โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นปิดดีลซื้อกิจการ ‘ยูเอสสตีล’ หลังรัฐบาลทรัมป์ปรับท่าที

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 11.29 น. • เดลินิวส์
“นิปปอนสตีล” เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ “ยูเอสสตีล“ เมื่อวันพุธ (18 มิ.ย.) พร้อมมอบอำนาจพิเศษในการยับยั้งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แก่รัฐบาลวอชิงตันด้วย “หุ้นทองคำ”

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า ประกาศดังกล่าวเป็นบทสรุปของเรื่องราวที่เริ่มต้นเมื่อเดือน ธ.ค. 2566 เมื่อบริษัทนิปปอนสตีล ตกลงเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของสหรัฐ ในมูลค่า 14,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 489,316 ล้านบาท)

การซื้อกิจการอย่างเด็ดขาดของนิปปอนสตีล จุดชนวนให้เกิดการคัดค้านทางการเมืองจากทั้งสองพรรคใหญ่ของอเมริกา รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าว ตลอดช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2567

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เปลี่ยนจุดยืน เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ว่ามีการเจรจาใหม่เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ ซึ่งเคยเผชิญกับการขัดขวางในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ข้อตกลงด้านความมั่นคงระหว่างนิปปอนสตีลกับรัฐบาลสหรัฐ ระบุว่า จะมีการลงทุนใหม่ประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 361,240 ล้านบาท) ภายในปี 2571 รวมถึงอนุญาตให้รัฐบาลวอชิงตันแต่งตั้งผู้อำนวยการอิสระ 1 คน ให้สิทธิในการยินยอมลดงบประมาณการลงทุนที่เสนอ และอำนาจอื่น ๆ

ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้บริษัทแห่งใหม่ ซึ่งมาจากการรวมตัวระหว่างนิปปอนสตีล กับยูเอสสตีล กลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่หลายประการ นับตั้งแต่ภาษีศุลกากร ไปจนถึงความต้องการเหล็กที่ลดลงทั่วโลก

อนึ่ง ในส่วนของ “หุ้นทองคำ” ไม่ได้ทำให้รัฐบาลสหรัฐมีสิทธิได้รับเงินปันผล และไม่ได้บังคับให้รัฐบาลวอชิงตันลงทุนในบริษัท แต่จะให้ “อิทธิพลพิเศษ” แก่รัฐบาลแทน ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...