โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CIMBT โชว์กำไรสุทธิงวดครึ่งปี 68 กว่า 1 พันล้าน ลดลง 21.8%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 01.10 น.
วุธว์ ธนิตติราภรณ์

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิ งวด 6 เดือน ปี 2568 จำนวน 1,012 ล้านบาท ลดลง 21.8% เหตุปรับวิธีการรับรู้ดอกเบี้ยที่แท้จริง-ตั้งสำรองหนี้สูญฯ ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 4.8% หนี้เสียทรงตัว 2.6%

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 1,012.6 ล้านบาท ลดลงจำนวน 281.9 ล้านบาท หรือ 21.8% เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2567 การลดลงของกำไรสุทธิดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษ (one-off items)

ได้แก่ การปรับวิธีรับรู้รายได้จากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate: EIR) และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มเติม (Expected Credit Loss Overlay) ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยไม่ได้เกิดจากคุณภาพของสินทรัพย์ที่ลดลง

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยงของธนาคารภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

สำหรับกำไรก่อนภาษีเงินได้จำนวน 1,268.9 ล้านบาท ลดลงจำนวน 342.1 ล้านบาทหรือ 21.2% สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 13.6% และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 86.2% สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 19.1% และการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้อื่น 4.8% และ 21.5% ตามลำดับ

รายได้จากการดำเนินงาน สำหรับงวดหกเดือนปี 2568 มีจำนวน 6,780.5 ล้านบาท ลดลงจำนวน 257.8 ล้านบาท หรือ 3.7% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2567 เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 646.0 ล้านบาท หรือ 13.6% จากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อ สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 30.5 ล้านบาท หรือ 4.8%

เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 357.8 ล้านบาท หรือ 21.5% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากการขายเงินลงทุน สุทธิกับการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนและการลดลงของกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนปี 2568 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2567 ลดลงจำนวน 832.7 ล้านบาทหรือ 19.1% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและการลดลงของค่าภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงสุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน

ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 52.1% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567 อยู่ที่ 62.0%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดหกเดือนปี 2568 อยู่ที่ 1.9% ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2567 อยู่ที่ 2.2% เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 244.2 พันล้านบาท ลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 316.5 พันล้านบาท ลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 324.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็น 77.2% จาก 77.6% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 2.6% คงที่เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เป็นผลจากการที่กลุ่มธนาคารมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน2568 อยู่ที่ 155.9% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 149.0% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 9.7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30มิถุนายน 2568 มีจำนวน 60.6 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 21.7% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 17.0%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CIMBT โชว์กำไรสุทธิงวดครึ่งปี 68 กว่า 1 พันล้าน ลดลง 21.8%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...