โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

mai FORUM 2025 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! ตลท. เร่งปั้น “Hidden Gems” ก้าวสู่บริษัทชั้นนำ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 06.07 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จัดงาน mai FORUM 2025: มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด "ARMED FOR OPPORTUNITY : ติดอาวุธ คว้าโอกาส ในตลาด mai" งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อม ปรับตัว และมองหาวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ๆ โดยภายในงานมีการให้ความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจ สร้างเครือข่าย และเปิดมุมมองใหม่ๆ เพื่อคว้าโอกาสในตลาด mai นอกจากนี้ยังเป็นเวทีกลางที่ผู้ประกอบการใน mai สามารถนำเสนอข้อมูลธุรกิจแก่นักลงทุนและผู้สนใจทั่วไป เพื่อค้นหาโอกาสทางธุรกิจของแต่ละบริษัท และส่งเสริมความเข้าใจในศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai

ในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมกล่าวปาฐกถา ได้แก่ นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนายอัสสเดช คงสิริกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นางพรอนงค์ กล่าวถึงความสำคัญของตลาด mai ว่าเป็นที่พึ่งพาและกลไกสำคัญในการระดมทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ของประเทศไทย รวมถึงเป็นที่พึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทย. สำหรับธีมของงาน"ติดอาวุธเพื่อรองรับโอกาส" หรือ "Arm yourself" นั้น ก.ล.ต. มองในมิติที่กว้างและลึกกว่าเพียงแค่เครื่องมือทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงการ "ติดอาวุธ" ด้วยความรู้ องค์ความรู้ การตระหนักรู้ การเท่าทันสถานการณ์ และสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือการติดอาวุธด้วย "Mindset" หรือชุดความคิดที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือสิ่งที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

นางพรอนงค์ ได้เล่าถึงบทบาทของ สำนักงาน ก.ล.ต. ในการกำกับและพัฒนาตลาดทุนไทย ซึ่งรวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ตลาด MAI, LiveX, ตลาดตราสารหนี้, และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยได้แบ่งฉากทัศน์การทำงานของ ก.ล.ต. ออกเป็น 3 ช่วงเวลาหลัก ได้แก่

1.ฉากทัศน์ในอดีต (ที่ผ่านมา) ก.ล.ต. มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริต การปั่นหุ้น หรือการใช้ข้อมูลภายใน. นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและเป็นธรรมแล้ว ก.ล.ต. ยังมุ่งเน้นการ "ปิดโอกาส" ไม่ให้การกระทำผิดเกิดขึ้น โดยเน้นบทบาทของ "Three Lines of Defense" ซึ่งประกอบด้วย กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น FA และผู้สอบบัญชี ที่ต้องร่วมกันเป็นป้อมปราการป้องกันสิ่งไม่ดีเหล่านี้. ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่งแล้ว.

2.ฉากทัศน์ในปัจจุบัน (กำลังเดินอยู่) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ตลาดทุนมีความผันผวนสูง ก.ล.ต. จึงร่วมมือกับกระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างเม็ดเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นกองทุนวายุภักษ์, กองทุน ESG,ESG-X และการสลับกองทุน เพื่อเปลี่ยนเงินออมให้เป็นการลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมบริษัทที่ดีที่เปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก และมีธรรมาภิบาล ESG ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

3.ฉากทัศน์ในอนาคต (ที่จะไปข้างหน้า) ก.ล.ต. มองเห็นโอกาสสำคัญ 2 ธีมหลัก คือ "Digital Economy" และ "ESG" ในด้าน Digital Economy มีการขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์ที่อิงกับสากล และการผลักดัน พ.ร.บ. หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายในอนาคตโดยใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์. สำหรับ ESG ก.ล.ต. มุ่งสู่การปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับ ISB Standard

โดยตระหนักถึงข้อจำกัดของบริษัทใน MAI จึงจะเริ่มจากบริษัทขนาดใหญ่ก่อน ตามด้วยขนาดกลางและขนาดเล็ก พร้อมย้ำว่า ก.ล.ต. ทำทุกอย่างเพื่อระบบนิเวศน์ของตลาดทุนไทยให้มีความยั่งยืน ไม่เสียความสามารถในการแข่งขัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ด้าน นายอัสสเดช กล่าวย้ำว่า บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด mai คือ "เข็มทิศ" หรืออนาคตของตลาดทุนไทย โดยเปรียบเทียบกับตลาด Nasdaq ของสหรัฐฯ ที่ 90% ของ 50 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดมีการเปลี่ยนแปลงไปในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดทุนไทยมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ดังนั้น หน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์คือการ "ติดอาวุธ" ให้บริษัทใน mai สามารถเติบโตเป็นบริษัทชั้นนำ 10-50 อันดับแรกในตลาดทุนไทยได้ในอนาคต

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ริเริ่มโครงการสำคัญเพื่อสนับสนุนบริษัทใน mai ได้แก่ โครงการ Jump+ ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 26 มิถุนายน นี้ โครงการนี้ จะช่วยบริษัทวางแผนและที่สำคัญที่สุด คือ "การสื่อสาร" แผนของตนให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นถึง "เพชรเม็ดงาม" ที่มีอยู่ในตลาดทุนไทย

ขณะที่ Life Exchange และ Live Platform เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้บริษัทขนาดเล็กและสตาร์ทอัพมีโอกาสเข้าถึงตลาดทุนได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น นอกเหนือจาก Venture Capital หรือ Pre-IPO

นายอัสสเดช ยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาตลาดทุน พร้อมทั้งชื่นชมบทบาทของสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai (maiA) ที่สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิก แม้จะยอมรับว่าความผันผวนในปัจจุบันทำให้ยากที่จะคาดการณ์ทิศทางดัชนีในระยะสั้น แต่ก็ย้ำถึงความตั้งใจร่วมกันที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และทำให้ตลาดทุนไทยเป็นที่น่าเชื่อมั่นและน่าสนใจ

พร้อมขอให้กำลังใจผู้บริหารและบริษัทใน mai ทุกท่านให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต และหวังว่านักลงทุนจะได้เห็นศักยภาพและ "Hidden Gems" ในตลาด mai จากงานนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...