ทรัมป์ ส่งนาวิกโยธินเสริมกำลัง National Guard สกัดม็อบ ลอสแอนเจลิส
การประท้วงต่อนโยบายคนเข้าเมืองปะทุหนักใน ลอสแอนเจลิส รัฐบาลกลางส่งกำลังทหารเสริมคุ้มกันพื้นที่ ขณะฝ่ายรัฐแคลิฟอร์เนียเตรียมดำเนินคดี ย้ำไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจทหารในกิจการพลเรือน
วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 07.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองทัพสหรัฐจะส่งนาวิกโยธินราว 700 นายไปยังนครลอสแอนเจลิสชั่วคราว เพื่อรอการมาถึงของกำลังเสริมจากกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ (National Guard) ถือเป็นการยกระดับมาตรการตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อกระแสการประท้วงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองเชิงรุกของรัฐบาล
วันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันที่สี่ติดต่อกันของการชุมนุมประท้วงในลอสแอนเจลิส โดยมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันหน้าเรือนจำของรัฐบาลกลางซึ่งใช้ควบคุมตัวผู้อพยพผิดกฎหมาย
กองทัพสหรัฐระบุว่าจะส่งกองพันหนึ่งเพื่อช่วยปกป้องทรัพย์สินและบุคลากรของรัฐบาลกลางไปก่อน จนกว่ากำลังจาก National Guard จะมาถึง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลทรัมป์ยังไม่อ้างอิงกฎหมาย Insurrection Act ซึ่งจะเปิดทางให้กองทัพเข้าร่วมการบังคับใช้กฎหมายกับพลเรือนได้โดยตรง ตามคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ
รัฐแคลิฟอร์เนียได้ยื่นฟ้องรัฐบาลกลางเพื่อยับยั้งการส่งกำลังทหาร โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายกลางและอธิปไตยของรัฐ ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการรัฐ Gavin Newsom ก็กล่าวว่าเขาได้รับแจ้งว่าทรัมป์จะส่งกำลัง National Guard เพิ่มอีก 2,000 นายไปยังลอสแอนเจลิส หลังจากที่เมื่อวันเสาร์ทรัมป์เพิ่งประกาศส่งกำลังชุดแรก 2,000 นาย
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่ทรัมป์สั่งใช้ National Guard เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้เหตุประท้วงซึ่งปะทุขึ้นจากการบุกจับผู้อพยพในพื้นที่แคลิฟอร์เนียตอนใต้ ถือเป็นจุดปะทะที่ใหญ่ที่สุดของนโยบายเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์
Jim McDonnell หัวหน้าตำรวจลอสแอนเจลิส กล่าวว่ายังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการว่าทหารนาวิกโยธินจะมาถึง พร้อมระบุว่าการส่งกำลังทหารมาเช่นนี้ “เป็นความท้าทายทางด้านโลจิสติกและการปฏิบัติงานอย่างมาก”
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าเขา “ไม่มีทางเลือก” นอกจากต้องสั่งส่งทหาร เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ความรุนแรงบานปลาย
การประท้วงจนถึงขณะนี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินบางส่วน รวมถึงรถยนต์ไร้คนขับของบริษัท Waymo ที่ถูกจุดไฟเผาหลายคันในคืนวันอาทิตย์ ตำรวจลอสแอนเจลิสรายงานว่าเจ้าหน้าที่ 5 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีผู้ประท้วงบางรายขว้างปาคอนกรีตและขวดใส่เจ้าหน้าที่
พรรคเดโมแครตวิจารณ์ว่า การที่ทรัมป์ส่งกำลังทหารมารับมือกับผู้ประท้วง ถือเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีอย่างเกินขอบเขต
