โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มหัวร้อนขับจยย.ใช้ปืนบีบีกันไล่ยิงตร.กลางเมืองชุมพรชุดสืบไล่ล่ารวบตัวทันควัน

สยามรัฐ

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น.

วันที่ 20 ก.ค.68 เวลา 08.00 น. ร.ต.อ.สหชาติ สังข์สม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีเหตุไล่ยิงกันที่บริเวณ หน้าร้านทองนพเก้า ถนนกรมหลวง ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร จึงรายงานให้พ.ตงอ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ทราบ พร้อมตำรวจชุดสืบสวนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จุดเกิดเหตุพบ ปลอกกระสุนปืน ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 ปลอก อยู่ที่บริเวณด้านหน้าปั๊ม Pt ถนนกรมหลวงทิศทางมุ่งหน้าไปทางแยกแขวงทางหลวงชุมพร พยานผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งนั่งอยู่บริเวณหน้าร้านทองแห่งหนึ่ง ให้การว่า ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน เป็นชายมีหนวด ขับขี่รถจักรยานยนต์ ถืออาวุธปืนไล่ยิงรถเก๋ง พนักงานสอบสวนและตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐานและเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณบนถนนกรมหลวงเพื่อติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี

จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายคือ ร.ต.ต.สุรพงษ์ กิจเจริญ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดสภ.เมืองชุมพร ทำหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าประมาณ 07.30 น.วันเดียวกันก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งส่วนตัวกลับจากไปส่งลุกใช้เส้นทางถนนกรมหลวงใจกลางเมืองชุมพร มุ่งหน้าแยกแขวงทางหลวงชุมพร เมื่อถึงปากซอยสุขเสมอ มีรถจักรยานยนต์คู่กรณีคนก่อเหตุจอดอยู่ทางด้านขาวมือของเลนขวาตนจอดต่อท้าย เพื่อรอให้ทางรถเลี้ยวเข้าซอย

หลังจากรถออกตัว ตนขับช้าๆเพื่อรอให้รถจยย.คันหน้าขับลงซ้าย และรถจยย.ไม่ลงซ้ายตนจึงแซงขึ้นไป แต่รถจยย.ไม่ยอมพยายามขับเทียบ ตนก็เร่งขึ้นไปอีก รับว่าไม่ได้มีการทะเลาะหรือขับเฉี่ยวกัน พอตนขับรถแซงไปได้จยย.ที่ขับตามหลังมาก็ชักปืนไล่ยิงตามหลังทันทีจำนวน 4 นัด มองกระจกข้างพบว่าเป็นปืนสีขาวแสตนเลส มาสำรวจดูรถไม่พบรอยกระสุน ตนจึงจอดรถเพื่อจะยิงสวน แต่คิดไปคิดมาเห็นว่าเป็นแหล่งชุมชน ใจกลางเมืองรถเยอะถ้ายิงตอบโต้ไปประชาชนจะได้รับอันตราย อีกอย่างเห็นว่าผู้ก่อเหตุยิงแล้วขับรถหนีไปไม่ตามมา จึงขับรถกลับมาทำงานที่โรงพักพร้อมแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี

จากนั้นร.ต.ต.สุรพงษ์ฯได้ดึงสร้อยคอพร้อมเป็นพระพุทธโสธร รุ่น 80 จัดสร้างโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ห้อยคอมาให้ผู้สื่อข่าวดู แต่ก็บอกอีกว่าตนเองเป็นศิษย์ วัดธรรมถาวร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ที่ตนมีความศรัทธาเคารพนพถือ จะระลึกถึงท่านเสมอ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตนมีสติ ไม่ยิงสวนตอบโต้คนก่อเหตุไม่เช่นนั้นอาจมีการสูญเสียเกิดขึ้น

เวลาต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร นำโดยพ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.สภ.เมืองชุมพร เช็คกล้องวงจรปิดจนสามารถรู้ตัวผู้ก่อเหตุคือนาย ศิวกร หรือทิว อายุ 28 ปี อยู่บ้าน หมู่ 5 ตำบลท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวได้ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยครุฑปักษี ถนนกรมหลวง5 หมู่ 5 ตำบลนาทุ่ง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดก่อเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้าขาว ทะเบียน 1 กณ 3998 ชุมพร ชุดเสื้อผ้าสวมใช่ขณะก่อเหตุ และอาวุธปืนพกสั้น บีบีกัน แบบแม็คกาซีน จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนบีบีกัน จำนวน 32 นัด จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ห้องฝ่ายปฏิบัติการตำรวจสืบสวน สภ.เมืองชุมพร

โดยนาย ศิวกร ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ขณะขับรถจยย.เพื่อหาข้าวกินในตัวเมืองชุมพร ขณะจอดรถรถรถเลี้ยวเข้าซอยสุขเสมอมองกระจกรถเห็นมีรถเก๋ง เล่นมาห่างๆและบีบแตรไล่ พอรถเลี้ยวเข้าซอยหมดตนก็ขับรถออกไป รถเก๋งเร่งเครื่องขึ้นมาตนจึงหันไปมองหน้า ตนก็เร่งเครื่องเหมือนกันเพื่อลงซ้าย แต่ถูกรถเก๋งบี้เข้ากันชนป้ายทะเบียนทำให้ตนโมโหเลยก่อเหตุชักปืนยิงไป 4 นัด โดยรับว่าเป็นปืนบีบีกัน สั่งซื้อมาทางอินเตอร์เน็ตเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน เพราะมีความชอบ ยอมรับว่าเรียนช่างตัดเพิ่งจบแต่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพที่เรียนมา ยังไม่มีงานประจำ ตอนนี้ไปตามเก็บยอดค่าเงินผ่อนโทรศัพท์ร้านเพื่อน

ด้านผู้กำกับสภ.เมืองชุมพร เข้าสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง พร้อมอบรมสั่งสอนผู้ต้องหา ว่าทำอะไรไม่คิดถึงพ่อแม่บ้าง หรือคนที่เราไปก่อเหตุไว้ ถ้าเกิดมีการยิงสวนขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า ที่ยิงปืนใส่มาเป็นของจริงหรือไม่จริง การกระทำดังกล่าวขอดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัว” ในส่วนของข้อหาที่เกี่ยวข้องอื่นๆจะดำเนินการเมื่อผลการตรวจพิสูจน์ของกลางอื่นๆเสร็จสิ้นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...