โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SAPPE วางเกมรุกครึ่งหลังปี 68 เพิ่มไลน์ผลิต-บุกตลาดใหม่ มั่นใจยอดขายฟื้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยภาพรวมการดำเนินธุรกิจระหว่างการนำเสนอข้อมูลในงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ว่า แนวโน้มผลประกอบการปีนี้อาจไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 5% เนื่องจากได้รับแรงกดดันสูงจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งเผชิญกับสถานการณ์ไม่คาดคิดหลายด้าน ทำให้บริษัทอาจไม่สามารถให้เป้าหมายการเติบโตชัดเจนได้ในปีนี้ และมีโอกาสที่รายได้รวมอาจติดลบราว 10-20%

“อย่างไรก็ดี บริษัทมองว่าไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเป็นช่วงจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 3 ซึ่งบริษัทได้วางแผนเชิงรุกในหลายตลาด พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ จับกลุ่มผู้บริโภคใหม่มากขึ้น” นางสาวปิยจิต กล่าว

นางสาวปิยจิต กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ครึ่งปีหลัง บริษัทจะโฟกัสไปที่ “ผู้บริโภค” (Consumer), การเจาะลึก “ข้อมูลเชิงลึก” (Insight) และ “ลงมือปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ” (Execution) เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และแข่งขันในตลาดที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มปรากฏ โดยเฉพาะในตลาดยุโรป เช่น สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ที่เคยประสบปัญหาสินค้าคงคลังล้น (Stock Lever House) ปัจจุบันเริ่มคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการในต่างประเทศ ช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่หรือตลาดที่ยังไม่เคยเข้าถึงมาก่อน

นอกจากนี้นางสาวปิยจิต กล่าวอีกว่า ด้านความเสี่ยง บริษัทให้ความสำคัญกับการติดตามผลกระทบจากสงครามการค้า (Trade War) และมาตรการภาษีศุลกากร (Tariffs) ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งฐานการผลิตในท้องถิ่น (Local Production) เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้ง บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของการเข้าลงทุนหรือซื้อหุ้นกิจการอื่นเพิ่มเติม รวมถึงยังให้ความสนใจตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ แต่ต้องหาพันธมิตรที่เหมาะสมก่อน

“ตลาดค่อนข้างผันผวน คิดว่านักลงทุนเองก็ต้องศึกษาข้อมูลดี ๆ ทุกบริษัทมีขึ้นมีลง เซ็ปเป้เราก็ยังมุ่งมั่นในการที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรคในทุก ๆ ที่ไปให้ได้ และไม่ได้กลัวอะไรเท่าไหร่ค่ะ” นางสาวปิยจิต กล่าว

ด้านนายอเนก ลาภสุขสถิต ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน (CFO) บมจ.เซ็ปเป้ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2569 จะเปิดสายการผลิตใหม่ 2 ไลน์ เพิ่มกำลังผลิต 25-30% และในปี 2570 จะเพิ่มอีก 20-25% ส่งผลให้กำลังผลิตโดยรวมเติบโตเป็นเท่าตัวในช่วง 2 ปีข้างหน้า รองรับความต้องการในตลาดใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 1,183 ล้านบาท ลดลง 37.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,904 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายหลักอยู่ที่ 1,142 ล้านบาท ลดลง 37.8% รายได้ในประเทศ อยู่ที่ 396 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ต่างประเทศ อยู่ที่ 747 ล้านบาท ลดลง 51.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 224 ล้านบาท ลดลง 36.4% จากปีก่อนที่มีกำไร 352 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทสามารถรักษา อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ได้ที่ระดับ 46.4% เทียบเท่าปีก่อนหน้า ด้วยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการได้อานิสงส์จากราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง และโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน เช่น การใช้ ระบบ Automation, Solar Rooftop และ Machine Learning ในกระบวนการผลิต

ขณะเดียวกัน สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 54% ทรงตัวจากปีก่อน แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง แม้เผชิญภาวะยอดขายลดลง

ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 25.3% ต่อรายได้จากการขาย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 25.5% สะท้อนการควบคุมงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...