“การยกระดับเช่นนี้ ไม่สมเหตุสมผล ไม่จำเป็น และไม่เคยมีมาก่อน” สำนักงานผู้ว่าการรัฐ Newsom ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X
ทรัมป์ยังกล่าวสนับสนุนข้อเสนอของ Tom Homan ที่ปรึกษาด้านชายแดนของเขา ที่เสนอให้จับกุม Newsom ฐานขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง “ถ้าผมเป็นทอม ผมก็จะทำ ผมว่ามันเยี่ยมมาก”
ทั้งนี้ที่ลอสแอนเจลิส ผู้ประท้วงหลายร้อยคนตะโกนคำว่า“ปล่อยตัวพวกเขาทั้งหมด” หน้าเรือนจำของรัฐบาลกลางที่ควบคุมตัวผู้อพยพ โดยมีกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติและตำรวจตั้งแนวป้องกันรอบอาคาร
Marzita Cerrato อายุ 42 ปี ลูกของผู้อพยพชาวเม็กซิโกและฮอนดูรัส กล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กระทบต่อชาวอเมริกันทุกคน ทุกคนที่อยากมีชีวิตอย่างเสรี ไม่ว่าครอบครัวของเขาจะอยู่ที่นี่มากี่รุ่น”
มีผู้ประท้วงบางรายชกต่อยและขว้างไข่ใส่ผู้สนับสนุนทรัมป์ ขณะที่บางคนยิงปืนเพนต์บอลจากในรถไปยังอาคารรัฐบาลกลาง
การประท้วงยังเกิดขึ้นในเมืองอื่นอีกอย่างน้อย 9 เมืองทั่วสหรัฐฯ ในวันจันทร์ รวมถึงนิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย และซานฟรานซิสโก ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น
รัฐบาลทรัมป์โต้แย้งว่า รัฐบาลพรรคเดโมแครตภายใต้ โจ ไบเดน เปิดทางให้ผู้อพยพเข้าประเทศมากเกินไป และเมืองที่บริหารโดยเดโมแครต เช่น ลอสแอนเจลิส ก็กำลังขัดขวางการเนรเทศ ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะเนรเทศผู้ที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายในจำนวนที่มากเป็นประวัติการณ์ และควบคุมชายแดนสหรัฐ–เม็กซิโกให้แน่นหนา โดยตั้งเป้าจับกุมให้ได้อย่างน้อยวันละ 3,000 คน
การส่งทหารนาวิกโยธินในประเทศเคยเกิดขึ้นมาแล้วในเหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ เช่น พายุเฮอริเคนแคทรีนา และการโจมตี 9/11 แต่ถือว่าหาได้ยากมากที่ทหารจะถูกใช้ในภารกิจรักษาความสงบภายในประเทศ
แม้ทรัมป์จะมีอำนาจในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดในการสั่งการดังกล่าว แต่หากไม่อ้าง Insurrection Act ทหารก็ยังไม่สามารถมีบทบาทในงานบังคับใช้กฎหมายโดยตรง และหน้าที่หลักจะจำกัดอยู่แค่การคุ้มครองทรัพย์สินและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเท่านั้น
ครั้งสุดท้ายที่กฎหมาย Insurrection Act ถูกใช้นำทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ในสหรัฐฯ คือในปี 1992 เมื่อผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดี George H. W. Bush ให้เข้าระงับเหตุจลาจลในลอสแอนเจลิส หลังคดีตำรวจทำร้าย Rodney King ผู้ขับขี่ผิวดำได้ข้อยกฟ้อง เหตุจลาจลดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 ราย และเกิดความเสียหายราว 1 พันล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 6 วัน
กฎหมายกลางของสหรัฐอนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถสั่งการกำลังพิทักษ์แห่งชาติได้ในกรณีที่ประเทศถูกรุกราน หรือเกิด “การกบฏ หรือภาวะเสี่ยงต่อการกบฏ” หรือในกรณีที่ไม่สามารถใช้กองกำลังประจำในการบังคับใช้กฎหมายได้ตามปกติ
อ้างอิง : reuters.com