100 เส้นต่อวัน แต่ผู้ที่มีภาวะผมบางดังกล่าวนี้จะสูญเสียมากกว่านั้น อาการนี้มักจะเกิดขึ้นได้ผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 20 - 30 ปี ส่วนในผู้หญิงจะพบได้บ่อยหลังจากวัยหมดประจำเดือน และความเชื่อที่ว่า “ยีนผมร่วง” มาจากฝั่งแม่นั้นไม่เป็นความจริง เพราะภาวะนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมจากทั้งพ่อและแม่
ล่าสุด ผลจากการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Pharmacology อาจเป็นความหวังใหม่ในการรักษา เมื่อรายงานดังกล่าวเผยว่า สารอาหารประเภท “น้ำตาล” อาจใช้เป็นยาแก้ผมร่วงจากพันธุกรรมได้ โดยเฉพาะน้ำตาลที่เรียกว่า ดีออกซีไรโบส (Deoxyribose sugar)
ร่างกายของเราผลิตน้ำตาลดีออกซีไรโบสนี้ได้ตามธรรมชาติ และมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและการจำลองดีเอ็นเอ รวมถึงการคัดลอกรหัสพันธุกรรม โดยหลักการแล้ว น้ำตาลดีออกซีไรโบสถือว่าเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
ดร. ชีลา แมคนีล หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า "ภาวะผมบางแบบผู้ชายเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก ส่งผลกระทบต่อผู้ชายทั่วโลก แต่ในปัจจุบันมียารักษาที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐเพียงสองชนิดเท่านั้น การวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่า คำตอบในการรักษาผมร่วงอาจทำได้ง่ายเพียงแค่ใช้น้ำตาลดีออกซีไรโบสที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังรูขุมขน กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม"
ที่น่าสนใจคือ การศึกษาที่ใช้เวลาถึง 8 ปีนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์แรกเริ่มเพื่อรักษาภาวะผมบาง แต่เป็นการศึกษาด้วยหนูทดลองเพื่อทำความเข้าใจว่า น้ำตาลจะช่วยรักษาบาดแผลโดยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ได้อย่างไร
แต่ในระหว่างกระบวนการดังกล่าว นักวิจัยสังเกตเห็นว่าขนที่อยู่รอบบาดแผลในหนูทดลองที่ได้รับการรักษา “สูตรน้ำตาล” กลับงอกใหม่เร็วกว่าหนูที่ไม่ได้รับการรักษา
ระหว่างกระบวนการเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ทีมงานได้จำลองการหลุดร่วงของเส้นผมที่เกิดจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นสาเหตุทั่วไปของผมร่วงในผู้ชายบนตัวหนูที่ไม่มีบาดแผล และพบว่าการให้ปริมาณน้ำตาลเล็กน้อยยังคงกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้
จากการแถลงข่าวระบุว่าการรักษาด้วยน้ำตาลนี้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) ซึ่งเป็นหนึ่งในยารักษาผมร่วงที่รู้จักกันดีที่สุดในตลาด ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ไมนอกซิดิลมีราคาประมาณ 30 - 40 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 970-1,300 บาท) ซึ่งแพงมาก เมื่อคิดถึงสภาพการรักษาที่ผู้ป่วยต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าววันละสองครั้งเป็นเวลานานหลายเดือน
มูฮัมเหม็ด ยาร์ หนึ่งในทีมผู้เขียนรายงานวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า น้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้มีราคาไม่แพงและมีความคงตัวสูง อีกทั้งสามารถนำมาใช้รักษาได้หลายรูปแบบ ทำให้เป็น "ตัวเลือกที่น่าสนใจมาก” สำหรับการวิจัยเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ดร. แมคนีลระบุว่า แม้การค้นพบนี้จะน่าตื่นเต้น แต่ก็ยังต้องผ่านกระบวนการอีกมาก "การวิจัยที่เราทำอยู่เป็นเพียงระยะเริ่มต้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีแนวโน้มที่ดีและสมควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม" แมคนีลกล่าว "สิ่งนี้อาจนำเสนอทางเลือกอื่นในการรักษาภาวะผมบาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของผู้ชายได้"
ที่มา : popularmechanics.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES