โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ฮิโรมุ อินาดะ ซูเปอร์คุณปู่วัย 92 ปี ทุบสถิติโลกไตรกีฬาด้วยสองเท้าและหัวใจ

THE STANDARD

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 12.37 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • thestandard.co
ฮิโรมุ อินาดะ ซูเปอร์คุณปู่วัย 92 ปี ทุบสถิติโลกไตรกีฬาด้วยสองเท้าและหัวใจ

ชีวิตหลังวัยเกษียณอาจเป็นห้วงเวลาที่ใครหลายคนอาจกำลังใช้ชีวิตอย่างช้าๆ หยุดวิ่ง หยุดฝัน และหยุดถามตัวเองว่า “ยังอยากทำอะไรอีกไหมในชีวิตนี้”

แต่โลกนี้ยังมีคนบางกลุ่มและบางคนที่ไม่เคยยก ‘เลขอายุ’ มาเป็นข้ออ้างในการหยุดลงมือ ไม่เคยปล่อยให้กาลเวลากลายเป็นกำแพงขวางระหว่างตนเองกับความฝัน

และถ้ามีใครบอกว่า ‘อายุ 92 ปี’ ควรเป็นวัยแห่งการพักผ่อน คำพูดนั้นคงใช้ไม่ได้กับ ฮิโรมุ อินาดะ

ชายชาวญี่ปุ่นผู้ไม่เคยหยุด ‘วิ่ง’ ผู้ท้าทายทุกขีดจำกัดของร่างกาย ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า บุรุษผู้เปลี่ยนความแก่ชราให้กลายเป็นพลังอันน่าทึ่ง

คุณปู่ฮิโรมุไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ ไม่ได้มีโปรไฟล์ด้านการกีฬาในช่วงวัยหนุ่ม แต่กลับสร้างสถิติระดับโลก ด้วยการเป็นผู้สูงวัยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่สามารถเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน IRONMAN World Championship หนึ่งในรายการไตรกีฬาที่โหดที่สุดของโลก ด้วยระยะทางรวมกว่า 140.6 ไมล์ หรือประมาณ 226 กิโลเมตร ครบทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่งมาราธอน

และคุณเชื่อหรือไม่ว่าเขาทำสำเร็จในวัย 85 ปี และยังคงลงแข่งขันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันในวัย 92 ปี

🏃 จุดเริ่มต้นของ ‘คุณปู่’ ปอดเหล็ก

ฮิโรมุ อินาดะ เป็นอดีตนักข่าวโทรทัศน์ชาวญี่ปุ่นที่เกษียณอายุเมื่ออายุ 60 ปี และเพิ่งจะเริ่มต้นเล่นกีฬาหลังจากเกษียณจากงาน

หลังวางไมค์และวางมือจากงานข่าว อินาดะเริ่มต้นดูแลสุขภาพด้วยการว่ายน้ำ

ด้วยเป้าหมายง่ายๆ ที่ใครก็เข้าใจได้ แค่อยากให้ร่างกายยังแข็งแรง กระฉับกระเฉง และมีชีวิตที่สดใสในช่วงวัยหลังเกษียณ

ต่อมาเขาตัดสินใจซื้อจักรยานเสือหมอบคันแรกในวัย 69 ปี และเมื่ออายุ 70 ปีเต็ม เขาก็ลงแข่งขันไตรกีฬาครั้งแรกในชีวิต และตกหลุมรักกีฬาไตรกีฬา กีฬาที่ท้าทายทั้งร่างกายและจิตใจ

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ อินาดะ คือการสูญเสียภรรยา ผู้ป่วยเรื้อรังมานาน และจากไปในช่วงที่เขาเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางไตรกีฬา

ความโศกเศร้ากลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาหันมาใช้กีฬา เป็นเครื่องมือในการเยียวยาหัวใจ และหล่อหลอมเป้าหมายใหม่ในชีวิต

“ผมทุ่มเทให้กับไตรกีฬาเพื่อจัดการกับความเศร้า และมันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกมีชีวิตชีวา” อินาดะกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์

จากนั้นอินาดะได้เข้าร่วม INAGE International Triathlon Club ในเมืองจิบะ ประเทศญี่ปุ่น และพบกับโค้ช จุนอิจิ ยามาโมโตะ ผู้ที่ไม่ได้เป็นแค่เทรนเนอร์ แต่เปรียบเสมือนครอบครัวคนใหม่ที่ร่วมฝ่าเส้นทางชีวิตไปด้วยกัน

ยามาโมโตะไม่เคยมองอินาดะในฐานะ ‘คนสูงวัย’ แต่ฝึกสอนเขาอย่างเข้มข้นเหมือนนักกีฬาทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน ความทุ่มเทเดียวกัน และความเชื่อที่ว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดของศักยภาพ

สิ่งที่ทำให้อินาดะโดดเด่นเหนือใคร ไม่ใช่เพียงเรื่องอายุ แต่คือวินัยที่น่าเกรงขาม เขาฝึกซ้อม 6 วันต่อสัปดาห์ เริ่มต้นแต่เช้าด้วยการว่ายน้ำในสระของโรงเรียนสอนว่ายน้ำในย่านอินาเกะ ต่อด้วยการวิ่ง 3,000 เมตร และปั่นจักรยาน หรือบางวันก็เล่นโรลเลอร์สเกต รวมระยะทางที่เขาฝึกซ้อมในแต่ละสัปดาห์มากถึง 440 กิโลเมตร

แม้จะต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อที่เสื่อมลงตามวัย และความเหนื่อยล้าเฉพาะตัวของคนอายุเกิน 90 ปี แต่อินาดะไม่เคยมองสิ่งเหล่านั้นเป็น ‘ข้อจำกัด’

ตรงกันข้าม เขามองว่าการฝึกซ้อมคือโอกาสในการ ค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ของตัวเอง

🏃 วิ่งจนทุบสถิติโลก ‘ไตรกีฬา’ ของวัยเก๋า!

ในปี 2012 ขณะมีอายุครบ 80 ปี ฮิโรมุ อินาดะ ก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับโลกของไตรกีฬา ด้วยการคว้าแชมป์โลกในกลุ่มอายุของตนเอง ที่การแข่งขัน IRONMAN World Championship ณ เมืองไคลัว-โคนา รัฐฮาวาย ด้วยเวลา 15 ชั่วโมง 38 นาที 25 วินาที

6 ปีต่อมา ในวัย 85 ปี เขาไม่ได้แค่กลับมาแข่งขันอย่างเดียว แต่ยังกลับมาสร้างประวัติศาสตร์ จารึกชื่อไว้ใน Guinness World Records ถึง 2 ครั้ง ทั้งในปี 2016 และ 2018 ในฐานะผู้สูงวัยที่สุดที่เข้าเส้นชัยในการแข่งขัน IRONMAN World Championship

เพื่อให้เห็นภาพว่า การแข่งขันไตรกีฬาที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโลก ที่เป็นดั่งบททดสอบทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์จนถึงขีดสุดมีอะไรบ้าง มาดูกัน

  • ว่ายน้ำ 2.4 ไมล์ (ประมาณ 3.86 กิโลเมตร)
  • ปั่นจักรยาน 112 ไมล์ (ประมาณ 180.2 กิโลเมตร)
  • วิ่งมาราธอน 26.2 ไมล์ (ประมาณ 42.2 กิโลเมตร)

รวมระยะทางทั้งหมด 140.6 ไมล์ หรือ 226 กิโลเมตร

และทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุ และลมแรงบนเกาะภูเขาไฟฮาวาย สนามที่แม้แต่นักกีฬามืออาชีพก็ยังยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนจะจบได้

แต่คุณปู่อินาดะจบมันได้ และจบด้วยศักดิ์ศรีของคนที่ไม่เคยยอมแพ้

🏃 หลานๆ ฟังนะ ถ้าเกิดล้มก็แค่ลุกขึ้นมา!

เรื่องราวของอินาดะไม่ได้มีเพียงชัยชนะ เพราะเบื้องลึกของความสำเร็จที่หลายคนเห็นนั้นมันเต็มไปด้วยร่องรอยของความพยายามไม่รู้จบ และหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้แม้ในวันที่ล้มลง

ย้อนกลับไปในปี 2015 ที่ IRONMAN World Championship ในวัย 82 ปี อินาดะวิ่งฝ่าความเหนื่อยล้าเข้าสู่ช่วงเมตรสุดท้ายก่อนเส้นชัย

แต่แล้วเขาก็ล้มลง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ถึง 2 ครั้ง และสุดท้ายเขาพลาดเวลา cut-off ไปเพียง 5 วินาที

แม้จะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน แต่ภาพของคุณปู่ที่ ‘ลุกขึ้น’ เพียงเพื่อ ‘เดินต่อ’ ไปให้ถึงเส้นชัย กลายเป็นภาพที่สะเทือนหัวใจผู้คนทั่วโลก

อินาดะได้รับข้อความให้กำลังใจกว่าพันข้อความจากแฟนๆ ที่เห็นความพยายามในวินาทีนั้น

และจากคำปลอบใจเหล่านั้น ทำให้อินาดะรู้สึกว่าเขามี ‘ภารกิจ’ ที่ยังไม่เสร็จ เขาต้องกลับไป ‘ทำให้สำเร็จ’ เพื่อคนที่เชื่อในเขา

และเขาก็ทำสำเร็จในปีต่อมา ปี 2016 ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ในปี 2018 ด้วยการเป็นผู้เข้าเส้นชัยที่อายุมากที่สุดตลอดกาล

และเกือบ 7 ปีหลังจากสร้างตำนานในโคนา อินาดะก็ยัง ไม่หยุดวิ่ง

เพราะเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งลงแข่งขัน IRONMAN 70.3 ที่เมืองแคร์นส์ ประเทศออสเตรเลีย รายการที่แม้จะใช้ระยะทาง ‘เพียงครึ่งเดียว’ ของสนามฮาวาย (รวม 70.3 ไมล์ หรือประมาณ 113 กิโลเมตร)

แต่นี่คือความท้าทายที่ไม่ธรรมดาสำหรับชายอายุ 92 ปี

และคุณเดาไม่ผิด เพราะคุณปู่ยังทำได้

🏃 ข้อความถึงทุกคน ‘อายุไม่ใช่กำแพง’

อินาดะไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นคนพิเศษ เพียงแต่เขาเชื่อว่าทุกคนสามารถท้าทายขีดจำกัดของตัวเองได้หากมีความ ‘มุ่งมั่น’ ในจิตใจ

“ผมไม่ได้ทำสิ่งนี้เพราะผมอายุ 90 หรือ 92 ผมแค่มีเป้าหมายที่ผมคิดว่าทำได้ และผมมั่นใจว่าร่างกายผมยังไหว” อินาดะกล่าวกับ Asahi Shimbun

คำพูดของเขาสะท้อนถึงทัศนคติที่ไม่ยอมให้อายุมากำหนดขีดจำกัด และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทุกวัยกล้าที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่

อินาดะยังเน้นย้ำถึงความสุขที่ได้จากการทำสิ่งที่รักว่า “การทำในสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ จะทำให้ชีวิตของคุณมีความสุข แม้ว่าคุณจะเกษียณหรืออายุมากแล้ว”

การที่เขาเริ่มต้นกีฬาในวัยที่คนส่วนใหญ่เลือกพักผ่อน และพัฒนาจนกลายเป็นเจ้าของสถิติโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความหลงใหลและวินัยสามารถเปลี่ยนชีวิตได้

และเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากพลัง หากแต่เกิดจากจิตใจ

อินาดะไม่ได้วิ่งเพื่อถ้วยรางวัล แต่วิ่งเพื่อตัวเขาเอง เพื่อพิสูจน์ว่า ‘อายุไม่ใช่กำแพง’ ของการพัฒนาตัวเอง หรือการเริ่มต้นสิ่งใหม่

“ตราบใดที่คุณยังหายใจคุณยังมีโอกาสจะดีขึ้นในทุกวัน” นั่นคือหัวใจของอินาดะ หัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อกาลเวลา

เรื่องราวของ ‘คุณปู่อินาดะ’ ไม่ได้บอกให้เราทุกคนต้องลุกขึ้นไปวิ่งมาราธอน หรือฝึกไตรกีฬาเหมือนที่เขาทำ

แต่สิ่งนี้กำลังบอกเราว่า ถ้าคุณมีบางสิ่งที่อยากทำ คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ ‘พร้อม’ ถึงจะเริ่มลงมือ

ไม่ว่าขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้ คุณจะอายุ 30, 50 หรือแม้แต่ 90 ปี

ตราบใดที่หัวใจยังเต้นอยู่ในเช้าวันใหม่ นั่นคือ ‘โอกาส’ ที่ยังรอให้คุณลุกขึ้นมาเริ่มต้นเสมอ

ไม่ว่าความฝันของคุณจะเล็ก-ใหญ่แค่ไหน จงอย่าปล่อยให้ ‘เวลา’ หรือ ‘ตัวเลข’ กลายเป็นข้ออ้างที่หยุดคุณไว้กับที่

และถ้าคุณยังลังเล จงฟังคุณปู่นะ

“ไม่มีใครแก่เกินไปสำหรับการลงมือทำ” ฮิโรมุ อินาดะ

ภาพ: Kenta Onoguchi / Lumina

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...