โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

บล.โกลเบล็ก ชี้ภาษีทรัมป์ กดดันวิกฤตเศรษฐกิจ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.36 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 15 ก.ค. – บล.โกลเบล็ก มองภาษีทรัมป์ 36% สร้างแรงกดวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะส่งออก ลุ้นบทสรุปเจรจาภาษีก่อนครบกำหนด 1 ส.ค.นี้ แนะหันมาลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic Plays ลดความผันผวน ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่ม Healthcare Tourism ชี้ไทยยังเติบโตจากธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ วอนรัฐเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังสภาพคล่องของตลาดทุนหด

นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินภาพการลงทุนของเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบต่อมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำหนดการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36% นั้น จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอุตสาหกรรมการส่งออกที่ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอาหาร (อาหารทะเล /ผลไม้กระป๋อง และแปรรูป) กลุ่มอัญมณี กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มสิ่งทอ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบทางการค้าและจะส่งผลกระทบต่อความสามารถด้านการแข่งขันอย่างมาก ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุน ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต้องรอบทสรุปของอัตราภาษี ว่าท้ายที่สุดแล้วการเจรจาของรัฐบาลไทยจะมีการเจรจาต่อรองอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลาจนกว่าจะครบกำหนดบังคับใช้ วันที่ 1 สิงหาคมนี้

สำหรับตลาดหุ้นไทยในขณะนี้เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นส่งออก ที่เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ดังนั้นมองว่าควรเลี่ยงการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับการส่งออก และมองว่าให้หันมาลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีรายได้ภายในประเทศเป็นหลัก (Domestic Plays) หรือ หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากจะสามารถลดความผันผวนของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้

อย่างไรก็ตาม มองว่าหุ้นกลุ่มที่เป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทย และถือเป็น “Safe Play” โดยยังคงให้น้ำหนักการลงทุน ได้แก่ กลุ่ม Healthcare Tourism เนื่องจากประเทศไทยตั้งเป้าในการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านสุขภาพ (Medical Hub) โดยเฉพาะด้านบริการทางการแพทย์ เพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งสร้างการเติบโตให้ประเทศไทย

ในแง่ของการลงทุนนั้น บล.โกลเบล็ก มองว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเป็นจังหวะที่ดีในการ ทยอยสะสมหุ้นโดยพิจารณาเลือกเก็บหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดี (Dividend Yield) โดยเน้นลงทุนหุ้นที่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องกระแสเงินสด มีเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจที่ดี เนื่องจากมองว่าด้วยสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทจดทะเบียนใดที่มีการบริหารต้นทุนความเสี่ยงที่ดี รักษาสภาพคล่องได้ดี ที่สำคัญมีกระแสเงินสดที่ดี และมีการปรับกลยุทธ์ สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี บริษัทจดทะเบียนนั้นเป็นบริษัทที่สามารถนำพาองค์กร และผู้ถือหุ้น ฝ่าวิกฤตนั้นๆ ได้

นายธนพิศาล ยอมรับว่า ถือเป็นวิกฤตที่ยากที่สุด เนื่องจากยากที่จะเรียกความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนให้กลับมาเชื่อมั่นต่อสภาพการลงทุนโดยจะเห็นได้จากสภาพคล่องของตลาดทุนในขณะนี้หายไปมาก ดังนั้นมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งคนไทยและต่างชาติ กลับมาลงทุนได้อย่างปกติ ขณะเดียวกันภาครัฐบาลก็ควรเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพลิกฟื้นวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพื่อพยุงและขับเคลื่อนการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะผู้บริโภคให้กลับสู่ภาวะปกติ. -516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...