โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ป้องกันตาบอดจากฟิลเลอร์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 02.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

การฉีดฟิลเลอร์ที่ใบหน้าจะส่งผลให้ตาบอดได้อย่างไร และจะสังเกตอาการทางดวงตา รวมทั้งรักษาได้อย่างไร ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามได้รับความนิยมมาก

หนึ่งในนั้นก็คือการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและรอบ ๆ ดวงตา

การฉีดฟิลเลอร์นอกจากผลสำเร็จด้านความงามแล้ว แต่ในมุมของจักษุแพทย์ ฟิลเลอร์อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงบริเวณดวงตาที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดตามมาได้

ฉีดฟิลเลอร์ทำให้ตาบอดได้อย่างไร ?

ฟิลเลอร์ที่นิยมฉีดกันคือ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid : HA) สารสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูง สลายได้เองตามธรรมชาติและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อย แต่การฉีดฟิลเลอร์รอบ ๆ ดวงตา หว่างคิ้ว หรือข้าง ๆ ร่องแก้ม เป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงค่อนข้างมาก มีโอกาสที่ฟิลเลอร์จะหลุดเข้าไปในหลอดเลือดได้

ฟิลเลอร์ที่หลุดเข้าหลอดเลือดจะทำให้สูญเสียจอประสาทตาทั้งหมดของตาข้างนั้นไปเลย หรือทำให้การมองเห็นบางพื้นที่เสียไป

ความเสี่ยงฟิลเลอร์อุดตันจอประสาทตา มีอะไรบ้าง ?

การฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนี้

1. บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เช่น รอบ ๆ ดวงตา หว่างคิ้ว ข้าง ๆ ร่องแก้ม หรือบริเวณใบหน้าส่วนอื่น ๆ ก็อาจมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงจะลดลงถ้าเป็นการฉีดห่างบริเวณดวงตา

2. ใครเป็นคนฉีดฟิลเลอร์ ไปฉีดฟิลเลอร์ที่ไหน ใครเป็นคนฉีด เช่น โรงพยาบาล คลินิก ถ้าไปฉีดกับบุคลากรทางการแพทย์ก็มีความเสี่ยงน้อย แต่กรณีฉีดกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ (บริการฉีดถึงบ้าน ตามลานจอดรถ) มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตราย

ส่วนใหญ่หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่นาน จะรู้สึกว่าตาข้างใดข้างหนึ่งมองเห็นภาพที่มีความสว่างลดลง และภายในไม่กี่นาทีความมืดก็จะมาสู่ดวงตาข้างนั้น

ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้าหรือรอบดวงตา จะต้องสังเกตอาการหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 30-60 นาที เพราะถ้ามีอาการมองเห็นลดลงจะได้รีบแก้ไข

กรณีฉีดฟิลเลอร์กับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีควาชำนาญหรือเชี่ยวชาญก็จะรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการนวดบริเวณดวงตา กินยาเพื่อลดความดันตา จะช่วยให้หลอดเลือดดันฟิลเลอร์ที่อุดตันออกไปให้มากที่สุด เป็นการลดความเสียหายของจอประสาทตา

สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดก็คือ ต้องรีบนำผู้ป่วยไปพบจักษุแพทย์โดยเร็ว เพราะถ้านานมากกว่า 6 ชั่วโมงไปแล้วจะทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

ป้องกันตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างไร ?

มีคำแนะนำสำหรับการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย ดังนี้

1. รับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และฉีดกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญ

2. หลีกเลี่ยงฉีดฟิลเลอร์บริเวณที่มีความเสี่ยงสูง เช่น รอบเปลือกตา บริเวณหว่างคิ้ว ร่องแก้ม เพราะมีหลอดเลือดจำนวนมาก

3. สังเกตอาการหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อดูการมองเห็นของดวงตาทั้งสองข้าง ด้วยการปิดตาดูทีละข้างเป็นระยะเปรียบเทียบกัน ว่าการมองเห็นแต่ละข้างมีประสิทธิภาพลดลงหรือไม่อย่างไร เพื่อจะได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การเข้าใจความเสี่ยงและหาทางป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ย่อมดีกว่ารอไปรักษาและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นในภายหลัง

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ป้องกันตาบอดจากฉีดฟิลเลอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...